เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
คมนาคม เบรก ”แลนด์บริดจ์-พ.ร.บ.SEC“ ยังไม่เสนอครม. รอผลศึกษาสะเด็ดน้ำจาก“เอกนิติ”
Politics คมนาคม เบรก ”แลนด์บริดจ์-พ.ร.บ.SEC“ ยังไม่เสนอครม. รอผลศึกษาสะเด็ดน้ำจาก“เอกนิติ”
สรุปเวทีเสวนา “6 ปีที่ต้าร์ไม่อยู่ การต่อสู้ การรอคอย และความหวัง”
News สรุปเวทีเสวนา “6 ปีที่ต้าร์ไม่อยู่ การต่อสู้ การรอคอย และความหวัง”
ปริศนา “สุภาพร พิมพงษ์” เขย่าตลาดทุนไทย สั่นคลอนหน่วยงานกำกับ จับตา ก.ล.ต. ตรวจเชิงลึก
Finance ปริศนา “สุภาพร พิมพงษ์” เขย่าตลาดทุนไทย สั่นคลอนหน่วยงานกำกับ จับตา ก.ล.ต. ตรวจเชิงลึก
จับเทรนด์ ‘ศูนย์การค้า’ ไทย จากห้างขายของสู่พื้นที่ใช้ชีวิต
Business จับเทรนด์ ‘ศูนย์การค้า’ ไทย จากห้างขายของสู่พื้นที่ใช้ชีวิต
‘ดร.กอบศักดิ์’ มองดอกเบี้ย 1%-เงินบาทอ่อน เพิ่มแรงส่งเศรษฐกิจ คาดจีดีพี 1.5-2.0%
Finance ‘ดร.กอบศักดิ์’ มองดอกเบี้ย 1%-เงินบาทอ่อน เพิ่มแรงส่งเศรษฐกิจ คาดจีดีพี 1.5-2.0%
สภาฉลุย 306 เสียง คว่ำนิรโทษ ม.112 เยาวชน ปิดจ๊อบ พ.ร.บ.สร้างเสริมสังคมสันติสุข ชงขึ้นทูลเกล้าฯ
Politics สภาฉลุย 306 เสียง คว่ำนิรโทษ ม.112 เยาวชน ปิดจ๊อบ พ.ร.บ.สร้างเสริมสังคมสันติสุข ชงขึ้นทูลเกล้าฯ
SET วันนี้ (8 ก.ค.) ร่วงแรง 27.88 จุด ปิดตลาดดัชนีหลุดต่ำกว่า 1,600 จุด ปมอิหร่านโจมตีช่องแคบฮอร์มุซ
Finance SET วันนี้ (8 ก.ค.) ร่วงแรง 27.88 จุด ปิดตลาดดัชนีหลุดต่ำกว่า 1,600 จุด ปมอิหร่านโจมตีช่องแคบฮอร์มุซ
แอสเซทไวส์-ออริจิ้น ตุนยอดขายบ้าน-คอนโดฯ ครึ่งปีแรกคึก ลุยต่อครึ่งปีหลัง
Real Estate แอสเซทไวส์-ออริจิ้น ตุนยอดขายบ้าน-คอนโดฯ ครึ่งปีแรกคึก ลุยต่อครึ่งปีหลัง
“ศุภชัย” ปัดตอบปมสุภาพรถือหุ้นทรู 7% โยน ก.ล.ต.สอบ 
Finance “ศุภชัย” ปัดตอบปมสุภาพรถือหุ้นทรู 7% โยน ก.ล.ต.สอบ 
ตลาดหลักทรัพย์ฯ เปิดผลงาน SET ครึ่งปีแรกหุ้นขึ้น 26.3% เดือน มิ.ย. พุ่ง 1.5%
Finance ตลาดหลักทรัพย์ฯ เปิดผลงาน SET ครึ่งปีแรกหุ้นขึ้น 26.3% เดือน มิ.ย. พุ่ง 1.5%
ดูทั้งหมด

