เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
อัพเดตค่าธรรมเนียม ‘Shopee-Lazada’ ล่าสุด เฉพาะ GP จ่ายสูงสุด 19.26%
Tech อัพเดตค่าธรรมเนียม ‘Shopee-Lazada’ ล่าสุด เฉพาะ GP จ่ายสูงสุด 19.26%
CAAT แจงเกณฑ์เปิดตรวจกระเป๋าเช็กอิน ทำเฉพาะกรณีพบสิ่งต้องสงสัย
News CAAT แจงเกณฑ์เปิดตรวจกระเป๋าเช็กอิน ทำเฉพาะกรณีพบสิ่งต้องสงสัย
ไทยรื้อวง JTC เมียนมารอบ 10 ปี เร่งปลดล็อกการค้า ดันเป้า 1.2 หมื่นล้านดอลลาร์
World ไทยรื้อวง JTC เมียนมารอบ 10 ปี เร่งปลดล็อกการค้า ดันเป้า 1.2 หมื่นล้านดอลลาร์
OR เผยครึ่งปีแรก 2569 รายได้ เฉียด 4 แสนล้าน
Business OR เผยครึ่งปีแรก 2569 รายได้ เฉียด 4 แสนล้าน
CIMB ชี้การลงทุนดาต้าเซ็นเตอร์ 1.6 ล้านล้าน ช่วยหลายอุตสาหกรรมไทย มองรัฐบาลตื่นตัวออกกฎเกณฑ์
Finance CIMB ชี้การลงทุนดาต้าเซ็นเตอร์ 1.6 ล้านล้าน ช่วยหลายอุตสาหกรรมไทย มองรัฐบาลตื่นตัวออกกฎเกณฑ์
‘ปลอดประสพ’ ฝากข้อคิด ‘อ.วีระ’ วอนให้เกียรติข้าราชการ ยันที่พักอุทยานฯ เน้นอิงธรรมชาติ
Politics ‘ปลอดประสพ’ ฝากข้อคิด ‘อ.วีระ’ วอนให้เกียรติข้าราชการ ยันที่พักอุทยานฯ เน้นอิงธรรมชาติ
มาคาเลียส ชี้กลุ่มท่องเที่ยวชู ‘อี-โวเชอร์’ บริหารรายได้ธุรกิจยุคใหม่
Business มาคาเลียส ชี้กลุ่มท่องเที่ยวชู ‘อี-โวเชอร์’ บริหารรายได้ธุรกิจยุคใหม่
GOLD2go รุกภาคตะวันออก ผนึกร้านทองพันธมิตร รับเทรนด์ออมทอง 100 บาท ถือครองจริงได้
Finance GOLD2go รุกภาคตะวันออก ผนึกร้านทองพันธมิตร รับเทรนด์ออมทอง 100 บาท ถือครองจริงได้
ฟอร์ด เรนเจอร์ วูล์ฟแทรค ลุยทุกเส้นทาง
Automotive ฟอร์ด เรนเจอร์ วูล์ฟแทรค ลุยทุกเส้นทาง
วีระ ขอโทษ เข้าใจผิดปมเข้าพักเกาะสิมิลัน – วอนอย่าตั้งกรรมการสอบ หน.อุทยานฯ
News วีระ ขอโทษ เข้าใจผิดปมเข้าพักเกาะสิมิลัน – วอนอย่าตั้งกรรมการสอบ หน.อุทยานฯ
ดูทั้งหมด

ROVULA จุดพลุ ดีปเทคไทยลุยอาเซียน ยานสำรวจใต้ทะเล พลิกกำไรใน 3 ปี

14 พ.ค. 2569 | 10:00น.
ดีปเทค

ในงานสัมมนา  “Matichon X AIS Forum 2026 : Innovation Changes Thailand นวัตกรรมเปลี่ยนประเทศ” เพื่อนำเสนอความก้าวหน้าด้านนวัตกรรม และศักยภาพของประเทศไทยในการใช้นวัตกรรมขับเคลื่อน มี “ภัคชนม์ หุ่นสุวรรณ์” ผู้ร่วมก่อตั้ง บริษัท โรวูล่า ประเทศไทย จำกัด (ROVULA)

