เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ผังเมืองใหม่-เมกะโปรเจ็กต์ บูม ‘ดอนเมือง’ ฮับอสังหาฯหรู
Real Estate ผังเมืองใหม่-เมกะโปรเจ็กต์ บูม ‘ดอนเมือง’ ฮับอสังหาฯหรู
มท.ชงแล้วใช้งบ 7.5 หมื่นล้าน “ติดโซลาร์รูฟท็อป” 1.5 ล้านครัวเรือน ยันไร้ฮั้วล็อกสเป็ก
Politics มท.ชงแล้วใช้งบ 7.5 หมื่นล้าน “ติดโซลาร์รูฟท็อป” 1.5 ล้านครัวเรือน ยันไร้ฮั้วล็อกสเป็ก
เอทิฮัด-จีน-เกาหลี แห่เสริมทัพไฮซีซันเชียงใหม่ ดันผู้โดยสารพุ่ง 9.97 ล้านคน
เศรษฐกิจภูมิภาค เอทิฮัด-จีน-เกาหลี แห่เสริมทัพไฮซีซันเชียงใหม่ ดันผู้โดยสารพุ่ง 9.97 ล้านคน
ททท.ปักหมุดสวนสามพรานจัดงาน Amazing Green Fest ต่อยอดกระแสกรีนทัวร์ริซึ่ม สร้างท่องเที่ยวยั่งยืน
Business ททท.ปักหมุดสวนสามพรานจัดงาน Amazing Green Fest ต่อยอดกระแสกรีนทัวร์ริซึ่ม สร้างท่องเที่ยวยั่งยืน
แอ๊ดคาราบาว บันทึกถึง “เจ้าสัวธนินท์” เพื่อน ครู มิตรภาพตลอดกาล
News แอ๊ดคาราบาว บันทึกถึง “เจ้าสัวธนินท์” เพื่อน ครู มิตรภาพตลอดกาล
อ.เชน ชี้ 5 ความหวังพลิกโฉมการศึกษาไทย – สร้างคน ความรู้ นวัตกรรม
Politics อ.เชน ชี้ 5 ความหวังพลิกโฉมการศึกษาไทย – สร้างคน ความรู้ นวัตกรรม
ชวน ชี้ ‘องค์กรอิสระ’ ถูกการเมืองแทรกแซง แนะอย่าลังเล-ซื่อสัตย์เพื่อชาติ
Politics ชวน ชี้ ‘องค์กรอิสระ’ ถูกการเมืองแทรกแซง แนะอย่าลังเล-ซื่อสัตย์เพื่อชาติ
‘ยุติธรรม’ เผยช่วยเหยื่อออนไลน์ตามเงินคืน 130 ล้าน ไกล่เกลี่ยหนี้ลดภาระกว่า 5,000 ล้าน
News ‘ยุติธรรม’ เผยช่วยเหยื่อออนไลน์ตามเงินคืน 130 ล้าน ไกล่เกลี่ยหนี้ลดภาระกว่า 5,000 ล้าน
กทม.จับคู่ ‘บ้าน-คนกรุง’ ช่วยอสังหาฯระบายสต๊อก 
Real Estate กทม.จับคู่ ‘บ้าน-คนกรุง’ ช่วยอสังหาฯระบายสต๊อก 
“บางจาก” ยันผลทดสอบ ‘ท่อส่งน้ำมัน’ ถนนเชื้อเพลิงไม่พบรอยรั่ว
Economic “บางจาก” ยันผลทดสอบ ‘ท่อส่งน้ำมัน’ ถนนเชื้อเพลิงไม่พบรอยรั่ว
ดูทั้งหมด

นักวิชาการ ชี้ จีนเจอภาษีสหรัฐ 30% คาดใน 3 ปี สินค้าจีนทะลักเข้าไทย

20 ส.ค. 2568 | 17:45น.
อัทธ์ พิศาลวานิช

‘อัทธ์ พิศาลวานิช’ นักวิชาการอิสระ ประเมินสหรัฐเก็บภาษีจีน 30% คาดไทยเจอสินค้าจีนทะลักมูลค่า 69,781-88,298 ล้านบาท ใน 3 ปีข้างหน้า เข้ามาสูงสุดในรอบ 10 ปี