‘เนื้อไทย’ 4 แบรนด์ท้องถิ่น จี้เกษตร-พาณิชย์ แก้โครงสร้าง

11 ก.พ. 2569 | 14:48น.
Thai beef

ปิดฉากมหกรรมคนรักเนื้อครั้งยิ่งใหญ่ “Thailand Beef Fest 2026” โดยสำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (องค์การมหาชน) หรือ NIA กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) ที่เดินหน้าขับเคลื่อนซอฟต์พาวเวอร์ด้านอาหาร ตอกย้ำศักยภาพ “เนื้อวัวไทย” ผ่านการใช้นวัตกรรมยกระดับคุณภาพสู่สากล พร้อมดันเนื้อไทยพรีเมี่ยมเข้าสู่ร้านอาหารระดับโลก

การจัดแสดงเนื้อครั้งนี้ได้รวมพล 4 แบรนด์เนื้อไทยคุณภาพสูงจากเกษตรกรตัวจริง ได้แก่ โคดำลำตะคอง, โคขุนหนองสูง, สุรินทร์วากิวสลักได และโคเนื้อกำแพงแสน ซึ่งหัวใจสำคัญของการยกระดับเนื้อไทยคือ ‘นวัตกรรม’ โดยตลอดห่วงโซ่อุปทานตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ NIA ให้การสนับสนุนเทคโนโลยีการปรับปรุงสายพันธุ์ การจัดการฟาร์มอัจฉริยะ (Smart Farming) การใช้สูตรอาหารสัตว์ที่ใช้วัตถุดิบท้องถิ่น เพื่อสร้างอัตลักษณ์ของรสชาติ ไปจนถึงนวัตกรรมการบ่มเนื้อ (Dry Aging) และการแปรรูป เพื่อให้ตอบโจทย์เทรนด์ผู้บริโภคยุคใหม่ที่มองหาทั้ง ‘คุณภาพ’ และ ‘ความยั่งยืน’

Thai beef

เนื้อพรีเมี่ยมจากงานวิจัย

นายอรรควัฒน์ วิริยะขจรเกียรติ กรรมการผู้จัดการ บริษัท เอ็น.วี.เค.ฟาร์ม โปรดักส์ จำกัด แบรนด์ Black Cow โคดำลำตะคอง จังหวัดนครราชสีมา กล่าวว่า เริ่มเลี้ยงโคตั้งแต่ปี 2540 ด้วยความติดค้างในใจว่าทำไมการเลี้ยงโค ผู้ที่กำหนดราคาจึงกลายเป็นผู้ซื้อ ทำให้มีแนวคิดในการเลี้ยงโคเนื้อ มุ่งให้ผู้เลี้ยงกำหนดคุณภาพและราคาได้เอง

ที่ผ่านมาฟาร์มได้ร่วมมือกับเทคโนธานี (Technopolis) ซึ่งเป็นหน่วยงานหลักด้านการบริการวิชาการและการถ่ายทอดเทคโนโลยีของมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี (มทส.) จังหวัดนครราชสีมา ร่วมมือกันพัฒนาและวิจัยวัวสายพันธุ์พื้นเมืองโคราช ผสมสายพันธุ์แองกัสและวากิว จนกลายเป็น “โคดำลำตะคอง” ในปัจจุบัน

รวมถึงมีการพัฒนาปรับปรุงสายพันธุ์โคเนื้อคุณภาพสูงแบบครบวงจร ตั้งแต่ต้นน้ำ กลางน้ำ และปลายน้ำ เพื่อให้มีคุณภาพตอบโจทย์ผู้บริโภคตลอด 15 ปีที่ผ่านมา ทำให้โคดำลำตะคองกลายเป็นเนื้อพรีเมี่ยมที่มีคุณภาพเทียบเท่าเนื้อระดับ A4 ที่มีเนื้อนุ่มแต่ไม่เลี่ยน

นอกจากนี้ ยังมีการนำนวัตกรรมมาปรับใช้ เช่น ข้อมูลวิจัยกำหนดสูตรอาหารที่มีคุณค่าทางโภชนาการ เช่น วัตถุดิบชนิดไหนให้สารอาหารแบบไหน ส่งผลดีอย่างไร และงานวิจัยพิสูจน์แล้วว่าพันธุ์ลำตะคองมีสารกรดไขมันโอเมก้า 3-6-9 และมีกรดที่ให้สารอาหารที่เป็นประโยชน์แก่ผู้บริโภค ควบคู่กับการใช้เทคโนโลยีการผสมพันธุ์ เพื่อลดต้นทุนและยกระดับพันธุกรรม