สตาร์ตอัพด้านหุ่นยนต์อัตโนมัติภายใต้ บมจ.ปตท.สำรวจ และผลิตปิโตรเลียม เป็นหนึ่งในวิทยากรที่ขึ้นเวทีสะท้อนมุมมองและความสำเร็จในการพัฒนานวัตกรรม “ดีปเทค” ยานสำรวจอัตโนมัติ จากปัญหาในการทำงานขององค์กร ร่วมกับภาคการศึกษาในการวิจัยและพัฒนา สู่โมเดลธุรกิจที่เริ่มรับรู้รายได้ และเจาะตลาดภูมิภาคอาเซียนได้สำเร็จ

เจาะอาเซียน พลิกกำไรใน 3 ปี

“ภัคชนม์” อธิบายการทำงานในส่วนการสำรวจท่อส่งก๊าซใต้ทะเลว่า มีปัญหาความเสี่ยงจากการใช้สายเชื่อมต่อกับเรือสำรวจบนผิวน้ำ ทำให้ในบางครั้งเป็นอันตรายเมื่อเข้าใกล้แท่นขุดเจาะ ใช้ทั้งทุนและเวลามาก หากสามารถสร้างหุ่นยนต์สำรวจอัตโนมัติ โดยไม่ต้องใช้คนเลยจะเป็นการดี จึงเริ่มพัฒนายานสำรวจ “Xplorer” เป็นยานยนต์ใต้น้ำอัตโนมัติ (Autonomous Underwater Vehicle – AUV) โดยฝีมือวิศวกรไทย เพื่อยกระดับประสิทธิภาพและความปลอดภัยในการตรวจสอบท่อส่งน้ำมันและก๊าซธรรมชาติใต้ทะเล

โดยยังคงจุดเด่นสำคัญ คือการทำงานแบบไร้สาย (Wireless) และขับเคลื่อนด้วยระบบอัจฉริยะ (Autonomous) ช่วยให้การทำงานรวดเร็วกว่าเทคโนโลยีเดิมที่ใช้สายลากจูง (ROV) ถึง 2 เท่า และช่วยลดความเสี่ยงของเรือสนับสนุนในสภาวะอากาศแปรปรวน

“จุดเริ่มต้นจากความร่วมมือระหว่างภาคอุตสาหกรรม คือ ปตท.สผ. และภาคการศึกษา คือมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ใช้เวลาพัฒนากว่า 8 ปี ปัจจุบันก้าวสู่การเป็น Corporate Startup และยาน Xplorer 2.0 รุ่นล่าสุด ให้บริการเชิงพาณิชย์ได้แล้วทั้งในและต่างประเทศ ในปลายปี 2567 ที่ผ่านมา” 

ผู้บริหารบริษัท โรวูล่า ประเทศไทย เปิดเผยด้วยว่า รายได้ในปี 2568 เพิ่มขึ้นจากปี 2567 ที่ทำรายได้ราว 145 ล้านบาท ทำให้มีรายได้เพียงพอต่อการดำเนินการโดยไม่ต้องพึ่งบริษัทแม่ และคาดว่าภายใน 3 ปีข้างหน้าจะพลิกทำกำไรได้สำเร็จ

แต่มีความน่าสนใจคือ เป็นรายได้จากการดำเนินการในต่างประเทศ โดยเฉพาะมาเลเซียเกินครึ่งของรายได้รวม และกำลังเจรจาเข้าไปให้บริการในอินโดนีเซีย และในอนาคตจะขยายไปยังประเทศอื่น ๆ ในอาเซียนด้วย 

