Skip to content

มช.พลิกโฉมครั้งใหญ่ ดึงหุ่นยนต์ผ่าตัดครั้งแรกในอาเซียน

10 ส.ค. 2568 | 12:48น.
มช.พลิกโฉมครั้งใหญ่ ดึงหุ่นยนต์ผ่าตัดครั้งแรกในอาเซียน
บทความโดย : ปทิตตา วรณันนัทธพงศ์

นับเป็นความภาคภูมิใจของคณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ (มช.) ที่พลิกโฉมวงการแพทย์ นำนวัตกรรมหุ่นยนต์เข้าทำการผ่าตัดเป็นแห่งแรกของประเทศไทยและภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ New Chapter of Med CMU Robotic Surgery Center ที่ยกระดับระบบบริการสุขภาพด้วยเทคโนโลยีขั้นสูง ตอบสนองต่อความต้องการด้านสุขภาพของประชาชน ให้บริการทางการแพทย์อย่างมีประสิทธิภาพและทันสมัยสูงสุด

Technology for All

รศ.นพ.นเรนทร์ โชติรสนิรมิต คณบดีคณะแพทยศาสตร์ มช. เปิดเผยว่า หุ่นยนต์ผ่าตัดระบบใหม่นี้มีมูลค่าการลงทุนกว่า 90 ล้านบาท ออกแบบด้วยแนวคิด Modular Platform ที่ช่วยเพิ่มความคล่องตัวให้กับศัลยแพทย์ ให้ความแม่นยำสูง ยืดหยุ่น เป็นมิตรกับศัลยแพทย์และผู้ป่วย ซึ่งช่วยให้ศัลยแพทย์เข้าถึงการผ่าตัดที่ซับซ้อนในจุดที่เข้าถึงยากได้ตรงจุด มีประสิทธิภาพ ลดภาวะแทรกซ้อน ฟื้นตัวเร็ว และลดความเจ็บปวดของผู้ป่วย

การผ่าตัดด้วยหุ่นยนต์ทำโดยแพทย์ที่มีความชำนาญด้านการผ่าตัดกว่า 10 ปี ผ่านการฝึกอบรมขั้นสูงของการผ่าตัด โดยใช้หุ่นจำลองทางการแพทย์ (Simulation) เพื่อให้เกิดความชำนาญ รวมถึงการสอบวัดความปลอดภัยในตัวผู้ป่วย และความเชี่ยวชาญการใช้เครื่องมือ

การผ่าตัดภาคปฏิบัติจะเป็นแบบจำลองสัตว์ ห้องปฏิบัติการศพหรือร่างอาจารย์ใหญ่ (Animal Model, Cadaveric Lab) โดยมีผู้เชี่ยวชาญจากประเทศญี่ปุ่นเป็นผู้ควบคุมและประเมิน ก่อนจะลงมือผ่าตัดในผู้ป่วยจริง ที่โรงพยาบาลมหาราชนครเชียงใหม่ โดยทีมผู้เชี่ยวชาญจะเข้าเยี่ยมชมการผ่าตัดด้วย ส่วนผลการผ่าตัดจะมีการประเมิน คาดว่าปีนี้จะผ่าตัดได้กว่า 100 ราย

รศ.นพ.นเรนทร์ โชติรสนิรมิต คณบดีคณะแพทยศาสตร์ มช.
รศ.นพ.นเรนทร์ โชติรสนิรมิต คณบดีคณะแพทยศาสตร์ มช.

“หุ่นยนต์ผ่าตัดระบบใหม่ได้รับการออกแบบให้เป็นแพลตฟอร์มแบบโมดูลาร์ที่ทำหัตถการในหลายส่วนภายในร่างกาย ด้วยแขนกลเลียนแบบการหมุนเหมือนข้อมือมนุษย์ แต่มีอิสระมากกว่า ทำให้ลดความเสียหายของเนื้อเยื่อในการเปิดแผลผ่าตัดได้มากกว่าการส่องกล้องทั่วไป ตามหลักสรีรศาสตร์ ทำให้ศัลยแพทย์ควบคุมการผ่าตัดได้แม่นยำขึ้น แม้ใช้เวลาผ่าตัดนาน ทั้งยังส่งเสริมการเรียนรู้ร่วมกันผ่านจอ 3 มิติแบบเรียลไทม์ในช่วงที่ศัลยแพทย์กำลังทำการผ่าตัด ผู้สังเกตการณ์สามารถดูภาพและสื่อสารร่วมกันได้ตลอดเวลา”