Thai beef

อย่างไรก็ดี เนื้อเป็นแหล่งโปรตีนสำคัญที่ได้รับความนิยมจากผู้บริโภค ซึ่งฟาร์มให้ความสำคัญกับ Food Safety อย่างมาก การันตีได้ว่าเป็นฟาร์มที่ได้มาตรฐาน มีมาตรฐานปลอดสารเร่งเนื้อแดง มีสัตวแพทย์ประจำ แม่พันธุ์และพ่อพันธุ์ได้รับวัคซีนครบ รวมถึงมีการตรวจสอบทั้งเนื้อและเซลล์เลือด สะท้อนให้เห็นว่านี่ไม่ใช่เพียงการแก้ปัญหาแค่ปัจจุบัน แต่มองถึงอนาคตในการแข่งขันกับต่างประเทศ

ปัจจุบันตลาดเนื้อร้อนในร้านชาบู-บุฟเฟต์เติบโตสูง เพราะเนื้อนำเข้าใช้จุดแข็งด้านแบรนดิ้ง ทำให้เราเชื่อว่าเป็นวัวพรีเมี่ยม แม้ความเป็นจริงคุณภาพเนื้อไม่ต่างกับวัวไทยที่ไม่มีคุณภาพ จึงเสนอให้รัฐช่วยสนับสนุนการสร้างแบรนด์เนื้อไทยอย่างจริงจัง

“ผมพูดมาตลอดว่าเนื้อไทยไม่แพ้ชาติใดในโลก ดังนั้น การปรับตัวคือเรื่องสำคัญแนวคิดการตลาดนำการผลิตจะต้องนำมาใช้ ยังไงก็ไม่มีล้น ขอแค่ปรับเปลี่ยนให้ตรงตามความต้องการตลาด”

“เนื้อ GI” จากวัตถุดิบท้องถิ่น

นางดวงใจ หลิน หจก.เอส เจ ดวงใจ ฟาร์ม สุรินทร์ แบรนด์สุรินทร์วากิว กล่าวว่า เครือข่ายมีฟาร์มต้นแบบ 6 แห่ง มีการผลักดันการยกระดับเนื้อโคสุรินทร์สู่สินค้า GI โดยใช้โคพื้นเมืองผสมวากิว และเน้นการเลี้ยงด้วยวัตถุดิบท้องถิ่น เช่น ข้าวหอมมะลิ รำข้าว และฟางข้าว ซึ่งส่งผลต่อสี กลิ่น และรสชาติเนื้อ

มาตรฐานของเนื้อสุรินทร์วากิวคือ ต้องเป็นเนื้อคุณภาพระดับ 3A และสามารถตรวจสอบย้อนกลับได้ทุกขั้นตอน ตั้งแต่พ่อพันธุ์ แม่พันธุ์ การขุน การบ่ม ไปจนถึงการแปรรูป ทำให้เนื้อวากิวสุรินทร์มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว คือสีสว่างและเนื้อมีรสชาติ มีกลิ่นหอมหวานเฉพาะตัว โดยปัจจุบันตลาดต้องการเนื้อเกรดกลาง ราคาจับต้องได้มากขึ้น ฟาร์มจึงปรับรูปแบบการขุนให้สอดคล้องกับความต้องการตลาด

ทั้งนี้ ได้มีข้อเสนอต่อภาครัฐในด้านการสนับสนุนเกษตรกรเลี้ยงโคเนื้อว่า การเลี้ยงโค 1 ตัวใช้เวลานานเกือบ 3 ปี แต่แหล่งทุนสนับสนุนมักกำหนดเงื่อนไขระยะสั้น 6 เดือน วัวยังไม่สามารถแปรสภาพออกสู่ตลาดได้ แต่กลับต้องมาใช้หนี้ ดังนั้น เสนอให้รัฐปรับโครงสร้างสินเชื่อและภาษีให้เหมาะกับรอบการผลิตจริง

