เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ประมวลภาพสหรัฐจัดฉลองใหญ่ วันประกาศเอกราช 250 ปี -ทรัมป์ลั่น “เราจะเป็นที่หนึ่งตลอดไป”
World ประมวลภาพสหรัฐจัดฉลองใหญ่ วันประกาศเอกราช 250 ปี -ทรัมป์ลั่น “เราจะเป็นที่หนึ่งตลอดไป”
64 ปี “มูลนิธิเอสซีจี” มุ่งมั่นพัฒนาคน ให้โอกาสทางการศึกษา สร้างสังคมคุณภาพให้มีทั้งคนเก่งและคนดี
SD 64 ปี “มูลนิธิเอสซีจี” มุ่งมั่นพัฒนาคน ให้โอกาสทางการศึกษา สร้างสังคมคุณภาพให้มีทั้งคนเก่งและคนดี
10 บิ๊กอสังหาฯ สวนกระแส อัดงบซื้อที่ดิน 4.4 หมื่นล้าน SC กวาด 15 แปลงทำเลเด็ด
Real Estate 10 บิ๊กอสังหาฯ สวนกระแส อัดงบซื้อที่ดิน 4.4 หมื่นล้าน SC กวาด 15 แปลงทำเลเด็ด
‘สายมู’ ตะลุย ฮ่องกงกางทริป-เที่ยวปังตลอดปี
SD ‘สายมู’ ตะลุย ฮ่องกงกางทริป-เที่ยวปังตลอดปี
ส.ค.นี้เปิดใช้ M6 ช่วง “บางปะอิน-ปากช่อง” วันหยุดสุดสัปดาห์ วิ่งฉลุยตลอดสายปีใหม่
Real Estate ส.ค.นี้เปิดใช้ M6 ช่วง “บางปะอิน-ปากช่อง” วันหยุดสุดสัปดาห์ วิ่งฉลุยตลอดสายปีใหม่
SET ทะยาน Top 5 เอเชียส่องเทรนด์ครึ่งปีหลัง ตันแล้วหรือไปต่อ ?
Finance SET ทะยาน Top 5 เอเชียส่องเทรนด์ครึ่งปีหลัง ตันแล้วหรือไปต่อ ?
ระวังกระแสต้าน ‘ดาต้าเซ็นเตอร์’
สามัญสำนึก ระวังกระแสต้าน ‘ดาต้าเซ็นเตอร์’
คุยกับ Binance TH สินทรัพย์ดิจิทัลกลางกระแส ‘หุ้นเทคฯ-AI’
Tech คุยกับ Binance TH สินทรัพย์ดิจิทัลกลางกระแส ‘หุ้นเทคฯ-AI’
‘ประกันสุขภาพ’ เริ่มแบกรับต้นทุนไม่ไหวสัญญาณเตือนที่ทุกฝ่ายต้องร่วมแก้
World ‘ประกันสุขภาพ’ เริ่มแบกรับต้นทุนไม่ไหวสัญญาณเตือนที่ทุกฝ่ายต้องร่วมแก้
รัฐบาล เร่งร่างกรอบ กม.สกัดทุจริตสอบข้าราชการ จับตาใช้ยาแรงโยง ขรก.เจอโทษหนัก
Politics รัฐบาล เร่งร่างกรอบ กม.สกัดทุจริตสอบข้าราชการ จับตาใช้ยาแรงโยง ขรก.เจอโทษหนัก
ดูทั้งหมด

14 พ.ย.วันเบาหวานโลก ปรับไลฟ์สไตล์-โภชนาการเข้าสู่ ‘ภาวะเบาหวานสงบ’

14 พ.ย. 2568 | 09:09น.

เนื่องในวันเบาหวานโลก 14 พฤศจิกายน แอ๊บบอตเผยคนไทยป่วยเบาหวานกว่า 6.5 ล้านคน แพทย์แนะปรับโภชนาการและวิถีชีวิตในออฟฟิศช่วยควบคุมโรคจนเข้าสู่ภาวะเบาหวานสงบได้

โรคเบาหวานยังคงเป็นปัญหาสาธารณสุขสำคัญของไทย มีผู้ป่วยกว่า 6.5 ล้านคน ใช้งบประมาณรักษามากกว่า 47,000 ล้านบาทต่อปี

