ขับเคลื่อนซอฟต์พาวเวอร์ ยกระดับ สงกรานต์ เป็นเฟสติวัลระดับโลก

“แพทองธาร” เดินหน้าขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ “ซอฟต์พาวเวอร์” ยกระดับ “สงกรานต์” เป็นเฟสติวัลระดับโลก โฟกัส 11 อุตสาหกรรมเป้าหมาย เน้นกีฬา อาหาร หนังสือ และเทศกาลใหญ่ ๆ ระดับประเทศ เตรียมพานักเขียนไทยบินร่วมงานหนังสือที่ไทเป พร้อมจัดไทม์ไลน์โครงการรวมเชฟท้องถิ่นทั่วทุกจังหวัดเสิร์ฟเมนูอาหารไทนพื้นบ้้านสร้างพลังละมุน เผยเดือนเมษายนปีนี้พร้อมจัดงานยักษ์เฟสติวัล ฉลองยูเนสโกประกาศให้เทศกาลสงกรานต์เป็นมรดกวัฒนธรรมโลก

นางสาวแพทองธาร ชินวัตร หัวหน้าพรรคเพื่อไทย และประธานกรรมการพัฒนาซอฟต์พาวเวอร์แห่งชาติ กล่าวว่า การพัฒนาซอฟต์พาวเวอร์ของไทยจะมีด้วยกัน 11 อุตสาหกรรมเป้าหมาย อาทิ ด้านกีฬา, อาหาร, หนังสือ, เกมอีสปอร์ต และเทศกาล เป็นต้น ซึ่งตลอดทั้งปีนี้จะได้เห็นการส่งเสริมสนับสนุนในแต่ละด้านอย่างต่อเนื่อง

เช่น ในเดือน มี.ค.จะพานักเขียนไทยไปร่วมในเทศกาลหนังสือที่ไทเป หรือด้านอาหารที่จะมีโครงการสร้างเชฟท้องถิ่น ในจังหวัดต่าง ๆ ทั่วประเทศ และในเดือนเมษายนนี้จะมีการจัดงานใหญ่เพื่อยกระดับเทศกาลสงกรานต์ให้เป็นเทศกาลระดับโลก หลังจาก ยูเนสโก เพิ่งประกาศให้เทศกาลสงกรานต์ของไทยเป็นมรดกโลกทางวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้ของมนุษยชาติ

“เราอยากให้สงกรานต์เป็นเทศกาลระดับโลกเหมือนในหลายประเทศที่มีเฟสติวัลระดับโลก เพราะเห็นชัดเจนว่าช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศได้ดีมาก ๆ ไม่ว่าจะเป็นโรงแรม สถานที่ท่องเที่ยว ร้านค้าต่าง ๆ ทำให้เกิดเศรษฐกิจหมุนเวียนในประเทศของเราเอง

เดือนเมษายนนี้น่าจะเป็นจุดเริ่มต้นที่ดี จริง ๆ ถ้าไปดูประวัติงานสงกรานต์ในบ้านเรา จะพบว่าบางจังหวัดเริ่มตั้งแต่วันที่หนึ่ง บางจังหวัดวันที่ 8 และไปถึงวันที่ 20 กว่า เรียกว่ากินเวลาไปทั้งเดือนอยู่แล้ว”

สำหรับสงกรานต์เฟสติวัลในเดือนเมษายนปีนี้จะเริ่มตั้งแต่วันที่ 1 เมษายน แต่ไฮไลต์จะอยู่ที่กรุงเทพฯ ในวันที่ 11-12 เม.ย. ซึ่งเตรียมจัดเป็นขบวนพาเหรดใหญ่ มีการโชว์วัฒนธรรมต่าง ๆ ของแต่ละภาค มีการแสดงสินค้าต่าง ๆ ซึ่งได้ประสานกับทางผู้ว่าฯ กทม.ในเรื่องการขอใช้สถานที่ ส่วนในจังหวัดอื่น ๆ จะจัดตามมาในวันที่ 13-14 และ 15 เม.ย. พร้อมกันไปในแต่ละพื้นที่

“เดิมคิดว่าจะจัดงานใหญ่ในกรุงเทพฯช่วงวันมหาสงกรานต์ แต่ก็มีคนท้วงว่าคนต่างจังหวัดที่อยู่ในกรุงเทพฯก็จะกลับบ้านกันหมด ก็เลยเลื่อนงานใหญ่ในกรุงเทพฯ เป็นวันที่ 11-12 เม.ย. ส่วน 13-15 เม.ย.ก็ให้แต่ละจังหวัดจัดงานของตนเองได้ แต่ในจังหวัดที่มีงานใหญ่อยู่แล้ว เป็นที่รู้จักอยู่แล้ว เช่น ถนนข้าวสาร ข้าวเหนียว และข้าวต่าง ๆ ก็จะจัดให้แกรนด์ขึ้น ดึงนักท่องเที่ยวได้มากขึ้น เป็นการนำสิ่งที่มีอยู่แล้วมาร้อยเรียงเรื่องราว และไฮไลต์อันที่มีศักยภาพที่ดีเพิ่มมากขึ้น”

นอกจากนี้ยังอยู่ระหว่างการเจรจากับอินฟลูเอนเซอร์ระดับโลกหลายท่านเพื่อให้มาช่วยโปรโมตงานด้วย แต่ยังไม่สามารถเปิดเผยรายละเอียดต่าง ๆ ได้ แต่ตั้งใจที่จะยกระดับให้งานสงกรานต์ของไทยครั้งแรกหลังจากได้เป็นมรดกโลก


นางสาวแพทองธารกล่าวต่อว่า แผนยุทธศาสตร์ซอฟต์พาวเวอร์เป็นการทำงานระหว่างรัฐบาล กับเอกชน ซึ่งเอกชนเป็นผู้รู้ในแต่ละด้าน โดยรัฐทำหน้าที่เป็น “ผู้อำนวยความสะดวก” (Facilitator) ทั้งด้านกฎหมาย สถานที่ และอื่น ๆ เช่น พ.ร.บ.ภาพยนตร์ เป็นต้น