คอลัมน์ : สัมภาษณ์
“กาญจนบุรี” เป็นอีกหนึ่งจังหวัดสำคัญทางฝั่งตะวันตกของประเทศไทย ที่มีอัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจอย่างต่อเนื่อง อ้างอิงข้อมูลจากสำนักงานคลังจังหวัด คาดว่าเศรษฐกิจของกาญจนบุรีในปี 2565 จะขยายตัวร้อยละ 2.4 และแนวโน้มปี 2566
คาดว่าขยายตัว ร้อยละ 2.2-3.2 สอดคล้องกับ “วิเชียร เจนตระกูลโรจน์” ประธานหอการค้าจังหวัดกาญจนบุรี ให้สัมภาษณ์ “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า ตอนนี้กาญจนบุรีเป็นเมืองน่าลงทุนอันดับต้น ๆ ของประเทศ เริ่มมีผู้คนเข้ามาอยู่อาศัยเป็นจำนวนมาก และเป็นโอเอซิสสำหรับการลงทุนในอนาคตอีก 5-10 ปี
ธุรกิจวัสดุก่อสร้างแห่ลงทุน
“วิเชียร” เล่าว่า หลังจากสถานการณ์โควิค-19 คลี่คลาย ผู้คนเริ่มหวาดกลัวน้อยลง และออกมาใช้ชีวิตเป็นปกติทั้งในตัวเมืองและชนบท ทว่าภาพของนักท่องเที่ยวจากเคยเดินทางแบบกรุ๊ปทัวร์กลายเป็นเดินทางด้วยรถส่วนตัวแบบครอบครัวมากขึ้น
โดยเฉพาะพื้นที่จังหวัดรอบกรุงเทพฯรวมถึงจังหวัดใกล้เคียงระยะทาง 100-200 กม.จะได้รับอานิสงส์อย่างมาก กาญจนบุรีเป็นหนึ่งในนั้น เพราะมีศักยภาพด้านการท่องเที่ยวสูง มีทรัพยากรเป็นจำนวนมาก ทั้งศิลปวัฒนธรรม ประวัติศาสตร์ น้ำตก ภูเขา ตลอดจนธรรมชาติที่สวยงาม
“การท่องเที่ยวจึงถือเป็นปัจจัยแรกที่ทำให้เศรษฐกิจจังหวัดกาญจนบุรีเดินหน้าได้ เริ่มเห็นการเปลี่ยนแปลงชัดเจนตั้งแต่เกิดล็อกดาวน์ช่วงแรก มีคนพูดถึงสถานที่มากมาย ภาพลักษณ์ซึ่งเป็นเมืองร้อนและไกลเริ่มเปลี่ยนจากการรีวิวผ่านสื่อโซเชียล
เพราะเดินทางเพียงไม่กี่ชั่วโมงจากกรุงเทพฯถึงตัวเมืองกาญจน์แล้ว สภาพแวดล้อมที่เต็มไปด้วยธรรมชาติ อันอุดมสมบูรณ์กลายเป็นเสน่ห์ที่เที่ยวสองวันยังไม่หมด มีไฮไลต์ตั้งแต่สะพานข้ามแม่น้ำแคว สกายวอล์ก น้ำตกไทรโยค สังขละ สะพานมอญ”
เมื่อมีนักท่องเที่ยวเดินทางเข้ามา ทำให้เกิดการลงทุน เช่น ธุรกิจโรงแรม ร้านอาหาร ร้านกาแฟ โดยอิงธรรมชาติเป็นโลเกชั่น ฉะนั้นภาพรวมของธุรกิจเพื่อรองรับนักท่องเที่ยวจึงขับเคลื่อนอย่างต่อเนื่อง ไม่หยุดตั้งแต่ช่วงโควิด-19