ข้อมูล IDF Diabetes Atlas ปี 2025 ระบุว่า คนไทยอายุ 20-79 ปี เป็นเบาหวาน 11.7% สูงเป็นอันดับ 4 ในอาเซียน และสูงกว่าค่าเฉลี่ยโลกที่ 11.1%³

กระทรวงสาธารณสุขชี้ว่า ผู้ป่วยมีความเสี่ยงสูงต่อภาวะแทรกซ้อนทางหัวใจและโรคไต ในวันเบาหวานโลกปีนี้ จึงเป็นโอกาสดีที่ทุกภาคส่วนจะร่วมกันยกระดับการป้องกัน ตรวจคัดกรองตั้งแต่ระยะแรก และดูแลผู้ป่วยอย่างรอบด้าน

ทพญ.ดร.อรุณี ลายธีระพงศ์ ผู้อำนวยการการแพทย์ด้านโภชนาการของแอ๊บบอต ประจำประเทศไทย บอกว่า แม้เบาหวานเกิดจากหลายปัจจัยเสี่ยง แต่วิถีชีวิตเป็นปัจจัยสำคัญที่ส่งผลต่อความรุนแรงของโรค รวมถึงภาวะแทรกซ้อนที่ตามมา

“ไทยและประเทศอื่นๆ ในเอเชียกำลังเผชิญการขยายตัวของเมืองอย่างรวดเร็ว ทำให้ประชากรเคลื่อนไหวร่างกายน้อยลงและกินอาหารไม่เหมาะสมมากขึ้น จากการศึกษาพบว่า ผู้ป่วยเบาหวานในเอเชียมากถึง 3 ใน 4 คน มีความเสี่ยงเพิ่มขึ้นในการควบคุมน้ำตาลได้ไม่ดี นั่นคือเหตุผลว่าทำไมการดูแลโภชนาการตั้งแต่แรกจึงสำคัญมาก”

มุ่งสู่ภาวะเบาหวานสงบ

จากสถิติที่เพิ่มขึ้น สะท้อนความจำเป็นเร่งด่วนในการผลักดันกลยุทธ์เชิงรุกที่ปฏิบัติได้จริง ควบคู่การให้ความรู้และสนับสนุนระยะยาว กระทรวงสาธารณสุขจึงร่วมกับหน่วยงานและสมาคมวิชาชีพที่เกี่ยวข้องจัดทำแนวทางการดูแลผู้ป่วยเบาหวานให้เข้าสู่ระยะสงบ (Diabetes Remission Guidelines) เมื่อปี พ.ศ. 2565 โดยเน้นการปรับเปลี่ยนวิถีชีวิตในผู้ป่วยเบาหวานชนิดที่ 2 เพื่อควบคุมน้ำตาลให้ต่ำกว่าค่าที่ใช้วินิจฉัยโรคอย่างต่อเนื่องอย่างน้อย 3 เดือน โดยไม่ต้องพึ่งยา ซึ่งถือเป็นเป้าหมายของภาวะเบาหวานสงบ

จากข้อมูลสมาคมโรคเบาหวานแห่งประเทศไทย ภาวะเบาหวานสงบ (Remission) หมายถึง ภาวะที่ผู้ป่วยควบคุมน้ำตาลเฉลี่ยสะสมในเลือด (HbA1c) ให้ต่ำกว่า 6.5% (หรือ 48 mmol/mol) ติดต่อกันอย่างน้อย 3 เดือน โดยไม่ใช้ยารักษาเบาหวานโดยตรง

ทพญ.ดร.อรุณี เน้นว่า แม้ภาวะเบาหวานสงบเป็นเป้าหมายที่ผู้ป่วยหลายคนคาดหวัง แต่ต้องเข้าใจว่านี่ไม่ใช่การหายขาด ต้นเหตุสำคัญอย่างภาวะดื้อต่อ อินซูลินและปัจจัยทางพันธุกรรมยังคงมีอยู่ จึงต้องดูแลพฤติกรรมการใช้ชีวิตอย่างต่อเนื่องเพื่อรักษาภาวะสงบนี้ไว้

โภชนาการ กุญแจสำคัญที่มักถูกมองข้าม

ความสำเร็จของการปรับเปลี่ยนรูปแบบการใช้ชีวิตขึ้นอยู่กับการปฏิบัติอย่างเข้มงวด ไม่ว่าจะเป็นการปรับโภชนาการหรือการออกกำลังกายต้องทำอย่างต่อเนื่อง ล้วนเป็นความท้าทายในการปฏิบัติตามในชีวิตจริง ดังนั้นอาหารทางการแพทย์สำหรับผู้ป่วยเบาหวานจึงเป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่ช่วยให้ควบคุมโภชนาการต่อวันได้ดีขึ้น

