กรมการค้าภายใน ผนึกสมาคมโรงอบลำไยอบแห้งภาคเหนือ เริ่มมาตรการรับซื้อลำไยรูดร่วงเกรด AA และ A รวม 100,000 ตัน เกรด AA รับซื้อไม่ต่ำกว่ากิโลกรัมละ 13 บาท เกรด A ไม่ต่ำกว่า 6 บาท หวังช่วยพยุงราคาในช่วงผลผลิตออกสู่ตลาดจำนวนมาก พร้อมวอนชาวสวนทยอยเก็บผลผลิตอย่างเหมาะสม เพื่อรักษาคุณภาพและเพิ่มโอกาสขายได้ราคาดี
นายวิทยากร มณีเนตร อธิบดีกรมการค้าภายใน เปิดเผยว่า กรมการค้าภายใน (DIT) ได้ลงพื้นที่จังหวัดลำพูน เพื่อตรวจติดตามการดำเนินโครงการช่วยเหลือด้านการตลาดลำไยในฤดูกาลผลิตปีนี้ โดยเฉพาะในกลุ่มลำไยรูดร่วงเกรด AA และ A ซึ่งปีนี้มีปริมาณผลผลิตค่อนข้างมาก ซี่งขณะนี้มีผลผลิตออกสู่ตลาดแล้วประมาณ 30% โดยคาดว่าผลผลิตรวมทั้งฤดูกาลจะอยู่ที่ประมาณ 740,000 ตัน และจะมีผลผลิตในฤดูออกสู่ตลาดมากที่สุดในช่วงสิงหาคม ปริมาณ 400,000 ตันโดยประมาณ
กรมจึงเร่งดำเนินมาตรการร่วมกับสมาคมโรงอบลำไยอบแห้งภาคเหนือ เพื่อดึงผลผลิตออกจากตลาดสด และกำหนดราคาขั้นต่ำเพื่อพยุงราคาลำไยไม่ให้ตกต่ำ โดยเริ่มดำเนินการรับซื้อตั้งแต่วันนี้ (1 สิงหาคม) ถึงวันที่ 20 สิงหาคม 2568 โดยลำไยรูดร่วงเกรด AA รับซื้อไม่ต่ำกว่ากิโลกรัมละ 13 บาท โดย DIT สนับสนุนค่าบริหารจัดการ 3 บาท/กก. เกรด A รับซื้อไม่ต่ำกว่ากิโลกรัมละ 6 บาท สนับสนุนค่าบริหารจัดการ 2 บาท/กก.
และเพื่อจะให้โครงการนี้ประสบความสำเร็จ ต้องขอความร่วมมือจากทุกหน่วยงาน ทั้งองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ทางจังหวัด และอำเภอ ช่วยกันประชาสัมพันธ์ว่าตอนนี้ ณ โรงร่อนราคารับซื้อลำไยรูดร่วง AA น่าจะอยู่ที่ 12 กับเกรด A ราคา 5 บาท ส่วนที่โรงงานอบแปรรูป ราคารับซื้ออยู่ที่ 13 บาท กับ 6 บาทและจะยืนอยู่ที่ราคานี้ต่อเนื่องไปอีกไม่น้อยกว่า 20 วัน พี่น้องชาวสวนจึงไม่มีความจำเป็นที่จะต้องเร่งเก็บ เพื่อคุณภาพสินค้าที่ตรงกับความต้องการของตลาด
สำหรับลำไยรูดร่วงเกรด B กรมมีมาตรการช่วยเหลือเช่นกัน โดยเริ่มดูดซับผลผลิตมาตั้งแต่กลางเดือนกรกฎาคม และยังคงดำเนินการต่อเนื่องอย่างเป็นระบบผ่านกลไกตลาดภายในประเทศ การเชื่อมโยงตลาด ห้างค้าปลีก-ค้าส่ง รวมถึงกิจกรรมพรีออร์เดอร์กับหน่วยงานภาครัฐและภาคเอกชนสำหรับลำไยสดช่อ
“มาตรการช่วยเหลือลำไย เป็นมาตรการบริหารจัดการผลไม้ ปี 2568 ซึ่งเป็นไปตามนโยบายของนายจตุพร บุรุษพัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ และนายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ ในการเชื่อมโยงตลาด โดยเน้น ‘ไทยทำ ไทยใช้ ไทยช่วยไทย’ และได้มอบหมายให้ DIT ดำเนินการอย่างเร่งด่วน เพื่อพยุงราคาและสร้างความมั่นใจให้เกษตรกรว่าสามารถนำผลผลิตคุณภาพดีมาจำหน่ายได้อย่างมีเสถียรภาพ” นายวิทยากรกล่าว
ด้านนายธนกฤต ตันวัฒนากุล นายกสมาคมผู้ผลิตลำไยอบแห้งภาคเหนือ เปิดเผยว่า ทางสมาคม เป็นเครือข่ายของกรมการค้าภายใน และพร้อมสนับสนุนนโยบายกรมอย่างเต็มที่ในการช่วยเหลือเกษตรกรยกระดับราคาลำไย โดยสมาคมจะเริ่มดำเนินการรับซื้อลำไยจากเกษตรกรตั้งแต่วันนี้ (1 สิงหาคม 68) โดยพบว่าราคาลำไยเกรด AA ที่เคยอยู่กิโลกรัมละ 7 บาท ได้ขยับขึ้นเป็นกิโลกรัม 13 บาท สะท้อนว่าโครงการสามารถยกระดับราคาผลผลิตได้จริง
