เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ดูทั้งหมด

เศรษฐกิจภาคเหนือ Q4/68 ฟื้นตามท่องเที่ยว-มาตรการรัฐ จับตารายได้เกษตรทรุดเกือบ 20%

04 ก.พ. 2569 | 11:47น.

เศรษฐกิจภาคเหนือไตรมาส 4 ปี 2568 ฟื้นตามฤดูกาลท่องเที่ยว-มาตรการกระตุ้นการบริโภคของรัฐ ขณะที่ภาคเกษตรหดตัว “ข้าว-อ้อย-ข้าวโพด”  ราคาร่วง ตลาดชะลอรับซื้อ จับตารายได้เกษตรกรทรุดเกือบ 20% 

เมื่อวันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2569 ธนาคารแห่งประเทศไทย สำนักงานภาคเหนือ แถลงข่าวภาวะเศรษฐกิจการเงินภาคเหนือ ไตรมาสที่ 4 ปี 2568 ณ ธนาคารแห่งประเทศไทย สำนักงานภาคเหนือ จังหวัดเชียงใหม่

นายณัฏฐ์ ลุมพิกานนท์ ผู้อำนวยการ ธนาคารแห่งประเทศไทย สำนักงานภาคเหนือ เปิดเผยว่า เศรษฐกิจภาคเหนือไตรมาส 4 ปี 2568 ปรับตัวดีขึ้นจากไตรมาสก่อน สอดคล้องกับกิจกรรมทางเศรษฐกิจที่เพิ่มขึ้นในช่วงฤดูกาลท่องเที่ยว ประกอบกับมาตรการกระตุ้นการบริโภคของภาครัฐ ได้แก่ โครงการคนละครึ่งพลัส และการเติมเงินบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ส่งผลให้การใช้จ่ายหมวดสินค้าอุปโภคบริโภคเพิ่มขึ้น จากการใช้จ่ายของประชาชนขยายตัวในทุกพื้นที่ ขณะเดียวกัน มีการเร่งซื้อรถยนต์ไฟฟ้าก่อนสิ้นสุดมาตรการอุดหนุน EV ทำให้หมวดสินค้าคงทนขยายตัวเด่น

ทั้งนี้ ภาคการผลิตกลับมาขยายตัว การใช้จ่ายภาครัฐเพิ่มขึ้น 5.4% จากงบฯลงทุนที่ผูกพันข้ามปีในระดับสูง และตลาดแรงงานปรับดีขึ้นต่อเนื่อง สะท้อนจากการจ้างงานในภาคการค้าและการท่องเที่ยวที่เพิ่มขึ้น อย่างไรก็ดี ประเด็นที่ต้องจับตาคือ รายได้เกษตรกรยังคงหดตัวต่อเนื่องจากด้านราคาเป็นสำคัญ ขณะที่การลงทุนภาคเอกชนและการค้าชายแดนยังชะลอลง โดยเฉพาะการค้ากับเมียนมา

สำหรับรายได้เกษตรกรในภาคเหนือหดตัวต่อเนื่อง ซึ่งพบว่าดัชนีรายได้หดตัวลงมากถึง 19.7% ตามราคาข้าวเปลือกเจ้าที่ปรับลดลงจากปริมาณผลผลิตโลกที่เพิ่มขึ้น ส่งผลให้การส่งออกชะลอตัว ราคาข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ลดลงจากการที่ตลาดชะลอการรับซื้อ และราคาอ้อยโรงงานลดลงตามราคาอ้อยขั้นต้น ด้านผลผลิตโดยรวมทรงตัว โดยผลผลิตข้าวลดลงเล็กน้อยจากราคาที่ไม่จูงใจและผลกระทบจากอุทกภัยในบางพื้นที่ ขณะที่ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์เพิ่มขึ้นจากสภาพอากาศที่เอื้ออำนวย

ขณะที่ภาคอุตสาหกรรมในภาพรวมกลับมาขยายตัว 5.0% โดยหมวดอาหารเพิ่มขึ้นจากผลิตภัณฑ์นมและผลิตภัณฑ์จากแป้ง ขยายตัว 7.5% สอดคล้องกับความต้องการบริโภคในช่วงเทศกาล ขณะที่เครื่องดื่มขยายตัว 19.2% เพื่อรองรับกิจกรรมท่องเที่ยวและวันหยุดยาว ส่วนชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ยังขยายตัวต่อเนื่องตามอุปสงค์ที่ดี อย่างไรก็ตาม สินค้าฟุ่มเฟือย อาทิ เฟอร์นิเจอร์ หดตัวลง 10.0% กลุ่มเครื่องจักรและอุปกรณ์ หดตัว 7.9% วัสดุก่อสร้าง หดตัว 3.6% ซึ่งปรับลดลงตามกำลังซื้อที่ยังเปราะบาง