“แม้สัดส่วนรายได้ในมาเลเซียจะมากกว่าที่ประเทศไทย แต่ก็ยังสะวิงไปมา เพราะปีไหนที่ไทยมีโครงการสำรวจและซ่อมท่อส่งก๊าซรายได้ก็จะมากขึ้น แต่โดยรวมยังนับว่ารายได้จากมาเลเซียสูงกว่าอยู่ดี”

สเกลต่อไปในอนาคต

ยานสำรวจ Xplorer ออกแบบมาเพื่อแก้ข้อจำกัดของเทคโนโลยีการตรวจสอบท่อใต้ทะเลแบบเดิม ด้วยวิศวกรรมขั้นสูงเพื่อให้สามารถทำงานภายใต้ความกดอากาศสูงที่ระดับความลึกสูงสุด 300 เมตร มีการใช้เทคโนโลยีขั้นสูงในการนำทางแม้ในสภาวะที่ท่อบางส่วนอาจถูกฝังอยู่ใต้ดิน

ด้วย Computer Vision และ AI สามารถใช้ในการประมวลผลภาพเพื่อระบุตำแหน่งและวิ่งตามแนวท่ออัตโนมัติ รวมถึง Multi-sensor Fusion ผสานข้อมูลจากโซนาร์ (Sonar) และแผนที่แนวท่อที่อัพโหลดไว้ล่วงหน้าเพื่อให้เกิดความแม่นยำสูงสุด

เมื่อปล่อยยานสำรวจข้อมูลทั้งหมดจะอัพโหลดขึ้น Web Application เพื่อให้ผู้ใช้สามารถตรวจสอบได้จากทุกที่ ทั้งข้อมูล วิดีโอความละเอียดสูงและภาพจากโซนาร์ กราฟแสดงการกัดกร่อนของท่อในแต่ละจุด Digital Twin ในรูปแบบโมเดล 3 มิติของแนวท่อ, บันทึกเหตุการณ์ ซึ่งในอนาคตจะเปลี่ยนจากการใช้คนรีวิวเป็นระบบ AI ทั้งหมด

ปัจจุบันพัฒนาสู่ Commercial Model V.2 และเริ่มให้บริการเชิงพาณิชย์เต็มรูปแบบโดยมีการตรวจสอบท่อไปแล้วกว่า 700 กิโลเมตร ทั้งในประเทศไทยและมาเลเซีย (รัฐซาราวัก) และมีแผนขยายบริการไปทั่วเอเชียและระดับโลก

“ภัคชนม์” ยังกล่าวด้วยว่า ด้วยเทคโนโลยีขั้นสูงต่าง ๆ ที่มีอยู่สามารถจะต่อยอดไปในธุรกิจต่าง ๆ ได้ มีเป้าหมายสูงสุดคือการสร้างระบบนิเวศ “ยานยนต์ใต้น้ำไร้คนขับ” ที่สมบูรณ์แบบ และในระยะอันใกล้จะพัฒนาแพลตฟอร์มแท่นจอดใต้น้ำ (Docking Station) เพื่อสร้างการควบคุมระยะไกลจากทุกที่ ทำให้ผู้ควบคุมไม่จำเป็นต้องอยู่บนเรือ แต่สามารถสั่งการได้จากสำนักงานหรือที่ใดก็ได้ ซึ่งการมีแพลตฟอร์มจอดใต้น้ำยังทำให้ทำงานต่อเนื่อง 24/7

