เรือนำเที่ยวกระบี่ 4 เกาะจำนวนมากหยุดให้บริการชั่วคราว หลังราคาน้ำมันปรับขึ้น 6 บาทต่อลิตร ดันต้นทุนพุ่ง รายได้ลด เตรียมปรับเพิ่มค่าโดยสาร ร้องรัฐสนับสนุนใช้น้ำมันไบโอดีเซล 100
เรือหางยาวนำเที่ยวที่บริเวณชายหาดนพรัตน์ธารา ตำบลอ่าวนาง อำเภอเมืองกระบี่ จำนวนมากต้องหยุดให้บริการนักท่องเที่ยวชั่วคราว เนื่องจากน้ำมันดีเซลขาดแคลน และราคาที่ปรับเพิ่มสูงขึ้นคราวเดียวลิตรละ 6 บาท ทำให้ต้นทุนเพิ่มสูงขึ้น รายได้ลดลง ประกอบกับจำนวนนักท่องเที่ยวลดลง
สมาชิกสหกรณ์เรือหางยาวบริการตำบลอ่าวนาง จำกัด เปิดเผยว่า จากปกติใช้น้ำมันวิ่งโปรแกรมทัวร์ 4 เกาะ เกาะไก่ ทะเลแหวก เกาะปอดะ อ่าวไร่เลย์ จำนวน 600 บาท แต่ขณะนี้เพิ่มเป็น 900 บาท แต่คิดค่าเรือ 2,200 บาท เท่าเดิม ทำให้รายได้ลดลง อย่างไรก็ตาม ไม่สามารถปรับราคาค่าเรื่อเพิ่มขึ้นได้ต้องผ่านมติที่ประชุมสมาชิกสหกรณ์ก่อน
ขณะที่นายอธิรัตน์ คลองรั้ว ผู้ประกอบการนำเที่ยวเปิดเผยว่า วันนี้ดีเซลขึ้นมาลิตรละ 6 บาท กระทบต่อรายได้ประกอบการนำเที่ยว แต่ไม่สามารถปรับขึ้นราคานำเที่ยวได้ เนื่องจากนักท่องเที่ยวลดจำนวนเรือนำเที่ยว ต้องหยุดให้บริการชั่วคราวเป็นจำนวนมาก จึงเรียกร้องให้รัฐบาลส่งเสริมการใช้น้ำมันไบโอดีเซล 100 ซึ่งราคาน้ำมันปาล์มดิบต่ำกว่าน้ำมันดีเซลทั่วไป ผู้ประกอบการเรือหางยาวนำเที่ยวที่มีอยู่ในจังหวัดกระบี่หลายพันลำสามารถใช้กับเครื่องยนต์ได้ เป็นการบรรเทาความเดือดร้อน
ผู้ประกอบการเรือหางยาวโดยสารข้ามฟากระหว่างสวนสาธารณะธาราเทศบาลเมืองกระบี่ไปยังบ้านเกาะกลาง ตำบลคลองประสงค์ อำเภอเมืองกระบี่ ยังคงให้บริการตามปกติ แม้ว่าวันนี้ราคาน้ำมันดีเซลจะขึ้นลิตรละ 6 บาท เป็นราคาลิตรละ 40 บาท รวมค่าขนส่ง ค่าภาษีบำรุงท้องที่
ทั้งนี้ ยังไม่สามารถปรับขึ้นราคาค่าโดยสารได้ เนื่องจากชาวบ้านส่วนใหญ่ที่อาศัยอยู่บนเกาะเป็นญาติพี่น้องกัน โดยคิดค่าโดยสารเป็นรถจักรยานยนต์คันละ 20 บาท ต้องการเดินทางคันเดียวคิดราคาเหมาคันละ 60 บาทต่อเที่ยว ส่วนผู้โดยสารคนละ 10 บาท หากเหมาลำคนเดียวราคา 30 บาท
อย่างไรก็ตาม หลังจากนี้หากราคาน้ำมันดีเซลเพิ่มขึ้นอาจต้องมีการขึ้นราคาค่าโดยสารประเภทเหมาลำจากรถจักรยานยนต์คันเดียว 60 บาท เพิ่มเป็น 80 บาท ผู้โดยสารคนเดียวจากราคา 20 บาท เพิ่มเป็น 30 บาท