การศึกษาวิจัยทางคลินิกเมื่อปี พ.ศ. 25605 ในกลุ่มผู้ใหญ่ที่เป็นเบาหวานชนิดที่ 2 จำนวน 235 คน ที่มีน้ำหนักเกินและโรคอ้วน ซึ่งกินอาหารทดแทนสูตรครบถ้วนสำหรับผู้ป่วยเบาหวานทดแทนมื้ออาหารบางส่วนควบคู่กับการปรับแผนการบริโภคอาหารให้เหมาะกับแต่ละบุคคล

โดยใช้อาหารประจำถิ่นพร้อมการให้คำปรึกษาเพื่อสร้างแรงจูงใจ เป็นเวลา 180 วัน พบว่า น้ำตาลเฉลี่ยสะสมในเลือด (HbA1c) ลดลง 1.1%, น้ำตาลในเลือดหลังอดอาหาร ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ, น้ำหนักลด 6.9 กิโลกรัม หรือลด 8.3% และความดันโลหิตขณะที่หัวใจบีบตัว (Systolic Blood Pressure) ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ5

การศึกษานี้ชี้ว่า การนำผลิตภัณฑ์อาหารสูตรครบถ้วนสำหรับผู้ป่วยเบาหวานมาใช้แทนมื้ออาหารบางส่วนหรือทั้งหมดในแต่ละวัน เป็นทางเลือกที่เหมาะสมและนำไปใช้ได้จริง โดยเฉพาะสำหรับผู้ที่มีน้ำหนักเกินหรือเป็นโรคอ้วนร่วมกับเบาหวาน และกำลังมองหาทางเลือกในการดูแลสุขภาพอย่างยั่งยืน

ทพญ.ดร.อรุณี เสริมว่า การใช้ผลิตภัณฑ์เหล่านี้แทนมื้ออาหาร เป็นทางเลือกที่ช่วยให้ผู้ป่วยมีโอกาสผสมผสานอาหารที่มีคุณค่าทางโภชนาการที่หลากหลายเข้ามาในแผนการกินของตน ซึ่งอาจส่งผลให้ปฏิบัติตามแผนโภชนาการได้อย่างสม่ำเสมอมากขึ้น

สร้างสุขนิสัยในออฟฟิศ ควบคุมเบาหวานได้ดีขึ้น

การดูแลเบาหวานให้ได้ผลต้องอาศัยความตั้งใจและการปรับพฤติกรรมให้เหมาะสมกับวิถีชีวิต สอดคล้องกับแนวทางวันเบาหวานโลกปี 2568 ที่ให้ความสำคัญกับการจัดการโรคเบาหวานในที่ทำงาน มีเคล็ดลับง่ายๆ ที่ช่วยสร้างสุขนิสัยที่ดีระหว่างวันทำงานได้มากขึ้น

การคิดล่วงหน้าและเตรียมแผนสำหรับอาหารเช้า กลางวัน เย็น รวมถึงของว่าง เป็นกุญแจสำคัญในการดูแลสุขภาพของผู้ป่วยเบาหวาน โดยควรคำนึงถึงความสมดุลของคาร์โบไฮเดรต โปรตีน และไขมัน รวมถึงการเลือกอาหารที่ดีต่อสุขภาพ นอกจากนี้ อาจพิจารณาใช้อาหารทดแทนสูตรครบถ้วนสำหรับผู้ป่วยเบาหวาน เช่น กลูเซอนา ซึ่งให้สารอาหารที่หลากหลายช่วยควบคุมน้ำตาล มาเป็นหนึ่งในทางเลือกทดแทนบางมื้ออาหาร

การเสริมโภชนาการดังกล่าวจะช่วยควบคุมปริมาณแคลอรีต่อวันได้ดีขึ้นในผู้ป่วยเบาหวานที่มีภาวะอ้วนหรือน้ำหนักเกิน ขณะเดียวกันยังช่วยให้ผู้ป่วยเบาหวานที่มีน้ำหนักน้อยได้รับสารอาหารอย่างเพียงพอ