นายอัทธ์ พิศาลวานิช นักวิชาการอิสระและผู้เชี่ยวชาญเศรษฐกิจระหว่างประเทศและอาเซียน เปิดเผยว่า หลังจากที่ภาษีทรัมป์ หรือภาษีตอบโต้ (Reciprocal Tariff) มีผลบังคับในวันที่ 7 ส.ค. 2568 (ตามเวลาในสหรัฐ) อัตราภาษีที่สหรัฐเก็บ 90 ประเทศทั่วโลก อยู่ในช่วง 15% ถึง 50% ประเทศส่วนใหญ่เจอภาษีทรัมป์ที่ 15% ประเทศที่เจอภาษีทรัมป์สูงสุดคือ อินเดีย และบราซิล ที่ 50%

ในขณะที่จีน ล่าสุดถูกเก็บภาษีที่ 30% และจากข้อมูล USITC (US International Trade Commission) พบว่าก่อนภาษีทรัมป์สินค้าจีนที่ส่งไปสหรัฐเสียภาษีอยู่ระหว่าง 0% ถึง 25% (ภาษี 25% ที่สหรัฐเก็บสินค้าจีนเป็นผลมาจากการใช้มาตรา 301 ตาม กม. Trade Act 1974

ส่วนใหญ่เป็นสินค้าเครื่องใช้ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ เครื่องจักร และเฟอร์นิเจอร์

ผลภาษีทรัมป์ทำให้สินค้าจีนส่งออกไปสหรัฐ “ยากขึ้น” สินค้าจีนจะถูกกระจายไปยังประเทศอื่น ๆ ทั้งอาเซียน ตะวันออกกลาง และแอฟริกาแทน ประเทศไทยเป็นอีกหนึ่งเป้าหมายที่สินค้าจีนจะส่งออกไปขายแทนที่สินค้าจีนที่เจอภาษีทรัมป์ เรียกว่า “เบี่ยงเบนทางการค้า (Trade Diversion)” ซึ่งภายใต้ภาษีทรัมป์จะทำให้สินค้าจีนส่งออกไปสหรัฐลดลง ขณะที่จีนยังคงรักษาระดับการผลิตเท่าเดิม สินค้าจีนที่ลดลงเหล่านั้น หันส่งออกไปประเทศอื่นแทน โดยเฉพาะประเทศไทย

นายอัทธ์กล่าวว่า จากการวิเคราะห์พบว่าจีนส่งออกไปสหรัฐช่วง 19 ปีที่ผ่านมา (2006-2024) เพิ่มจาก 2 แสนล้านดอลลาร์ เป็น 5 แสนล้านดอลลาร์ ในปี 2018 และได้ดุลการค้ากับสหรัฐ จากระดับ 2 แสนล้านดอลลาร์ สูงสุดที่ 4 แสนล้านดอลลาร์ แม้ว่าในปี 2024 จีนได้ดุลการค้าลดลงเหลือ 2.9 แสนล้านดอลลาร์ก็ตาม ก็ถือว่ายังเป็นตัวเลขที่สูงมาก

และยังเป็นปัญหาหนักของสหรัฐที่ต้องพึ่งพิงสินค้าจีนที่หลายรัฐบาลสหรัฐยังไม่สามารถแก้ไขได้ สินค้า 70% ในห้าง Walmart มาจากประเทศจีน หากสหรัฐเก็บภาษีนำเข้าสินค้าจีน 30% จีนส่งออกไปสหรัฐลดลงหายไป 300 พันล้านดอลลาร์ ใน 3 ปีข้างหน้า

จากการลดการนำเข้าสินค้าจีนของสหรัฐ มูลค่า 301.7 พันล้านดอลลาร์ ทำให้เกิดการเบี่ยงเบนทางการค้า (Trade Diversion) จากตลาดสหรัฐไปสู่ตลาดอื่น ๆ ประเทศไทยเป็นประเทศที่สามในอาเซียนที่สินค้าจีนจะทะลักเข้ามาขาย รองจากเวียดนาม และมาเลเซีย โดยเข้ามาในประเทศไทยคิดเป็นสัดส่วน 2.4% ของสินค้าจีนที่ไปขายสหรัฐไม่ได้