ในส่วนของภาคการท่องเที่ยวขยายตัวดีตามการเข้าสู่ฤดูกาลท่องเที่ยว โดยมีกิจกรรมท่องเที่ยวและจำนวนผู้เข้าร่วมเพิ่มขึ้น มีวันหยุดยาวมากกว่าปีก่อน และสภาพอากาศที่เย็นต่อเนื่องเอื้อต่อการเดินทางของนักท่องเที่ยวชาวไทย ขณะที่นักท่องเที่ยวต่างชาติขยายตัวทั้งจากจีน สิงคโปร์ และกลุ่ม Long Haul สอดคล้องกับจำนวนผู้โดยสารผ่านท่าอากาศยาน จำนวนนักท่องเที่ยวผ่านด่านตรวจคนเข้าเมือง อัตราการเข้าพักแรม และรายรับจากผู้เยี่ยมเยือนที่เพิ่มขึ้น

นายณัฏฐ์กล่าวต่อว่า การลงทุนภาคเอกชนในภาพรวมหดตัวต่อเนื่อง ดัชนีการลงทุนหดตัวลง 1.9% จากการลงทุนหมวดเครื่องจักรและอุปกรณ์ที่หดตัว 4.8% โดยเฉพาะรถยนต์เชิงพาณิชย์ รถกระบะ แทรกเตอร์ และเครื่องจักรกลการเกษตร สอดคล้องกับรายได้เกษตรกรที่ลดลง ขณะที่การลงทุนหมวดก่อสร้างปรับดีขึ้นเล็กน้อยจากฐานต่ำ โดยเพิ่มขึ้นในโครงการที่ไม่ใช่ที่อยู่อาศัย ส่วนที่อยู่อาศัยยังคงหดตัว ขณะที่ ภาคอสังหาริมทรัพย์ปรับดีขึ้นเล็กน้อย ตามการขยายสินเชื่อของสถาบันการเงินบางส่วน

ด้านการค้าผ่านด่านศุลกากรหดตัว 10.7% ตามการค้ากับเมียนมาเป็นสำคัญ จากสถานการณ์ความไม่สงบบริเวณชายแดนและนโยบายการค้าของเมียนมาที่เข้มงวดขึ้น ส่งผลให้การส่งออกไปเมียนมาหดตัวเกือบทุกหมวด อาทิ สินค้าอุปโภคบริโภค เครื่องสำอาง และเครื่องแต่งกาย ขณะที่การนำเข้าลดลงตามการนำเข้าเหล็กและแร่จากเมียนมาที่ชะลอลงหลังขยายตัวสูงในช่วงก่อนหน้า

อัตราเงินเฟ้อทั่วไปติดลบน้อยลง จากราคาหมวดอาหารสดที่เพิ่มขึ้น โดยเฉพาะราคาผักสด ด้านตลาดแรงงานขยายตัว สะท้อนจากจำนวนผู้ประกันตนตามมาตรา 33 ที่เพิ่มขึ้น จากการจ้างงานในภาคการค้า การท่องเที่ยว บริการด้านสุขภาพ และบริการอื่น ๆ ในช่วงฤดูกาลท่องเที่ยว

สำหรับแนวโน้มเศรษฐกิจภาคเหนือในไตรมาส 1 ปี 2569 คาดว่าปรับลดลงเล็กน้อยจากไตรมาสก่อน ตามการบริโภคที่ชะลอลงหลังสิ้นสุดมาตรการกระตุ้น รายได้เกษตรกรยังมีแนวโน้มหดตัวจากด้านราคา และการลงทุนยังขาดปัจจัยสนับสนุน

อย่างไรก็ตาม ภาคการท่องเที่ยวคาดว่าจะขยายตัวต่อเนื่อง ขณะที่การผลิตปรับดีขึ้นจากหมวดน้ำตาลและชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ ส่วนการใช้จ่ายภาครัฐยังเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญ ทั้งนี้ ยังต้องติดตามความเสี่ยงด้านรายได้ภาคเกษตร ความต่อเนื่องของการบริโภค และผลกระทบจากนโยบายการค้าของประเทศเศรษฐกิจหลักอย่างใกล้ชิด