คาร์โบไฮเดรตส่งผลโดยตรงต่อน้ำตาลในเลือด การเข้าใจเรื่อง “ดัชนีน้ำตาล” (Glycemic Index – GI) จะช่วยให้เลือกอาหารได้ดีขึ้น อาหารที่มีค่า GI ต่ำจะย่อยช้ากว่า ส่งผลให้น้ำตาลในเลือดขึ้นช้าลง ตัวอย่างเช่น ข้าวบาร์เลย์ ข้าวโอ๊ต ควินัว ผลไม้บางชนิด และถั่วต่างๆ การเลือกคาร์โบไฮเดรตที่เหมาะสมจึงช่วยควบคุมน้ำตาลในเลือดได้อย่างมีประสิทธิภาพ

การกินของว่างระหว่างประชุมเป็นเรื่องปกติในที่ทำงาน แต่พฤติกรรมนี้ก็อาจเป็นการเพิ่มแคลอรีให้ร่างกายโดยไม่ตั้งใจ และมักเพิ่มน้ำตาลมากเกินไป ดังนั้น เมื่อต้องการกินของว่าง ให้พิจารณาตัวเลือกที่มีคุณค่าทางโภชนาการ เช่น ถั่วไม่ใส่เกลือ ผลไม้ หรือผักที่อุดมไปด้วยวิตามิน แร่ธาตุ และใยอาหารเพื่อช่วยรักษาสุขภาพที่ดี การควบคุมปริมาณก็สำคัญเช่นกัน เพราะแม้ของว่างที่ดีต่อสุขภาพก็อาจส่งผลต่อน้ำตาลในเลือดได้หากกินมากเกินไป

การเคลื่อนไหวร่างกายจะช่วยลดน้ำตาลในเลือดได้ เนื่องจากร่างกายจะดึงกลูโคสไปใช้เป็นพลังงานในเซลล์มากขึ้น และช่วยให้ร่างกายใช้อินซูลินได้อย่างมีประสิทธิภาพขึ้น ในกรณีของผู้ป่วยเบาหวาน ควรออกกำลังกายที่มีความเข้มข้นปานกลางอย่างน้อย 150 นาทีต่อสัปดาห์ เช่น เดินเร็ว วิ่งเหยาะๆ หรือว่ายน้ำ

แม้ในวันทำงานที่แสนวุ่นวาย การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมเพียงเล็กน้อยก็สร้างผลลัพธ์ที่ยิ่งใหญ่ได้ ลองเปลี่ยนมาใช้บันไดแทนลิฟต์ หรือชวนเพื่อนร่วมงานตั้งกลุ่มออกกำลังกายสำหรับกิจกรรมต่างๆ เช่น เล่นแบดมินตันหลังเลิกงาน อย่าลืมดื่มน้ำให้เพียงพอก่อน ระหว่าง และหลังการออกกำลังกาย เพราะภาวะขาดน้ำอาจทำให้น้ำตาลในเลือดพุ่งสูงขึ้นได้

ทพญ.ดร.อรุณี กล่าวสรุปว่า การดูแลโภชนาการของผู้เป็นเบาหวานควรปรับให้เหมาะกับความต้องการเฉพาะบุคคล ขณะเดียวกัน พฤติกรรมและวิถีชีวิตในที่ทำงานในแต่ละวันก็มีส่วนสำคัญต่อผลลัพธ์ด้านสุขภาพโดยรวม การเริ่มปรับเปลี่ยนรูปแบบการใช้ชีวิตและดูแลโภชนาการตั้งแต่เนิ่นๆ ถือเป็นสิ่งจำเป็น

ไม่เพียงเพื่อช่วยให้การดูแลเบาหวานมีประสิทธิภาพมากขึ้น แต่ยังอาจช่วยให้ผู้ป่วยบางรายควบคุมโรคจนเข้าสู่ภาวะเบาหวานสงบได้ เริ่มจากการเลือกอาหารที่ดีต่อสุขภาพในแต่ละวัน และขยับร่างกายให้มากขึ้นระหว่างวันทำงาน

การเปลี่ยนแปลงเล็กๆ เหล่านี้ หากทำอย่างต่อเนื่อง จะส่งผลดีต่อสุขภาพได้อย่างชัดเจน และเพื่อให้การเปลี่ยนแปลงเหล่านี้เกิดผลอย่างยั่งยืน การปรึกษาผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพเพื่อวางแผนโภชนาการและวิถีชีวิตให้เหมาะสมกับกิจวัตรและสภาพแวดล้อมในการทำงานถือเป็นสิ่งสำคัญ

แท็กที่เกี่ยวข้อง

วันเบาหวาน