Thai beef

โคขุนหนองสูง การันตีรสชาติ

นางประมวล หนองสูง ประธานกรรมการสหกรณ์การเกษตรหนองสูง จำกัด แบรนด์โคขุนหนองสูง มุกดาหาร กล่าวว่า สหกรณ์เริ่มต้นจากการพัฒนาโคพรีเมี่ยมสายวากิวที่ตอบโจทย์สายมันแทรก ปัจจุบันมีพ่อพันธุ์แม่พันธุ์เป็นของตนเอง และจัดทำฐานข้อมูลโคทุกตัว ตั้งแต่วันเกิด สายพันธุ์ ไปจนถึงเส้นทางการเคลื่อนย้าย ด้วยระบบการเลี้ยงที่ได้มาตรฐาน ทำให้โคขุนหนองสูงมีเนื้อแดงคุณภาพสูง รสชาติเข้มข้น จัดจ้าน กล้าการันตีว่าคนรักกลิ่นเนื้อจะต้องชอบ

ปัจจุบันสหกรณ์กำลังคัดเลือกและการผลิตอาหารสัตว์เอง เพื่อลดการพึ่งพาพ่อค้าคนกลาง และหวังว่าจะผลิตอาหารวัวจำหน่ายออกสู่ตลาดได้ พร้อมทั้งใช้ระบบบริหารจัดการฟาร์มด้วยข้อมูล (Data Management) ควบคู่กับมาตรฐาน GMP การสุ่มตรวจสารเร่งเนื้อแดงและสุ่มตรวจสารแปลกปลอมในเนื้อสม่ำเสมอ และระบบชำแหละที่ตรวจสอบย้อนกลับได้ รวมถึงมาตรฐานฮาลาล และ ISO ทำให้ผู้บริโภคมั่นใจได้ว่าปลอดภัยแน่นอน

Thailand Beef Fest

ปั้น “KU Beef” สู่ตลาดโลก

นายสุรชัย เปี่ยมคล้า ผู้จัดการสหกรณ์โคเนื้อกำแพงแสนกล่าวว่า KU Beef เกิดจากผลงานวิจัยปรับปรุงพันธุ์ของมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ผ่านสหกรณ์ที่ก่อตั้งเมื่อปี 2536 ครอบคลุมตั้งแต่การปรับปรุงพันธุ์ การเลี้ยง การชำแหละ และการตลาด

จุดเด่นคือการใช้เทคโนโลยีการตัดแต่งพันธุกรรม คัดเลือกยีนที่เกี่ยวข้องกับไขมันแทรกและยีนเนื้อนุ่ม รวมถึงการผสมเทียมและถ่ายฝากตัวอ่อน เพื่อยกระดับคุณภาพเชิงพาณิชย์ โดยยึดหลักว่าในอีก 10 ข้างหน้าเรายังต้องขายได้ และคุณภาพต้องดีขึ้น ทำให้โคเนื้อกำแพงแสนมีคุณภาพดี ด้วยเทคโนโลยีการบ่มเนื้อที่ช่วยดึงรสอูมามิ รสสัมผัสที่นุ่มนวล และกลิ่นหอมลึก จนสามารถส่งออกได้แล้วคือ สปป.ลาว และอยู่ระหว่างการตรวจรับรองจากมาเลเซีย

ด้านข้อมูลจากกรมปศุสัตว์ระบุว่า ปัจจุบันประเทศไทยมีโคเนื้อ 9.5 ล้านตัว ในรอบการผลิตปีนี้คาดว่าจะมีลูกวัว 2 ล้านตัว ขณะที่การบริโภคเนื้อในประเทศ คาดว่าจะบริโภค 1.1 ล้านตัว สะท้อนให้เห็นว่าเกษตรกรยังผลิตโคเนื้อไม่ตรงตามความต้องการ นอกจากนี้ ยังมีการนำเข้าโคเนื้อและผลิตภัณฑ์เนื้อวัวภายใต้กรอบข้อตกลงการค้าเสรี (FTA) ส่งผลกระทบต่อราคาโคเนื้อในประเทศ นี่จึงกลายเป็นโจทย์ที่กระทรวงพาณิชย์และกระทรวงเกษตรฯต้องบูรณาการทำงานร่วมกัน