“Docking Station จะกระจายอยู่ตามแหล่งผลิตเพื่อให้หุ่นยนต์ทำงานและชาร์จไฟได้เอง ลดการเช่าเรือสนับสนุนขนาดใหญ่ ลดการใช้แรงงานในพื้นที่เสี่ยง (Offshore) และลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนจากการใช้เรือสนับสนุนขนาดใหญ่ เทคโนโลยียานสำรวจนี้เริ่มจากปัญหาที่เราเห็นในการทำงานที่ ปตท.สผ. จากนั้นก็นำไปวิเคราะห์ และให้ภาคการศึกษา น้อง ๆ ที่มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ช่วยกันออกแบบ แล้วแยกตัวไปเป็นสตาร์ตอัพ และพัฒนาต่อเนื่องมากว่า 8 ปี มีความร่วมมือทั้งจากในองค์กร ภาคการศึกษา และพันธมิตร ทำให้เห็นว่าดีปเทคที่เราพัฒนาขึ้นสามารถนำไปใช้ และสร้างธุรกิจใหม่ ๆ ได้จริง ซึ่งผมเชื่อว่าเทคโนโลยีการสำรวจใต้น้ำบางอย่างที่เรามียังไม่มีใครในโลกนี้มี”

และมีโอกาสที่จะขยายเทคโนโลยีสู่ตลาดใหม่ ๆ  ทั้งด้านความมั่นคง เช่น เทคโนโลยีต่อต้านเรือดำน้ำและการค้นหาทุ่นระเบิด ด้านวิทยาศาสตร์ทางทะเล เช่น การสำรวจทรัพยากรและมอนิเตอร์สภาพแวดล้อมทางทะเล และเป็นตัวอย่างสำคัญของการใช้นวัตกรรมเพื่อนำพาประเทศไทยออกจากกับดักรายได้ปานกลางสู่ประเทศที่มีรายได้สูง

ถอดบทเรียนความสำเร็จ

“ภัคชนม์” ได้ให้มุมมองด้วยว่า การที่บริษัทสามารถพัฒนา “ดีปเทค” มาเป็นธุรกิจใหม่ได้สำเร็จ มีกุญแจความสำเร็จ ประกอบด้วย

1.ความร่วมมือที่แข็งแกร่งระหว่างภาคอุตสาหกรรมและภาคการศึกษา มีการทำงานร่วมกันอย่างหนักระหว่างภาคเอกชนและมหาวิทยาลัย โดยภาคเอกชนเป็นผู้ลงทุน และคาดหวังผลลัพธ์ที่เป็นรูปธรรมจากการวิจัย

2.กลยุทธ์การแยกตัวเป็นสตาร์ตอัพ ช่วยให้ทีมงานมีความคล่องตัวสูงขึ้น โฟกัสกับงานได้อย่างเต็มที่ และเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันในตลาด

3.การสนับสนุนในระยะยาวจากบริษัทแม่ (ปตท.สผ.) ที่ไม่ใช่เพียงแค่เรื่องเงินทุน แต่รวมถึงการแลกเปลี่ยนแนวคิด  การกำหนดเป้าหมาย (Milestone) และทิศทางในการดำเนินธุรกิจ

4.องค์ความรู้เฉพาะทางที่ลึกซึ้ง ทีมงานมีความรู้และความเชี่ยวชาญโดยตรงในด้านการตรวจสอบท่อส่งปิโตรเลียมใต้น้ำ ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของโครงการ

5.การมีพื้นที่ทดสอบจริง (Sandbox) การได้รับโอกาสให้นำหุ่นยนต์ไปใช้งานในสภาพแวดล้อมจริง (Real Field) ของ ปตท.สผ. ทำให้วิศวกรสามารถเผชิญและแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นจากสภาพแวดล้อมจริง ซึ่งไม่สามารถหาได้จากห้องทดลอง

และ 6.ความเชื่อมั่นในศักยภาพของวิศวกรไทย ด้วยโครงการมีการบ่มเพาะบุคลากรตั้งแต่ระดับนิสิตนักศึกษาชั้นปีที่ 4 ซึ่งต้องเป็นการสร้างความเชื่อมั่น และปลุกปั้นจนสามารถนำความรู้มาสร้างนวัตกรรม สร้างงาน และเป็นกำลังสำคัญของประเทศ