กมธ.พาณิชย์ฯ วุฒิสภา เสนอรัฐบาลตั้งคณะทำงานบูรณาการระดับชาติ เร่งแก้ปัญหาทุเรียนไทย หวังยกระดับทุเรียนเป็นแชมป์ด้านการส่งออกของประเทศ
เมื่อเร็ว ๆ นี้ ที่ห้องแถลงข่าว ชั้น 1 อาคารรัฐสภา (สส.) คณะกรรมาธิการ (กมธ.) การพาณิชย์และการอุตสาหกรรมวุฒิสภา นำโดย นายเอกชัย เรืองรัตน์ รองประธานคณะกรรมาธิการ พร้อมด้วยพลตำรวจโท สุรพล วิรัตน์โยสินทร์สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดจันทบุรี พรรคภูมิใจไทย ชุมชนสหกรณ์การเกษตรจังหวัดจันทบุรี และสมาคมผู้ส่งออกทุเรียน มังคุด จันทบุรี แถลงข่าวเรื่อง “ขึ้นทะเบียน GI ผลักดันแบรนด์ทุเรียนไทย ยกระดับเศรษฐกิจชุมชน”
โดยกล่าวว่า จากการติดตามเรื่องร้องเรียนจากชาวสวนทุเรียนจังหวัดจันทบุรีและตราด พบว่าปีนี้ผลผลิตทุเรียนเพิ่มขึ้นจาก 1.5 ล้านตัน เป็น 1.89 ล้านตัน ซึ่งมีกำหนดเริ่มตัดผลผลิตอย่างเป็นทางการในวันที่ 20 เมษายน 2569 และตลาดจีนยังมีศักยภาพรองรับได้อีกจำนวนมาก เนื่องจากมีคนจีนเพียงร้อยละ 10 เท่านั้นที่เคยรับประทานทุเรียนจากไทย แต่อุปสรรคสำคัญอยู่ที่ระบบราชการและขั้นตอนที่ล่าช้า
โดยปัจจุบันการส่งออกทุเรียนจากสวนไปถึงจีนใช้เวลาถึง 15 วัน จึงขอให้ภาครัฐลดระยะเวลาขั้นตอนดังกล่าวเหลือเพียง 8 วัน เพื่อลดปัญหาผลผลิตเสียหายจากระยะเวลาในการส่งออก นอกจากนั้น จากการลงพื้นที่ยังพบปัญหาที่สำคัญ อาทิ
1) ทุเรียนไทยยังขาดมาตรฐานที่แน่นอน เปรียบได้กับ “กล่องสุ่ม” เนื่องจากคุณภาพในแต่ละลูกยังไม่สม่ำเสมอ บางลูกเปลือกบาง เนื้อหวานกลมกล่อม แต่ลูกถัดไปอาจรสชาติไม่ดีและเนื้อหนา ส่งผลเสียต่อภาพลักษณ์สินค้าไทยในสายตาผู้บริโภคต่างประเทศ
2) ปัญหาสัญญาซื้อขายระหว่างล้งกับเกษตรกรที่ไม่เป็นธรรม ซึ่งพบว่า สัญญามีรายละเอียดยาวถึง 3-4 หน้า แต่เกษตรกรบางรายไม่สามารถอ่านหนังสือได้และยังใช้การพิมพ์ลายนิ้วมือแทนการเซ็นสัญญา อีกทั้งในสัญญายังมีเงื่อนไขว่า หากเกษตรกรปฏิบัติตามไม่ได้จะถูกยึดสวน
3) ความเสี่ยงจากการสร้างสถานการณ์โดยบริษัทต่างชาติบางราย ทั้งการตัดทุเรียนอ่อนและการนำทุเรียนที่มีสารปนเปื้อนมาสวมสิทธิ์เพื่อทุบราคา
4) ปัญหาเชิงโครงสร้างที่สำนักงานมาตรฐานสินค้าเกษตรและอาหารแห่งชาติ (มกอช.) ของไทย ซึ่งทำหน้าที่ประสานงานกับสำนักงานศุลกากรแห่งสาธารณรัฐประชาชนจีน (GACC) มีอำนาจน้อยเกินไปส่งผลให้เกิดปัญหาในปัจจุบัน
ดังนั้น กมธ. จึงมีข้อเสนอแนะให้รัฐบาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งดำเนินการ ดังนี้
1) จัดตั้งคณะกรรมการบูรณาการอุตสาหกรรมทุเรียนระดับชาติ เพื่อบริหารจัดการเชิงยุทธศาสตร์แบบข้ามกระทรวงการสร้างระบบนิเวศด้านข้อมูลดิจิทัลพัฒนาแพลตฟอร์มกลางที่เชื่อมต่อทุกหน่วยงาน พร้อมพัฒนาระบบตรวจสอบย้อนกลับถึงระดับต้น เพื่อให้สามารถติดตามข้อมูลการผลิตในแต่ละต้นได้ ทั้งจำนวนผลผลิตและชนิดปุ๋ยที่ใช้ และสามารถสั่งซื้อล่วงหน้าได้ตั้งแต่บนต้น รวมถึงป้องกันการสวมสิทธิ์ GAP
2) การยกระดับแบรนด์และมาตรฐานสินค้า โดยผลักดันการจดทะเบียนสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ (GI) แบรนด์ “หมอนทอง” และแบรนด์ย่อยระดับจังหวัด พร้อมทั้งขอให้รัฐบาลสนับสนุนให้มีกล่องบรรจุภัณฑ์ จำนวน 1 ล้านกล่องให้แก่เกษตรกร เพื่อช่วยลดค่าใช้จ่ายจากต้นทุนการผลิตให้แก่เกษตรกร โดยเฉพาะในปัจจุบันที่ค่าน้ำมัน ค่าขนส่งสินค้าและค่าใช้จ่ายอื่น ๆ เพิ่มสูงขึ้น และ
3) จัดทำสัญญากลางที่เป็นธรรมในการซื้อขายผลไม้ระหว่างล้งกับเกษตรกร เพื่อปกป้องสิทธิ์ชาวสวนอย่างแท้จริง
ทั้งนี้ กมธ. ยังได้ตั้งเป้าหมายว่า ในระยะยาวจากยอดส่งออกผลไม้เมืองร้อนในปัจจุบันอยู่ที่ 140,000 ล้านบาท จะผลักดันให้อยู่ที่ประมาณ 500,000 ล้านบาท ภายใน 5 ปี พร้อมทั้งจะรื้อระบบทั้งหมดและพัฒนาเป็นระบบออนไลน์อย่างครบวงจร เพื่อยกระดับทุเรียนไทยให้เป็นสินค้าแชมเปี้ยนด้านการส่งออกของประเทศ