“แม้รัฐบอกให้เรายกระดับมาตรฐานการผลิต แต่คำถามคือ ทำแล้วได้อะไร ในเมื่อคนที่ทำและคนที่ไม่ทำต่างไม่มีสิทธิพิเศษเหมือนกัน ดังนั้น รัฐต้องส่งเสริมการบริโภคเนื้อไทย พร้อมการสร้างแบรนด์ลอยัลตี้ (Brand Loyalty) ให้ลูกค้าเกิดความจงรักภักดีต่อเนื้อไทย เพื่อสร้างความยั่งยืนในอนาคต”

Thailand Beef Fest

NIA ปั้นเนื้อโคพรีเมี่ยมในไทย สู่ซอฟต์พาวเวอร์อาหารโลก

ดร.กริชผกา บุญเฟื่อง ผู้อำนวยการสำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ หรือ NIA กล่าวว่า ตลาดเนื้อโคพรีเมี่ยมในไทยและต่างประเทศมีแนวโน้มเติบโตอย่างต่อเนื่อง จึงถือเป็นโอกาสทองของผู้ประกอบการไทย หากเราสามารถรักษามาตรฐานและสร้างแบรนด์ที่แข็งแกร่งได้ เนื้อไทยจะไม่ใช่แค่ทางเลือก แต่จะเป็น “ตัวเลือกหลัก” ในตลาด Fine Dining และร้านอาหารชั้นนำ

ดร.กริชผกา บุญเฟื่อง
ดร.กริชผกา บุญเฟื่อง

ซึ่งการจัดงาน Thailand Beef Fest 2026 ภายใต้แนวคิด “Thai Innovative Beef, Global Taste” ครั้งนี้ จึงไม่ใช่เพียงการจัดเทศกาลอาหาร แต่คือการประกาศศักยภาพของนวัตกรรมเกษตรและอาหารของไทย

NIA มุ่งเน้นการพัฒนานวัตกรรมเพื่อเปลี่ยนวิถีปศุสัตว์แบบดั้งเดิม ไปสู่การทำปศุสัตว์แบบแม่นยำและการแปรรูปมูลค่าสูง ซึ่งเป้าหมายหลักคือการสร้างระบบนิเวศที่เอื้อต่อการเติบโตของเกษตรกรและผู้ประกอบการรุ่นใหม่ ให้สามารถผลิตเนื้อโคขุนคุณภาพพรีเมี่ยมให้เป็นซอฟต์พาวเวอร์ด้านอาหารที่มีรสชาติอันเป็นเอกลักษณ์ และมีคุณภาพเทียบเคียงกับเนื้อคุณภาพสูงจากต่างประเทศ

“หัวใจสำคัญของการยกระดับเนื้อไทย คือ ‘นวัตกรรม’ โดยตลอดห่วงโซ่อุปทานตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ NIA ให้การสนับสนุนเทคโนโลยีการปรับปรุงสายพันธุ์ การจัดการฟาร์มอัจฉริยะ (Smart Farming) การใช้สูตรอาหารสัตว์ที่ใช้วัตถุดิบท้องถิ่นเพื่อสร้างอัตลักษณ์ของรสชาติ ไปจนถึงนวัตกรรมการบ่มเนื้อ (Dry Aging) และการแปรรูป เพื่อให้ตอบโจทย์เทรนด์ผู้บริโภคยุคใหม่ที่มองหาทั้ง ‘คุณภาพ’ และ ‘ความยั่งยืน’ ซึ่งการจัดงาน Thailand Beef Fest 2026 ในวันนี้ เป็นการบ่งบอกว่า เนื้อไทยมีความพร้อมและมีศักยภาพสูงมากที่จะก้าวไปเป็น Global Product ที่ได้รับการยอมรับในระดับสากลได้อย่างภาคภูมิ”

