ไวรัสโควิด-19 พ่นพิษ ธุรกิจส่งออกรังนก เมืองตรังกระอัก ยอดดิ่ง 70% สต๊อกเหลืออื้อ หลังจีนปิดประเทศ ส่งออกได้เฉพาะทางเรือเพียงเดือนละครั้ง ดิ้นหาทางออก เตรียมผุดสำนักงานขายในจีนเอง และแปรรูปรังนกสำเร็จรูปขายแทนรังนกดิบ พร้อมปรุง หลังกฎหมายลูกยังไม่แล้วเสร็จ คาดอีก 3 เดือนน่าจะมีสัญญาณที่ดี ขณะที่ประมูลรังนกอีแอ่นตรังหงอย ผู้เสนอ 2 รายนามสกุลเดียวกัน เสนอราคาต่ำกว่าราคากลางถึง 42%
นางสาวสุธิดา สุนทรนนท์ ประธานกรรมการบริหาร บริษัท เจ้าสัวรังนกไทย จำกัด ผู้ผลิตและแปรรูปผลิตภัณฑ์รังนก แบรนด์เจ้าสัว ซึ่งเป็นผู้ผลิตรายใหญ่ของจังหวัดตรัง เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า ขณะนี้สถานการณ์ส่งออกรังนกถือว่าอยู่ในช่วงที่แย่มาก หลังจากการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ทำให้ประเทศจีนปิดประเทศ และงดนำเข้าสินค้าต่าง ๆ จากทั่วโลกโดยเฉพาะประเทศไทย และรังนกเป็นสินค้าตัวหนึ่งที่ได้รับผลกระทบเช่นเดียวกัน โดยทางบริษัทไม่สามารถส่งรังนกออกไปจำหน่ายได้ตามปกติ ซึ่งส่วนใหญ่จะส่งทางเครื่องบิน และบางส่วนส่งทางเรือ ส่งผลกระทบให้ราคาตกลงอย่างมาก จากที่เคยขายรังนกพร้อมปรุงได้กิโลกรัมละกว่า 50,000 บาท ปัจจุบันเหลือเพียง 10,000 บาทเศษเท่านั้น ทำให้ผลประกอบการของบริษัทตกลงไปกว่า 70% เมื่อเทียบกับช่วงปีก่อน
นางสาวสุธิดากล่าวต่อไปว่า ช่วงนี้ทางบริษัทต้องชะลอการผลิตรังนกออกไปก่อน แต่ยังต้องเก็บสต๊อกสินค้าไว้ ซึ่งตอนนี้มีสินค้าค้างสต๊อกอยู่ค่อนข้างมาก เพราะการส่งออกไปประเทศจีนช่วงนี้ทำได้ยากมากจากที่เคยส่งออกไปสัปดาห์ละครั้งตอนนี้เหลือเพียงเดือนละครั้งหรือบางเดือนแทบส่งออกไม่ได้เลย เพราะทางจีนควบคุมเข้มงวดมาก ที่พอส่งได้บ้างก็ผ่านทางไกด์ ซึ่งก็ไม่สะดวกนัก ประกอบกับทางประเทศจีนเศรษฐกิจก็เริ่มไม่ดี ดังนั้นทางบริษัทจำเป็นต้องหยุดการผลิตรังนกพร้อมปรุงก่อน ที่ทำอยู่ก็เก็บไว้ในสต๊อกพร้อมจะส่งออกเมื่อตลาดจีนเปิดอีกครั้ง แต่ยังมีปัญหาที่หนักใจคือเรื่องของกฎหมายที่ยังห้ามในเรื่องของสัตว์สงวน ซึ่งขณะนี้เรากำลังมีการรวมตัวกันเพื่อเรียกร้องให้รัฐบาลปลดออกจากกฎหมายดังกล่าว
“สำหรับการปรับตัวและแก้ปัญหาของเรานั้น ทางบริษัทมีแนวทางทำตลาดหลังจากจีนคลี่คลายการนำเข้าสินค้าจากต่างประเทศ ซึ่งมีสัญญาณที่ดีที่คาดว่าภายใน 3 เดือนจากนี้ไปจีนน่าจะเปิดประเทศเนื่องจากสามารถควบคุมไวรัสโควิด-19 ได้ โดยเราจะเปิดตลาดเชิงรุกด้วยตัวเอง ด้วยการเปิดสำนักงานขายในประเทศจีน และจะเข้าไปเปิดทำตลาดเองประเดิมที่เมืองคุนหมิง เสิ่นเจิ้น และซานตุง นอกจากนี้ยังมีแผนที่จะรุกตลาดเข้าไปฮ่องกงด้วย มีการจ้างพนักงานขายของบริษัททำการตลาดเองอย่างเต็มที่ โดยสินค้านอกจากจะเป็นรังนกเพียว ๆ พร้อมปรุงที่ทำอยู่ปกติแล้ว ยังจะเพิ่มสินค้าเป็นรังนกสำเร็จรูปพร้อมดื่มเข้าไปทำตลาดด้วย ซึ่งตอนนี้เตรียมพร้อมทั้งด้านวัตถุดิบ พนักงานไว้เรียบร้อยแล้ว เมื่อจีนเข้าสู่ภาวะปกติพร้อมผลิตทันที คาดว่าไม่น่ามีปัญหา เพราะคนจีนนิยมดื่มรังนกอยู่แล้ว” นางสาวสธิดากล่าว