ธุรกิจขายวัสดุก่อสร้างแต่ละแบรนด์ต่างลงทุนในพื้นที่แปลงใหญ่หลายพันตารางเมตร เช่น ยงสวัสดิ์, โกลบอลเฮ้าส์, ไทวัสดุ, โฮมโปร และดูโฮม รวมถึงการก่อสร้างโครงสร้างพื้นฐานของภาครัฐที่กำลังจะเปิดด้วย เช่น โครงการทางหลวงพิเศษระหว่างเมืองหมายเลข 81 สายบางใหญ่-กาญจนบุรีที่จะเข้ามาแก้ปัญหาจราจรของกาญจนบุรี ซึ่งมีผู้คนสัญจรหนาแน่นมากกว่าอดีต แต่ละไฟแดงรถติดยาวทั้งขาเข้าและขาออก ทั้งหมดนี้เป็นตัวชี้วัดส่วนหนึ่งที่แสดงให้เห็นว่าเศรษฐกิจเริ่มโตขึ้น
ติดปัญหาเรื่องที่ดินทำกิน
อย่างไรก็ตาม “วิเชียร” ยอมรับว่าเรื่องที่ดินในจังหวัดกาญจนบุรีถือเป็นปัญหาสำคัญที่มีผลต่อการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจของจังหวัด เพราะที่ดินส่วนใหญ่เป็นกรรมสิทธิ์ของหน่วยงานราชการต่าง ๆ ทั้งที่ดินทหาร ที่ดินราชพัสดุ อยู่ในความดูแลของกรมธนารักษ์ ที่ป่าสงวน ฯลฯ กรรมสิทธิ์ที่ดินทำกินหลายแปลงยังไม่ชัดเจน และมีเจ้าของทับซ้อนกัน ทำให้เอกชนที่จะเข้ามาลงทุนมีความเสี่ยงกับโครงการที่จะลงทุน
ฉะนั้นการลงทุนที่เห็นอยู่จึงมักจะเป็นการลงทุนของคนในพื้นที่ ซึ่งมีที่ดินดั้งเดิมอยู่ในมือแล้ว หากรัฐบาลสามารถแก้ปัญหาส่วนนี้ได้จะเกิดการลงทุนเพิ่มและเกิดเศรษฐกิจหมุนเวียนอีกมาก
“วิเชียร” บอกว่า ก่อนโควิด-19 สำนักงานสถิติจังหวัดเก็บข้อมูลคนเดินทางเข้ามาเที่ยวในเมืองกาญจน์ประมาณ 7 ล้านคนต่อปี ในนี้มีนักท่องเที่ยวต่างชาติเฉลี่ย 5-7% ปัจจุบันหลังผ่านโควิด-19 ยังไม่มีตัวเลขชัดเจน แต่การเดินทางแบบส่วนตัวเพิ่มขึ้นชัดเจน ในความคิดเห็นส่วนตัวนักท่องเที่ยวกลุ่มนี้เป็นคนรายได้ระดับกลางขึ้นไป และมีค่าใช้จ่ายมากกว่ากรุ๊ปทัวร์อย่างแน่นอน ขณะที่นักท่องเที่ยวกรุ๊ปทัวร์เริ่มจางลง
“ต้องยอมรับว่านักท่องเที่ยวเปลี่ยนกลุ่มไปแล้ว เดิมเมืองกาญจน์เป็นขวัญใจฉิ่งฉับทัวร์ แต่จากภาพรวมประเทศในตอนนี้คนส่วนใหญ่จนลง เพราะหนี้ครัวเรือนสูง คนระดับกลางรายได้คงที่ แต่มีรายจ่ายเพิ่มขึ้นก็จนลง ส่วนคนระดับสูงรายได้คงที่และมีรายได้เพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ มักจะเที่ยวพักผ่อนไม่ไกลและเลือกสถานที่บรรยากาศดี