การจัดงานครั้งนี้ มุ่งเน้นโชว์ศักยภาพการพัฒนาเนื้อโคไทยสู่การเป็นเนื้อระดับพรีเมี่ยมที่พร้อมส่งออกสู่ตลาดโลก การเปิดพื้นที่ให้เกิดการต่อยอดทางธุรกิจ และเป็นพื้นที่ส่งต่อความรู้สำหรับผู้ที่สนใจเกี่ยวกับเนื้อโคไทย ไม่ว่าจะเป็นผู้ประกอบการ ภาคธุรกิจ ร้านอาหาร และประชาชนทั่วไป ผ่าน 4 โซน ได้แก่ 1) International Pavilion ด้วยความร่วมมือจากสถานทูต 4 ประเทศ (สหรัฐอเมริกา บราซิล ญี่ปุ่น และออสเตรเลีย) จัดแสดงเนื้อพรีเมี่ยมระดับโลก เพื่อให้ผู้สนใจได้เปรียบเทียบและเรียนรู้มาตรฐานสากล

2) Thailand Pavilion รวมพล แบรนด์เนื้อไทยคุณภาพสูงจากเกษตรกรตัวจริง โดยมี 4 เนื้อไทยไฮไลต์ ได้แก่ โคดำลำตะคอง เนื้อพรีเมี่ยมที่มีคุณภาพเทียบเท่าเนื้อระดับ A4 พร้อมจุดเด่นนุ่มแต่ไม่เลี่ยน จาก จ.นครราชสีมา โคขุนหนองสูง เนื้อแดงคุณภาพสูง รสชาติเข้มข้น จัดจ้าน เอาใจสายคนรักกลิ่นเนื้อแท้ ๆ จาก จ.มุกดาหาร สุรินทร์วากิวสลักได เนื้อวากิวลูกผสม ที่ถูกเลี้ยงด้วยนวัตกรรมอาหารสัตว์พื้นถิ่นส่วนผสมจากข้าวหอมสุรินทร์ รำข้าว

Thailand Beef Fest

และธัญพืช ทำให้เนื้อมีกลิ่นหอมหวานเฉพาะตัว จาก จ.สุรินทร์ และโคเนื้อกำแพงแสน เนื้อคุณภาพดี ด้วยเทคโนโลยีการบ่มเนื้อที่ช่วยดึงรสอูมามิ รสสัมผัสที่นุ่มนวล และกลิ่นหอมลึกที่คนรักเนื้อต้องชอบ จาก จ.นครปฐม นอกจากนี้ ยังมีเกษตรกรจากนครราชสีมา บุรีรัมย์ สุรินทร์ และมุกดาหาร ที่นำเนื้อโคพรีเมี่ยมมาพร้อมให้ชิมและจำหน่าย

3) Buyer & Distributor Booth ร่วมเจรจาธุรกิจกับผู้ประกอบการรายใหญ่ เช่น บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) บริษัท ซีพี แอ็กซ์ตร้า จำกัด (มหาชน) และบริษัท เซ็นทรัล ฟู้ด โฮลเซลล์ จำกัด และ 4) Beef Restaurant Zone แหล่งรวมร้านเนื้อชื่อดังกว่า 30 ร้าน ที่จะมาจำหน่ายเมนูซิกเนเจอร์จากเนื้อ เช่น ก๋วยเตี๋ยวเทพนคร, Kitchen’s Nott by ลูกโต้งชลวัว, เนื้อเทวดา น้าเน็ก, เนื้อแคมป์ไฟ และเนื้อเรื่อง

นอกจากนี้ยังมีกิจกรรมเสวนา และเวิร์กช็อปถ่ายทอดความรู้สุดเข้มข้นสำหรับผู้ที่สนใจ เช่น เสวนาเจาะลึก 4 เนื้อวัวพรีเมี่ยมสัญชาติไทย เสวนามาตรฐานการจัดเกรดเนื้อในระดับสากลเพื่อยกระดับเนื้อไทย (From Local to Global : Thai and International Beef Grading) กิจกรรมเวิร์กช็อปการปรุงเนื้อ และการตัดแต่งเนื้อแบบมืออาชีพ

และกิจกรรม Cooking Show จากเชฟชั้นนำระดับประเทศ พร้อมปิดท้ายแต่ละวันด้วยมินิคอนเสิร์ตจากศิลปินยอดฮิต

แท็กที่เกี่ยวข้อง

อว. เนื้อไทยพรีเมี่ยม