DIT ยืนยันจะติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด
ปัจจุบันผลผลิตออกสู่ตลาดมากในทุกจังหวัดแหล่งผลิตลำใยประกอบกับสภาพอากาศที่เอื้ออำนวยทำให้ผลผลิต ออกมาแบบกระจุกตัว อีกทั้งปัญหาแรงงานขาดแคลนทำให้เกษตรกรต้องเก็บแบบรูดร่วง มากกว่าที่มัดเป็นช่อ DIT ได้ร่วมกับสำนักงานพาณิชย์จังหวัดเชียงใหม่ ลำพูน เชียงราย และพะเยา ลงพื้นที่ติดตามการรับซื้อลำไย
โดยผลการลงพื้นที่พบว่า ผู้ประกอบการลำไยอบแห้งและผู้ประกอบการจุดร่อน ได้มีการเปิดจุดรับซื้อเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง พื้นที่อำเภอสันป่าตอง อำเภอจอมทอง อำเภอดอยหล่อ จังหวัดเชียงใหม่ อำเภอลี้ อำเภอป่าซาง อำเภอเมืองลำพูน จังหวัดลำพูน อำเภอพาน อำเภอเทิง อำเภอป่าแดด อำเภอพญาเม็งราย อำเภอขุนตาล จังหวัดเชียงราย และอำเภอจุน อำเภอดอกคำใต้ จังหวัดพะเยา
ทั้งนี้ ตามเป้าหมาย กรมจะประสานผู้ประกอบการ เข้าไปเปิดจุดรับซื้อลำไยจากเกษตรกร โดยจะเข้าไปรับซื้อผลผลิตลำไยจากเกษตรกรโดยตรง เพื่อดูแลเกษตรกร โดยพาเฉะในพื้นที่ที่ผลผลิตออกมากกระจุกตัว และมีโรงอบในพื้นที่น้อย ให้มีที่จำหน่ายผลผลิตได้อย่างต่อเนื่อง
โดยปี 2568 ผลผลิตลำไยภาคเหนือ คาดว่าจะมีปริมาณ 1.06 ล้านตัน เพิ่มขึ้น 21.36% โดยผลผลิตส่วนใหญ่จะอยู่ในพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่ ลำพูน และเชียงราย ขณะนี้ผลผลิตได้ออกสู่ตลาดแล้วประมาณ 40% และเริ่มออกสู่ตลาดมากในช่วงต้นเดือน ส.ค. 2568 คาดว่าผลผลิตจะเริ่มลดลงหลังวันที่ 15 ส.ค เป็นต้นไป
นายวิทยากรกล่าวว่า กรมจะนำผู้ประกอบการ เข้ารับซื้อผลผลิตลำไยของพี่น้องเกษตรกรอย่างต่อเนื่องขั้นต่ำจนถึงวันที่ 15 สิงหาคม ซึ่งผลผลิตจะมีปริมาณลดลงอย่างชัดเจน โดยในช่วงนี้จึงขอให้พี่น้องเกษตรกรเชื่อมั่นว่ารัฐบาลจะคอยติดตามให้มีการรับซื้ออย่างต่อเนื่อง และขอให้พี่น้องเกษตรกรไม่ต้องเร่งเก็บลำไยโดยขอเก็บลำไยช่วงเวลาที่สุก
ทั้งนี้ กรมยังได้ปฏิบัติตามข้อสั่งการของนายสุชาติ โดยได้มีการจัดตั้งวอร์รูมเพื่อติดตามสถานการณ์และแก้ไขปัญหาให้กับเกษตรกร หากพื้นที่ใด มีปัญหาด้านผลผลิตล้นตลาด หรือมีปัญหาด้านราคา ก็จะเข้าไปช่วยเหลือดูแลทันที และยังอยู่ระหว่างการขับเคลื่อน 8 มาตรการเชิงรุก เพื่อช่วยระบายผลผลิตลำไยออกจากแหล่งผลิต ทั้งการเชื่อมโยงลำไยสดเพื่อส่งออก การกระจายผ่านเครือข่ายพันธมิตร การสนับสนุนกล่องบรรจุภัณฑ์ไปรษณีย์ให้กับเกษตรกรใช้บรรจุลำไย การจัดกิจกรรมรณรงค์บริโภคผลไม้ “Thai Fruits Festival 2025” การจัดกิจกรรมเพื่อสังคม (CSR) โดยดึงผู้ประกอบการรายใหญ่เข้ามาช่วยซื้อ เชื่อมโยงการผู้ประกอบการเข้าไปรับซื้อ เชื่อมโยงขายในปั๊มน้ำมัน และช่องทางใหม่ ขายผ่านตู้เต่าบิน และแอร์เอเชีย
นอกจากนี้ กรมและสำนักงานพาณิชย์จังหวัด จะดำเนินการติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดต่อไป เพื่อดูแลเกษตรกรชาวสวนลำไย หากเกษตรกร หรือสถาบันเกษตรกร ไม่สามารถกระจายผลผลิตออกสู่ตลาดได้ ให้แจ้งมายังกรมหรือสำนักงานพาณิชย์จังหวัด จะเร่งประสานผู้ประกอบการเข้าไปรับซื้อผลผลิตโดยตรง เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของพี่น้องเกษตรกร โดยจะดูแลไปจนจบฤดูกาล