กาญจนบุรีจึงเป็นเป้าหมายของคนชั้นกลางขึ้นไปที่มีกำลังซื้อ เฉลี่ยนักท่องเที่ยวจะค้าง 1.5 คืน รายจ่ายเบื้องต้นไม่ต่ำกว่า 2,000 บาท/คน และกลุ่มนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติที่จะมาเมืองกาญจน์ต่อจากนี้ไม่น่าจะเป็นยุโรป แต่จะเป็นคนในแถบเอเชีย จีน อินเดีย มาเลเซีย แม้ไม่ใช่จุดหมายปลายทางหลักแต่ก็ค่อย ๆ เติบโตขึ้น”
การท่องเที่ยว-ทำเลเมืองน่าอยู่
สังเกตได้ว่า โรงแรมในกาญจนบุรีราคาแพงจะจองเต็มตลอดจากกลุ่มที่มีความแน่นอนทางรายได้ ส่วนโรงแรมระดับกลางเต็มบ้างไม่เต็มบ้าง ขณะเดียวกันโรงแรมราคาถูกก็เต็มจากกลุ่มระดับฐานราก ส่วนการลงทุนโรงแรมใหม่มักไม่ใช่โรงแรมขนาดใหญ่ แต่เป็นโรงแรมขนาดเล็กและขนาดกลางของทุนท้องถิ่นที่จิ๋วแต่แจ๋ว มีคุณภาพตามกำลังซื้อ
“สำหรับกาญจนบุรี You can work everywhere. คุณสามารถเที่ยวและทำงานได้ทุกที่ ถือเป็นเทรนด์ใหม่ของการท่องเที่ยว และกำลังทรานส์ฟอร์มเปลี่ยนไปอีกระดับหนึ่ง วันนี้เราเห็นสัญญาณแล้วว่าทุกฝ่ายกำลังเดินไปสู่การท่องเที่ยวที่มีคุณภาพมากขึ้น บูมที่สุดทุกด้านขณะนี้คือตัวอำเภอเมือง ส่วนพื้นที่อื่นรอบนอกยังเป็นพื้นที่ป่าไม้และยังพิสูจน์สิทธิได้ไม่ชัดเจน จึงยังพัฒนาได้ไม่เต็มที่”
นอกจากนี้ “วิเชียร” บอกว่า จากสถานการณ์น้ำท่วมในปัจจุบันเป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่ทำให้กาญจนบุรีน่าสนใจสำหรับการลงทุนด้านที่อยู่อาศัย เพราะหลายคนหนีน้ำมาพักอยู่ในระยะหนึ่งเหมือนมาเที่ยวพักผ่อน แต่ไม่มากนักหากเทียบกันกับปี 2554 ที่น้ำท่วมกรุงเทพฯและ ปริมณฑล ตอนนั้นมีผู้คนหนีน้ำมาพักอาศัยอยู่ที่กาญจนบุรีนานนับเดือน และมีบางคนตัดสินใจย้ายมาอยู่ถาวร
โดยกาญจนบุรีมีทำเลพื้นที่สูง แหล่งระบายน้ำค่อนข้างดี ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมเป็นส่วนน้อย หากน้ำมากมักจะเกิดน้ำหลากมากกว่าน้ำท่วม เมื่อเกิดเหตุดังกล่าวทั้งในตัวเมือง ห้างสรรพสินค้า หรือพื้นที่เศรษฐกิจจะสามารถระบายน้ำได้ ภายใน 1-3 วัน ไม่กระทบต่อธุรกิจการพาณิชย์
อีกทั้งสถานประกอบการแต่ละแห่งถมดินปรับระดับตั้งแต่การลงทุนอยู่แล้วจึงไม่เห็นภาพความเสียหายอะไร แต่น้ำที่ถูกระบายออกจากเมืองจะไหลไปยังพื้นที่ไร่นา สวนผัก ส่วนใหญ่กระทบภาคเกษตรมากกว่าเขตพื้นที่เศรษฐกิจในเมือง แต่ไม่เกิน 1-2 สัปดาห์น้ำจะลดลงและเข้าสู่ภาวะปกติ