ตั้งแต่มีการติดตั้งระบบหุ่นยนต์แบบ Modulator และทำการผ่าตัดรักษาผู้ป่วยรายแรกเมื่อเดือนมิถุนายน 2568 ที่ผ่านมา จนถึงขณะนี้มีผู้เข้ารับการผ่าตัดแล้วทั้งสิ้น 16 ราย แบ่งเป็นมะเร็งต่อมลูกหมาก 11 ราย มะเร็งท่อไต 1 ราย และโรคในระบบตับอ่อน 4 ราย ทุกรายมีผลการรักษาที่ดี ไม่พบภาวะแทรกซ้อน กรณีผู้ป่วยมะเร็งต่อมลูกหมากรายล่าสุด สามารถผ่าตัดได้โดยไม่ต้องใส่สายระบาย ทำให้ผู้ป่วยพักฟื้นแค่ 3 วันก็กลับบ้านได้

“คณะแพทยศาสตร์ มช. มุ่งมั่นพัฒนาระบบบริการสุขภาพตามแผนยุทธศาสตร์ปี 2568-2571 ที่ตั้งเป้าเป็นโรงเรียนแพทย์ในดวงใจ ยึดหลักนวัตกรรม เน้นความยั่งยืนด้านสุขภาวะ มุ่งภารกิจขยายบริการและพัฒนาคุณภาพทางการแพทย์เพื่อสร้างความเป็นเลิศด้านบริการ สร้างความเชื่อมั่นและเพิ่มพื้นที่บริการให้มากขึ้น ให้ประชาชนเข้าถึงการรักษาได้อย่างมีประสิทธิภาพ เกิดความเท่าเทียมทางการแพทย์และเป็นศูนย์กลางการแพทย์ในระดับนานาชาติ”

ทั้งเป็นแบบอย่างของโรงเรียนแพทย์แห่งอนาคต เพื่อยกระดับบริการการรักษาผู้ป่วยด้วยเทคโนโลยีหุ่นยนต์ช่วยผ่าตัด โดยใช้เทคโนโลยีทันสมัยที่สุด เราพยายามนำเทคโนโลยีให้เข้าถึงเพื่อบริการทุกคน หรือ Technology for All ที่เชื่อมโยงองค์ความรู้การวิจัยและเทคโนโลยี นับเป็นการเปิดบทใหม่ของการรักษาในระบบสุขภาพ เป็นการพลิกโฉมการผ่าตัดยุคใหม่ครั้งแรกในประเทศไทยและภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ที่ใช้งานระบบหุ่นยนต์ที่มีความแม่นยำสูง

คณะแพทยศาสตร์ มช.

ตั้งเป้าสู่ Training Center

ศ.(เชี่ยวชาญพิเศษ) นพ.บรรณกิจ โลจนาภิวัฒน์ ที่ปรึกษาผู้ทรงคุณวุฒิ คณะแพทยศาสตร์ มช. เสริมว่า ปัจจัยสำคัญที่นำหุ่นยนต์ระบบใหม่มาใช้ เนื่องจากข้อจำกัดของหุ่นยนต์ผ่าตัดทั่วไปคือ มีลักษณะเป็นก้อน มีแขน 4-5 แขน เกิดความเทอะทะ ไม่สะดวกในการเคลื่อนย้าย เกิดปัญหาความลื่นไหล

ขณะที่หุ่นยนต์ช่วยในการผ่าตัดฮิวโก (Hugo) เป็นเทคโนโลยีที่ทันสมัยสุดในยุคปัจจุบัน มีลักษณะพิเศษที่แยกตัว-ขาหุ่นยนต์ออกจากกันได้ สะดวกต่อการเคลื่อนย้าย ความแม่นยำสูง ภาพคมชัด นอกจากนี้ยังนำเทคโนโลยีหรือฟังก์ชั่นใหม่ในอนาคตเข้ามาเติมเต็มได้

