เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ดูทั้งหมด

ผู้แทนเกษตรฯค้านนำเข้า “ข้าวโพด” แลกภาษีสหรัฐ เชื่อวัตถุดิบไทยมีเพียงพอ

21 ก.ค. 2568 | 14:33น.

สมาคมการค้าและภาคการเกษตรชั้นนำ คัดค้านการนำเข้า “ข้าวโพด GMO” ดีลแลกภาษีสหรัฐ ห่วงราคาผลผลิตในประเทศตกต่ำ วงจรผู้ปลูกข้าวโพดล่มสลาย เชื่อวัตถุดิบไทยมีเพียงพอ

เมื่อเร็ว ๆ นี้ สมาคมการค้าพืชไร่และสมาคมขนส่งทางบกแห่งประเทศไทย จัดเสวนาหัวข้อ “ผลกระทบลูกโซ่จากการนำเข้าข้าวโพด GMO อเมริกา” ณ สมาคมขนส่งทางบกแห่งประเทศไทย อ.โกรกพระ จ.นครสวรรค์ พร้อมด้วยผู้แทนพรรคการเมืองฝ่ายค้าน นักวิชาการ ภาคประชาสังคม สมาคมการค้าพืชไร่ สมาคมขนส่งทางบก สมาคมโรงสีข้าวไทย สภาเกษตรกรจังหวัดนครราชสีมา สมาคมชาวไร่มันสำปะหลังแห่งประเทศไทย สมาคมการค้าและผลิตพืชไร่เพชรบูรณ์ กลุ่มเกษตรกรผู้ปลูกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ และผู้ที่เกี่ยวข้องกว่า 300 คนเข้าร่วมงาน

การนำเข้าข้าวโพด GMO สหรัฐ ถือเป็นหนึ่งในข้อเสนอของ “ทีมไทยแลนด์” ที่จะนำไปเจรจาเพื่อลดภาษีตอบโต้ 36% ทำให้นายกสมาคมการค้า ภาคการเกษตรชั้นนำ และประชาชนต่างกังวลถึงผลกระทบต่อวิถีชีวิตการปลูก หวั่นราคาผลผลิตตกต่ำทั่วประเทศ ซึ่งข้อเสนอดังกล่าวถือเป็นการจับเกษตรกรเป็น “ตัวประกัน”

นายเติมศักดิ์ บุญชื่น ประธานสภาเกษตรกรจังหวัดนครราชสีมา ได้สะท้อนมุมมองต่อนโยบายภาครัฐว่า ที่ผ่านมามีเกษตรกรที่ได้รับผลกระทบจากนโยบายภาครัฐที่ไม่คำนึงถึงผลกระทบให้รอบด้าน หากย้อนอดีตไปตั้งแต่มีการปลูกถั่วเหลืองจำนวนมาก ตั้งแต่ภาคเหนือจนถึงภาคกลางตอนบน แต่เมื่อมีธุรกิจอุตสาหกรรมอาหารสัตว์เข้ามา ทำให้กลุ่มโปรตีนนี้ขาดแคลน จึงต้องนำเข้าวัตถุดิบจากเพื่อนบ้านที่เป็นพืชจีเอ็มโอในราคาถูก ซึ่งได้ทำลายระบบเศรษฐกิจและวงจรการปลูกถั่วเหลืองได้หายไปจากประเทศ ทำให้ ณ วันนี้ เกษตรกรเราแข่งขันกับต่างประเทศไม่ได้ แม้รัฐบาลมีการเยียวยา แต่เกษตรกรยังเขาไม่ถึง

“ผมกล่าวหารัฐบาลแบบนี้เลยว่า การเอาข้าวโพดที่อ้างว่า ‘ขาดแคลน’ ไปเป็นหนึ่งในการเจรจาแลกภาษีสหรัฐ เหมือนเป็นการจับเกษตรกรเป็นตัวประกันทั้งที่เคยมีการสำรวจจริงหรือไม่” นายเติมศักดิ์กล่าว

ดังนั้นจากที่ รศ.ดร.เยาวมาลย์ ค้าเจริญ ผู้เชี่ยวชาญโภชนศาสตร์อาหารสัตว์ ได้กล่าวว่า ในกลุ่มพืชคาร์โบไฮเดรตทุกตัวสามารถทดแทนกันได้หมด ดังนั้นรัฐบาลต้องอ่านให้ออกว่าความต้องการขึ้นภาษีของสหรัฐ คืออะไร แล้วควรจะเอาอะไรไปแลก แต่ไม่ควรเอาเกษตรกรไปเป็นตัวประกัน เพราะกังวลว่าวงจรเกษตรกรผู้ปลูกข้าวโพดล่มสลาย

สมาคมขนส่งทางบกแห่งประเทศไทย

นายธีรวัฒน์ รังสิกรรพุม ตัวแทนกลุ่มเกษตรกรผู้ปลูกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ ผู้เชี่ยวชาญกลุ่มชาวไร่ข้าวโพดและเกษตรกรผู้ปลูกข้าวโพดใน จ.เพชรบูรณ์ ที่มีสมาชิกกว่า 210,000 รายทั่วประเทศ กล่าวถึงผลกระทบต่อการนำเข้าข้าวโพด GMO ว่าจะส่งผลเสียต่อเกษตรกรไทยอย่างมาก จึงอยากเรียกร้องถึงหลักประกันชีวิตให้กับเกษตรกร เนื่องจากกรมการค้าภายในเคยขอให้ผู้ผลิตอาหารสัตว์รับซื้อข้าวโพดที่ความชื้น 30% ที่ราคาประมาณ 7 บาทต่อกก. และความชื้น 14.5% ที่ราคา 9.8 บาท ซึ่งถ้าหากเกษตรกรผลิตที่ความชื้น 30% ขายให้กับร้านรับซื้อ เกษตรกรจะมีกำไรอยู่ที่ 800 บาทต่อไร่

