อำเภอโคกสูงออกประกาศสั่งอพยพประชาชน 3 ตำบล ไปยังศูนย์พักพิงชั่วคราวหรือพื้นที่ปลอดภัย หากฝ่าฝืนมีโทษตามกฎหมาย
นายนริศ ปาลกะวงศ์ ณ อยุธยา นายอำเภอโคกสูง จังหวัดสระแก้ว ออกประกาศกองอำนวยการป้องกันและบรรเทาสาสาธารณภัยอำเภอโคกสูง เรื่อง ขอให้ประชาชนในพื้นที่เสี่ยงภัย (ภัยอันเนื่องมาจากการกระทำของกองกำลังจากนอกประเทศ) พักอาศัยในศูนย์พักพิงชั่วคราวหรือสถานที่ปลอดภัย และห้ามเข้าพื้นที่ที่กำหนดจนกว่าสถานการณ์จะคลี่คลาย
ตามที่ได้มีการปะทะกันระหว่างกองกำลังไทย-กัมพูชา ตั้งแต่วันที่ 8 ธันวาคม 2568 ในพื้นที่อำเภอโคกสูง โดยสถานการณ์ได้ยกระดับความรุนแรงอย่างต่อเนื่อง เกิดการปะทะกันบริเวณชายแดนในพื้นที่บ้านหนองหญ้าแก้ว ตำบลโคกสูง และบ้านหนองจาน ตำบลโนนหมากมุ่น ซึ่งมีแนวโน้มว่าอาจจะยืดเยื้อ
และขยายวงกว้างมากยิ่งขึ้น โดยกองอำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดสระแก้ว ได้ประกาศเขตพื้นที่ประสบสาธารณภัย กรณีภัยกองกำลังจากนอกประเทศ ในพื้นที่อำเภอโคกสูงแล้วนั้น
ดังนั้น เพื่อเป็นการป้องกันและบรรเทาภยันตรายแก่ผู้อยู่อาศัยในพื้นที่ และอำนวยความสะดวกต่อการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าพนักงาน จึงอาศัยอำนาจตามความในมาตรา 28 และมาตรา 29 แห่งพระราชบัญญัติป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย พ.ศ. 2550 โดยให้ประชาชนพักอาศัยในศูนย์พักพิงชั่วคราว หรือสถานที่ปลอดภัยและห้ามเข้าพื้นที่ที่กำหนด ดังต่อไปนี้
1. ตำบลโนนหมากมุ่น จำนวน 6 หมู่บ้าน ได้แก่ หมู่ที่ 1 บ้านโนนหมากมุ่น, หมู่ที่ 2 บ้านโนนสูง,
หมู่ที่ 3 บ้านหนองจาน, หมู่ที่ 4 บ้านกุดผือ, หมู่ที่ 5 บ้านอ่างศิลา และหมู่ที่ 6 บ้านศิลารัตน์พัฒนา
2. ตำบลโคกสูง จำนวน 10 หมู่บ้าน ได้แก่ หมู่ที่ 1 บ้านโคกสูง, หมู่ที่ 2 บ้านดอนไร่ฝ้าย, หมู่ที่ 3 บ้านหนองเสม็ด, หมู่ที่ 4 บ้านละลมติม, หมู่ที่ 5 บ้านหาดสำราญ, หมู่ที่ 6 บ้านตอนหลุม, หมู่ที่ 7 บ้านน้อย, หมู่ที่ 9 บ้านหนองหญ้าแก้ว, หมู่ที่ 10 บ้านหนองสิม และหมู่ที่ 11 บ้านร่มไทร
3. ตำบลหนองแวง จำนวน 3 หมู่บ้าน ได้แก่ หมู่ที่ 3 บ้านยอดอุดม, หมู่ที่ 4 บ้านคลองตะเคียน และหมู่ที่ 5 บ้านหนองมั่ง
ทั้งนี้ ให้ประชาชนในพื้นที่ดังกล่าวพักอาศัยในศูนย์พักพิงชั่วคราวหรือสถานที่ปลอดภัย และห้ามเข้าพื้นที่ที่กำหนดจนกว่าสถานการณ์จะคลี่คลาย เว้นแต่ผู้ซึ่งได้รับอนุญาตหรือได้รับคำสั่งจากผู้อำนวยการอำเภอหรือเจ้าพนักงานตามพระราชบัญญัติป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย พ.ศ. 2550 ผู้ใดฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตาม ต้องระวางโทษตามมาตรา 52 แห่งพระราชบัญญัติป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย พ.ศ. 2550 จำคุกไม่เกินหนึ่งเดือน หรือปรับไม่เกินสองพันบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