ซึ่งจากการวิเคราะห์ช่วงปี 2025-2028 พบว่ากรณีที่สหรัฐไม่เก็บภาษีนำเข้าสินค้าจีน 30% ไทยนำเข้าสินค้าจีนเพิ่มจาก 83,467 ล้านดอลลาร์ เป็น 105,632 ล้านดอลลาร์ และกรณีที่สหรัฐเก็บภาษีนำเข้าสินค้าจีน 30% ไทยนำเข้าสินค้าจีนเพิ่มจาก 2,052 ล้านดอลลาร์ เป็น 2,597 ล้านดอลลาร์ ทำให้ไทยนำเข้าสินค้าจีนรวมทั้ง 2 กรณีเพิ่มจาก 85,520 ล้านดอลลาร์ เป็น 108,230 ล้านดอลลาร์ และไทยขาดดุลการค้ากับจีนเพิ่มจาก 46,660 ล้านดอลลาร์ เป็น 63,630 ล้านดอลลาร์

“ผลภาษีทรัมป์ที่เก็บกับสินค้าจีน 30% ทำให้สินค้าจีนทะลักเข้ามาในไทยมูลค่า 69,781-88,298 ล้านบาท โดยสินค้าจีนที่คาดว่าจะส่งออกมาประเทศไทย หลังจากที่ส่งไปขายในสหรัฐลดลง ส่วนใหญ่เป็นสินค้าอุตสาหกรรม ได้แก่ เครื่องใช้สำหรับโทรคมนาคมและอุปกรณ์เครือข่าย รถยนต์ (สำเร็จรูป/ชิ้นส่วน) และคอมพิวเตอร์และอุปกรณ์ เป็นต้น” นายอัทธ์กล่าว

นายอัทธ์กล่าวว่า ในช่วง 3 ปีข้างหน้า สินค้าจีนจะเข้ามาในประเทศไทยสูงสุดในรอบ 10 ปี ทั้งจากนโยบายรัฐบาลจีนและภาษีทรัมป์ ส่งผลทำให้ไทยขาดดุลการค้ากับจีนมากเป็นประวัติการณ์ โดยสินค้าจีนที่เข้ามาตามนโยบายรัฐบาลจีนมีทั้งสินค้าเกษตรและอุตสาหกรรม แต่ผลของภาษีทรัมป์จะทำให้สินค้าอุตสาหกรรมจีนส่วนใหญ่เข้ามาในไทย

ทั้งนี้ สินค้าจีนที่ทะลักเข้าไทยมากน้อยแค่ไหนตามภาษีทรัมป์ ขึ้นกับผลการเจรจาการค้าสหรัฐกับจีนที่จะสิ้นสุด ในวันที่ 10 พ.ย. 2568 หากมากกว่า 30% จะส่งผลต่อสินค้าจีนที่จะทะลักเข้ามาในไทยมากกว่าที่ประเมินไว้ข้างต้น

ทั้งนี้ รัฐบาลควรสร้างระบบการเตือนภัยและติดตามล่วงหน้า (Early-Warning) สินค้าจีนที่ทะลักเข้ามาไทย คุมกฎถิ่นกำเนิดอย่างโปร่งใส และทำระบบการตรวจสอบย้อนกลับกับหน่วยงานสหรัฐ สำหรับสินค้าที่มีความเสี่ยงถูกตีความเป็น transshipment ไปสหรัฐ เพื่อหลีกเลี่ยงภาษี 40% รวมทั้งสร้างมาตรการนำเข้าเข้มข้นสินค้าจีนทั้งคุณภาพและมาตรฐานเพื่อให้ SMEs ไทยสามารถแข่งขันกับสินค้าจีนได้ และตั้งกองทุนปรับตัวอุตสาหกรรมเพื่อ SMEs ช่วยในการปรับตัวแข่งขันกับสินค้าจีน