ปัจจุบันโรงพยาบาลร่วมมือกับมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ เพื่อสร้างสถานีจ่ายไฟฟ้าให้ระบบไฟฟ้าภายในโรงพยาบาลมีความเสถียร ทั้งนี้ ห้องผ่าตัดหุ่นยนต์เป็นส่วนที่เชื่อมต่อการใช้ไฟระบบ Generator ทำหน้าที่ผลิตกระแสไฟฟ้าเมื่อไฟฟ้าดับ รวมถึงมีทีมวิศวกรรมหุ่นยนต์ มีการวางระบบไฟโดยเฉพาะ และมีการวางระบบก่อนผ่าตัดไว้ครบวงจร เพื่อความปลอดภัยสูงสุด

ศ.(เชี่ยวชาญพิเศษ) นพ.บรรณกิจ โลจนาภิวัฒน์ ที่ปรึกษาผู้ทรงคุณวุฒิ คณะแพทยศาสตร์ มช.
ศ.(เชี่ยวชาญพิเศษ) นพ.บรรณกิจ โลจนาภิวัฒน์ ที่ปรึกษาผู้ทรงคุณวุฒิ คณะแพทยศาสตร์ มช.

สถิติการผ่าตัดด้วยหุ่นยนต์ทั่วโลกมีอัตราเพิ่มขึ้นต่อเนื่องทุกปี ปี 2567 ที่ผ่านมามีจำนวนการผ่าตัดเพิ่มขึ้นจากปีก่อนหน้าถึง 47% แต่ประเทศไทยมีการผ่าตัดด้วยหุ่นยนต์เพียง 5% เท่านั้น ทำให้ไม่สามารถหลีกเลี่ยงการใช้หุ่นยนต์ผ่าตัดได้

ขณะนี้คณะแพทยศาสตร์ มช.พร้อมแล้วที่จะเป็น Training Center สำหรับประเทศไทยและภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ในการถ่ายทอดระบบผ่าตัดด้วยหุ่นยนต์ หากระบบนี้จัดสรรไปยังโรงพยาบาลอื่น ๆ ทีมแพทย์จะต้องมาฝึกที่คณะแพทยศาสตร์ มช.

เดินหน้าเพิ่มเคสผ่าตัด

ที่สำคัญ คณะแพทยศาสตร์ มช. ยังมีแผนการผ่าตัดด้วยระบบหุ่นยนต์ในทุกแผนก เช่น ระบบทางเดินปัสสาวะ ระบบตับและตับอ่อน ระบบลำไส้ ระบบทางเดินอาหารส่วนบน และระบบนรี เป็นต้น

ในอนาคตอันใกล้จะเพิ่มเรื่องการฝึกอบรมผ่าตัดด้วยหุ่นยนต์ในกระบวนการฝึกอบรมแพทย์เฉพาะทางด้วย เพื่อให้มีโอกาสสัมผัสและรู้จักกันมากขึ้น รวมถึงระบบบริการ อาจใช้ระบบหุ่นยนต์มาช่วยการจ่ายยา เพื่อความรวดเร็ว ลดการแออัด

ด้านบริหารจัดการอาจนำ AI (ปัญญาประดิษฐ์) มาร่วมประยุกต์ใช้ในการวิเคราะห์ผลผ่าตัดทางรังสี เพื่อช่วยคัดกรองเบื้องต้นก่อนพบแพทย์ ทำให้กระบวนการการตรวจสอบหาความผิดปกติในตัวผู้ป่วยมีความรวดเร็วขึ้น

“เราจะไม่หยุดแค่ 2 สาขาวิชานี้ (ระบบปัสสาวะ-ตับอ่อน) เราจะพัฒนาต่อทางด้านลำไส้ ระบบนรีเวช และจะเพิ่มเคสผ่าตัดให้มากขึ้นกว่าเดิม”

มช.พลิกโฉมครั้งใหญ่ ดึงหุ่นยนต์ผ่าตัดครั้งแรกในอาเซียน

มช.พลิกโฉมครั้งใหญ่ ดึงหุ่นยนต์ผ่าตัดครั้งแรกในอาเซียน