ในขณะที่เกษตรกรไทย ค่าเฉลี่ยที่ 1 คน ต่อ 15 ไร่ กำไรที่ประมาณ 12,000 บาท อยู่ได้ 4 เดือน เฉลี่ยประมาณ 3,000 บาทต่อเดือน เท่ากับว่าเกษตรกรจะมีรายได้ต่ำกว่าค่าแรงรายวัน 300 บาท

จึงอยากมาเรียกร้องหลักประกันชีวิตที่จะมาพัฒนาอาชีพเกษตรเพื่อความั่นคงของชาติและการส่งออกในอนาคต ให้ปรับราคาประกันความชื้น 30% ที่ราคา 7.5 บาทต่อกิโลกรัม จากปกติราคาความชื้น 30% อยู่ที่ราคา 6.5 ถึง 6.8 บาทต่อกก. เท่านั้น ซึ่งถือว่าเป็นราคาที่ต่ำมาก

อย่างไรก็ดี วัตถุดิบอาหารสัตว์ไม่ได้ระบุส่วนผสมที่ชัดเจน ทำให้สามารถปรับเปลี่ยนที่มาของวัตถุดิบได้ จึงตั้งคำถามต่อว่าหากนำข้าวโพด GMO เข้ามาผลิตอาหารสัตว์ แล้วอาหารสัตว์จะนำไปขายที่ไหนต่อไป เนื่องจากปัจจุบันอาหารสัตว์เลี้ยงประเทศไทยมีความเป็นพรีเมี่ยม Non-GMO มีมูลค่ากว่า 140,000 ล้านบาท ส่งออกไปยังยุโรป สหรัฐอเมริกา มูลค่ากว่า 100,000 ล้านบาท ขายในประเทศมูลค่า 41,500 ล้านบาท ซึ่งการผลิตอาหารสัตว์ควรเน้นการใช้ผลผลิตภายในประเทศมากกว่าการนำเข้าจากต่างประเทศ เพื่อส่งเสริมอาชีพเกษตรให้เกิดความมั่นคง จะดีกว่านำเข้าข้าวโพด GMO มาเพื่อทำลายชีวิตเกษตรกรไทย

สมาคมขนส่งทางบกแห่งประเทศไทย

นายปราโมทย์ เจริญศิลป์ นายกสมาคมชาวนาและเกษตรกรไทย กล่าวว่า ผู้ปลูกข้าวต่างได้รับความเดือดร้อนไม่แพ้ผู้ปลูกข้าวโพดว่า ปีนี้ราคาตกต่ำมากที่สุด เหลือเพียงตันละ 5,500-6,000 บาท เพราะเกษตรกรมีต้นทุนการผลิต 6,500-7,000 บาทต่อไร่ ขณะที่ข้าวไทยสามารถผลิตได้เพียง 800-900 กก.ต่อไร่เท่านั้น ทั้งนี้ยังมีการนำเข้าข้าวจากประเทศเพื่อนบ้านโดยที่มีผลผลิตที่ 1.4-1.5 ตันต่อไร่ ทำให้เกษตรกรไทยขาดทุน ที่ผ่านมาสมาคมได้เสนอแนะให้รัฐบาลทบทวนการวิจัยศึกษาเรื่องเมล็ดพันธุ์ข้าวให้สามารถมีผลผลิต 1.4-1.5 ตันต่อไร่ เพื่อเป็นการลดต้นทุนและสร้างความยั่งยืนให้กับเกษตรกรไทยอีกด้วย

นอกจากนี้ ยังได้เสนอแนะให้ทีมไทยแลนด์ทบทวนข้อเสนอนำเข้าข้าวโพดจีเอ็มโอ เพราะเปรียบเสมือนเป็นการเอาพี่น้องเกษตรกรเป็นตัวประกันจริงหรือไม่ เพราะวัตถุดิบกลุ่มคาร์โบไฮเดรตมีเพียงพอ นอกจากนี้การนำพืชจีเอ็มโอเข้ามายังก่อให้เกิดความเสี่ยงด้านไวรัส แมลง วัชพืช ที่อาจจะส่งผลกระทบต่อพืชชนิดอื่น ๆ เช่น ข้าวโพดหวาน เป็นต้น ซึ่งอาจซ้ำรอยกับมะละกอ GMO ที่จะต้องใช้เงินและเวลาเยียวยามหาศาล

ขณะที่ผู้รับซื้อข้าวโพด จ.เพชรบูรณ์ ได้สะท้อนปัญหาความเดือดร้อนจากมาตรการนำเข้าข้าวโพด GMO ว่า เป็นครั้งแรกที่ตอนนี้โรงงานผลิตอาหารสัตว์หยุดรับซื้อข้าวโพดมากว่า 1 เดือนแล้ว โดยให้เหตุผลว่าหยุดปรับปรุงเครื่องจักร ซึ่งปกติจะปิดเพียง 1-2 อาทิตย์เท่านั้น โดย จ.เพชรบูรณ์เป็นจังหวัดแรกที่ข้าวโพดออกสู่ตลาด ซึ่งตอนนี้เกษตรกรเริ่มมีการมาถามราคารับซื้อแล้ว แต่ผู้รับซื้อยังไม่สามารถตั้งราคา-เริ่มรับซื้อได้