หอการค้าไทย ศูนย์ AFC จับมือ กรมการค้าภายใน ร่วมกับ 6 องค์กรภาคเอกชน เดินหน้าปลุกกระแสบริโภคผลไม้ไทย ผ่านโครงการ Thai Fruits Festival 2025
ดร.พจน์ อร่ามวัฒนานนท์ ประธานกรรมการ หอการค้าไทยและสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย กล่าวว่า หอการค้าไทย โดยศูนย์ประสานงานและประชาสัมพันธ์สินค้าเกษตรและอาหาร (Agriculture and Food Coordination and Public Relations Center : AFC) และเครือข่าย 6 องค์กรภาคเอกชน ได้ร่วมมือกับกรมการค้าภายใน กระทรวงพาณิชย์ เพื่อเดินหน้าขับเคลื่อนโครงการ Thai Fruits Festival 2025

โดยได้จัดทำ “ปฏิทินรับซื้อและกิจกรรมรณรงค์บริโภคผลไม้ไทย” โดยแต่ละห้างค้าปลีก-ค้าส่ง 5 บริษัทชั้นนำ และสมาคมตลาดสดไทย กรมการค้าภายใน จะร่วมดูแลรับซื้อผลไม้จากเกษตรกร และยังมีการผลัดเปลี่ยนหมุนเวียนกัน จัดแคมเปญกิจกรรมรณรงค์บริโภคผลไม้ไทย เพื่อให้สอดคล้องกับฤดูกาลของผลผลิตแต่ละชนิดของผลไม้ และยังเป็นการส่งเสริมประสิทธิภาพในการกระจายผลไม้คุณภาพจากสวนสู่ผู้บริโภคตลอดปี 2568
ทั้งนี้ โครงการ Thai Fruits Festival 2025 ไม่เพียงช่วยส่งเสริมและบริหารจัดการปริมาณผลผลิตในตลาด แต่ยังเพิ่มมูลค่าให้กับสินค้าเกษตรและสร้างโอกาสทางรายได้ที่ยั่งยืนให้แก่เกษตรกรไทย ด้วยเหตุนี้ หอการค้าไทย โดยศูนย์ AFC กรมการค้าภายใน และภาคีเครือข่าย ขอเชิญชวนสมาชิกผู้ประกอบการ หอการค้าจังหวัด สมาคมการค้าต่าง ๆ และประชาชนร่วมสนับสนุนผลไม้ของเกษตรกรไทย ด้วยการบริโภคผลไม้ไทยคุณภาพและปลอดภัย โดยสามารถเลือกซื้อได้จากกิจกรรมภายใต้โครงการ “Thai Fruits Festival 2025” ที่จะจัดขึ้นอย่างต่อเนื่องตลอดทั้งปี เพื่อร่วมกันขับเคลื่อนภาคเกษตรไทยให้เติบโตอย่างมั่นคงและยั่งยืนต่อไป
นายวิทยากร มณีเนตร อธิบดีกรมการค้าภายใน กล่าวว่า ผลการจัดกิจกรรมภายใต้มาตรการบริหารจัดการผลไม้ ปี 2568 ในกิจกรรมกระจายผลไม้ภายใต้โครงการ Thai Fruits Festival 2025 ปริมาณรวมโดยประมาณ 10,000 ตัน ผลไม้คละชนิด อาทิ มะม่วง ลำไย มังคุด เงาะ ทุเรียน จากภาคต่าง ๆ ทั้งประเทศ โดยแบ่งเป็นกิจกรรมหลัก ๆ ได้แก่
1. กิจกรรมรณรงค์บริโภคผลไม้ “Thai Fruits Festival 2025” ตั้งแต่ช่วงต้นฤดูกาลต่อเนื่องจนถึง ช่วงปัจจุบันที่ผลผลิตออกสู่ตลาดมากร่วมกับพันธมิตรต่าง ๆ ร่วมกับห้างค้าปลีก-ค้าส่ง ได้แก่ ท็อปส์ บิ๊กซี แม็คโคร โลตัส โก โฮลเซลล์ จำนวน 2,500 ตัน ห้างซุปเปอร์ชีป