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเร็วๆ นี้นายลือชัย เจริญทรัพย์ผู้ว่าราชการจังหวัดตรังพร้อมคณะกรรมการพิจารณาจัดเก็บอากรรังนกอีแอ่นจังหวัดตรังและเจ้าหน้าที่งานธุรการรังนกอีแอ่น ได้จัดประชุมร่วมกับทางองค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) ตรัง เพื่อร่วมกันพิจารณาปัญหาการประมูลเงินอากรรังนกอีแอ่นท้องที่ อ.ปะเหลียน จ.ตรัง ที่ขณะนี้อยู่ระหว่างหาผู้รับสัมปทาน แม้ว่าทาง จังหวัดตรัง โดย อบจ.ตรัง ซึ่งเป็นผู้รับผิดชอบเก็บเงินอากรฯจะเปิดให้มีการยื่นซองสัมปทานมาแล้ว 2 ครั้ง ด้วยวงเงินราคากลาง 33 ล้านบาท
โดยวิธีเฉพาะเจาะจง ด้วยการแจ้งผู้ประกอบการและผู้สนใจมาเสนอ โดยมีการเชิญไปทั้งหมด 4 รายประกอบด้วย บริษัท รังนกตรัง จำกัด บริษัท บ๊อซโบรกเกอร์ จำกัด นายวิเชษฐ เทศนอก และนายชัยพฤกษ์ จิตรรักษ์ศิลป์ แต่ปรากฎว่า มีผู้สนใจเข้ายื่นข้อเสนอราคาประมูลเพียง 2 ราย และเป็นที่น่าสังเกตว่า ผู้ยื่นข้อเสนอทั้ง 2 คน มีนามสกุลเดียวกัน คือ นายวิเชษฐ เทศนอก ยื่นเสนอราคาวงเงิน 19 ล้านบาท และนางสาวพิมลรัตน์ เทศนอก ซึ่งทำการแทน นายชัยพฤกษ์ จิตรรักษ์ศิลป์ เสนอราคาวงเงิน 17 ล้านบาท ซึ่งทั้ง 2 ราย เสนอราคาวงเงินต่ำกว่ากลางที่กำหนดไว้ 33 ล้านบาท แต่จากการตรวจสอบคุณสมบัติพบว่า นางสาวพิมลวัฒน์ เสนอราคาต่ำกว่าราคากลางถึง 42% ทำให้เป็นผู้ชนะการประมูล
แต่ข้อเท็จจริงในที่นี้ ผู้เสนอราคาต่ำกว่าราคาขั้นต่ำถึง 42% ทำให้ไม่สามารถจะทำการต่อรองได้ ทั้งนี้ สาเหตุที่ผู้เสนอราคาต่ำกว่าราคากลาง เพราะอ้างว่าปริมาณรังนกในท้องที่ อ.ปะเหลียน เหลือน้อย และมีการเข้าไปขโมย ทำให้เกิดความเสียหายต่อทรัพยากรนกที่มีในถ้ำ หากเสนอราคาประมูลสูงกว่าราคากลางจะทำให้ขาดทุนในการจัดเก็บ จึงเสนอราคาต่ำกว่าราคากลางถึง 42%
ในที่สุดที่ประชุมคณะกรรมการพิจารณาจัดเก็บอากรรังนกอีแอ่นจังหวัด ได้มีมติมอบหมายให้คณะทำงานสำรวจตรวจสอบรังนกอีแอ่น ซึ่งแต่งตั้งโดยคณะกรรมการพิจารณาจัดเก็บอากรรังนกอีแอ่นจังหวัดตรัง ร่วมกับผู้เสนอราคารายเดียวดังกล่าว ลงพื้นที่สำรวจปริมาณรังนกที่เหลือร่วมกัน จากนั้นให้นำเข้าที่ประชุมคณะกรรมการพิจารณาจัดเก็บอากรรังนกอีแอ่นจังหวัดตรัง พิจารณา หรือเพื่อเป็นฐานข้อมูลในการพิจารณากำหนดราคากลางใหม่ แต่จะต้องดำเนินการให้แล้วเสร็จภายใน 90 วัน หรือภายในวันที่ 19 เมษายน 2563 เพราะตามระเบียบกระทรวงการคลัง หากมีผู้ชนะการประมูลจะต้องดำเนินการจัดซื้อจัดจ้างภายใน 90 วัน นับจากวันที่ชนะการประมูล คือ เมื่อวันที่ 19 กุมภาพันธ์ 2563
แหล่งข่าวจากวงการรังนก เปิดเผยว่า ในอนาคตผู้ประกอบการธุรกิจรังนกถ้ำจะได้รับผลกระทบอย่างหนักจากการที่ พ.ร.บ.สงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ. 2562 ฉบับแก้ไขใหม่ ได้ประกาศในราชกิจจานุเบกษาเมื่อวันที่ 29 พฤษภาคม 2562 มาตรา 14 ระบุให้ผู้เลี้ยงรังนกบ้านสามารถไปยื่นขอ “ใบอนุญาต” เก็บและครอบครองรังนกบ้าน หรือรังนกคอนโดฯได้อย่างถูกต้องตามกฎหมาย เพราะผู้ประกอบการรังนกบ้านมีความได้เปรียบไม่ต้องจ่ายค่าอากรรังนก และราคารังนกบ้านที่ถูกกว่าจะเป็นทางเลือกให้ผู้บริโภคได้มากขึ้นกว่าที่จะซื้อรังนกถ้ำบริโภคในราคาสูง ทั้งนี้ปัจจุบันมีการนำรังนกบ้านบางส่วนมาบรรจุขวดเป็นรังนกสำเร็จรูป ไม่สามารถแยกได้ว่า เป็นวัตถุดิบที่มาจากรังนกถ้ำหรือรังนกบ้านชัดเจน