โดยการสนับสนุนชมรมทายาทห้างค้าปลีก-ค้าส่งแห่งประเทศไทย รวมถึงกิจกรรมรณรงค์การบริโภคผลไม้ที่ร่วมกับสมาคมการค้าตลาดกลางค้าส่งสินค้าเกษตรไทย จำนวน 3 ตลาด (ตลาดไท ตลาดศรีเมือง ตลาดสี่มุมเมือง) และสมาคมตลาดสดไทย จำนวน 12 ตลาด (ตลาดกิเลน ตลาดเยสบางพลี ตลาดมีนบุรี ตลาดรังสิต ตลาดธันยา ตลาดบางใหญ่ ตลาดคุณยิ้ม ตลาดยอดพิมาน ตลาดถนอมมิตร ตลาดใหม่สำโรง ตลาดโอโซนวัน และตลาดบวรร่มเกล้า)
2. แจกมะม่วงแฟนซีเป็นของสมนาคุณลูกค้าร่วมกับสถานีบริการน้ำมันเชื้อเพลิง 4 สถานี (พีที พีทีที บางจาก ซัสโก้) 1,097 สาขา ในพื้นที่กรุงเทพฯ ปริมณฑล จำนวน 2,000 ตัน
3. เชื่อมโยงผลไม้จำหน่ายงานธงฟ้าในส่วนภูมิภาค และผ่านรถโมบายพาณิชย์ ในพื้นที่กรุงเทพฯ 30 จุด
4. การซื้อผลไม้ของหน่วยงานราชการ รัฐวิสาหกิจ ธนาคาร บริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ และบริษัทขนาดใหญ่ ช่วยรับซื้อผ่าน Preorder และกิจกรรมเพื่อสังคม CSR ในการดูดซับผลผลิตเกรดรอง โดยมีการสั่งซื้อแล้วจำนวน 500 ตัน
5. ขยายช่องทางการจำหน่ายน้ำผลไม้สมูทตี้ผ่านตู้เต่าบิน กับ บจ.ฟอร์ท เวนดิ้ง รับซื้อมะม่วง ลำไย สับปะรด ลิ้นจี่ ลองกอง กล้วยหอมทอง ฝรั่ง และชมพู่ ปริมาณรวม 1,000 ตัน
6. จับมือกับ บจ.ไทยแอร์เอเชีย แปรรูปทำเป็นเมนูอาหารและเครื่องดื่ม จำหน่ายบนเครื่องบิน ทั้งเที่ยวบินภายในประเทศและต่างประเทศ โดยรับซื้อลำไย มังคุด สับปะรดภูแล ปริมาณรวม 1,000 ตัน
7. สนับสนุน “บรรจุภัณฑ์ผลไม้ DIT” ร่วมกับไปรษณีย์ไทย ในรูปแบบกล่องไปรษณีย์ขนาด 10 กก. และตะกร้าพลาสติกขนาด 5 กก. ปริมาณรวม 3,000 ตัน
นายวิบูลย์ สุภัครพงษ์กุล ประธานคณะกรรมการบริหารศูนย์ประสานงานและประชาสัมพันธ์สินค้าเกษตรและอาหาร (ศูนย์ AFC) กล่าวว่า จากนโยบายและความร่วมมือระหว่างศูนย์ AFC หอการค้าไทย หอการค้าจังหวัดทั่วประเทศ กรมการค้าภายใน สมาคมตลาดสดไทย และห้างค้าปลีก-ค้าส่งชั้นนำ 5 ราย จะตอกย้ำการขับเคลื่อน โครงการ “Thai Fruits Festival 2025”
โดยในช่วงไตรมาสที่ 3 ของปี 2568 ซึ่งเป็นช่วงที่ผลผลิตลำไยจะออกสู่ตลาดเป็นจำนวนมาก เราได้เตรียมแผนรับซื้อลำไยจากเกษตรกรทั่วประเทศกว่า 4,000 ตัน โดยมุ่งหวังส่งเสริมและกระจายลำไยคุณภาพจากแหล่งผลิตต่าง ๆ สู่มือผู้บริโภคทั่วประเทศ พร้อมทั้งช่วยลดความเสี่ยงจากปัญหาราคาตกต่ำและผลผลิตล้นตลาด ถือเป็นอีกหนึ่งกลไกสำคัญในการดูแลเกษตรกรไทยอย่างเป็นรูปธรรม
