Skip to content

ก.อุตฯลั่นเป้าลดอ้อยเผาต่ำ 10% ชาวไร่โอดต้นทุนพุ่ง แต่ราคาน้ำตาลโลกตก

08 ก.ย. 2568 | 08:12น.
ก.อุตฯลั่นเป้าลดอ้อยเผาต่ำ 10% ชาวไร่โอดต้นทุนพุ่ง แต่ราคาน้ำตาลโลกตก

ก.อุตฯเตรียมของบฯชดเชยชาวไร่อ้อยตัดสดงดเผา เหมือนเดิมที่ 69 บาทต่อตันอ้อย ลั่นเป้าลดเหลือ 10% ให้ได้ ขณะที่ชาวไร่โอดต้นทุนพุ่ง ต้องเพิ่มค่าแรงให้คนตัด แถมค่าจ้างรถตัดอีกด้วย แต่ไม่ทำก็ไม่ได้ นโยบายรัฐเด็ดขาด ถ้าใครเผาไม่รับเข้าหีบ แถมรอคิวยาว 7 วัน ชี้แนวโน้มผลผลิต 68/69 น่าจะถึง 97 ล้านตัน ฝนดีเกษตรกรหันปลูกเพิ่ม แม้ราคาน้ำตาลโลกร่วงต่ำสุดรอบ 17 ปี

นายณัฐพล รังสิตพล ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า สำหรับฤดูกาลอ้อยปี 2568/2569 กระทรวงอุตสาหกรรมตั้งเป้าให้มีการเผาอ้อยเพื่อส่งเข้าหีบในช่วงเปิดหีบอ้อย คือ เดือนธันวาคม 2568 ต้องต่ำกว่า 14% ซึ่งต้องต่ำกว่าปีที่ผ่านมา และทางกระทรวงอุตสาหกรรมจะตั้งเป้าให้มีอัตราที่ลดลงเรื่อย ๆ ทุกปี แม้ว่าจะต้องใช้เวลาที่จะให้เป็นอ้อยสดทั้ง 100% หรือเหลืออ้อยเผาเป็นศูนย์ คงจะยาก แต่นโยบายในเรื่องนี้ยังคงจำเป็นต้องทำ แม้ว่าการเผาอ้อยจะไม่ใช่สาเหตุหลักที่ทำให้เกิดฝุ่น PM 2.5 ก็ตาม

แต่ทั้งโรงงานน้ำตาล และชาวไร่อ้อย ก็ยินดีที่จะปฏิบัติตามนโยบายของภาครัฐ เพื่อลดปัญหามลพิษทางอากาศให้ได้มากที่สุด สำหรับอุตสาหกรรมอ้อยและน้ำตาลทรายของไทยในขณะนี้ยังคงเป็นที่ยอมรับในตลาดโลก และยังคงเป็นประเทศที่ส่งออกน้ำตาลอันดับ 2 ของโลก ดังนั้นนโยบายที่ภาครัฐกำหนดจะต้องทำให้อุตสาหกรรมน้ำตาลของไทยเติบโต ด้วยการสนับสนุนเกษตรกรชาวไร่อ้อยและโรงงานน้ำตาลให้เติบโตอย่างมีคุณภาพ ใช้ศักยภาพที่มีอยู่อย่างเต็มที่ในการขับเคลื่อนอุตสาหกรรมอ้อยและน้ำตาลทรายและการพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศ ไปพร้อม ๆ กับความรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม

ทั้งนี้อุตสาหกรรมอ้อยและน้ำตาลยังเป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจภาคการเกษตร ให้มีความสามารถแข่งขันในระดับนานาชาติได้

นายใบน้อย สุวรรณชาตรี เลขาธิการคณะกรรมการอ้อยและน้ำตาลทราย (สอน.) กล่าวว่า ในฤดูกาลปีนี้ สอน.หารือกับโรงงานน้ำตาลและชาวไร่อ้อยถึงแนวโน้มในการเผาอ้อยให้ได้ตามสัดส่วนที่ต่ำลง ซึ่งปี 2567/2568 อ้อยเผาอยู่ที่ 14.86% เท่านั้น ซึ่งส่วนใหญ่ยังยืนยันว่าสามารถทำได้ แต่ภาครัฐจะต้องช่วยเหลือในส่วนของเงินชดเชยเช่นเดียวกับปีที่แล้ว หรือมาตรการช่วยเหลือเกษตรกรชาวไร่อ้อยเก็บเกี่ยวอ้อยสดคุณภาพดีเพื่อลดฝุ่น PM 2.5

ดังนั้น คณะกรรมการอ้อยและน้ำตาลทราย (กอน.) จะมีการประชุมหารือกัน และคาดว่าจะของบประมาณเพื่อชดเชยชาวไร่ที่ตัดอ้อยสดในงบประมาณเท่ากับปีที่แล้ว (ประมาณ 7,000 ล้านบาท) แต่ยืนยันว่าจะต้องมีเงินชดเชยในอัตราที่ 69 บาทต่อตันอ้อย โดยเมื่อวันที่ 31 กรกฎาคม 2568 เป็นวันแรกที่เกษตรกรชาวไร่อ้อยได้รับเงิน 77,044 ราย เป็นปริมาณอ้อยสดคุณภาพดี 55 ล้านตัน รวมเป็นเงิน 3,800 ล้านบาท หรือคิดเป็น 60.94% ของเกษตรกรที่มีสิทธิได้รับเงิน และล่าสุด (28 สิงหาคม 2568) จ่ายไปแล้ว 124,018 ราย หรือประมาณ 96%

“ยืนยันว่า ปีนี้ชาวไร่อ้อยจะได้เงินชดเชยจากการตัดอ้อยสดอีกแน่นอน แต่อาจจะมีมิติที่เพิ่มเข้ามาว่า นอกจากต้องเป็นอ้อยสด 100% แล้ว การขายใบอ้อยให้โรงงานน้ำตาลเพื่อผลิตไฟฟ้าแล้วส่งเงินเข้ากองทุนอ้อยและน้ำตาลทราย และแบ่งเงินจากการขายใบอ้อยมาช่วยเกษตรกร สนับสนุนเครื่องจักรตัดอ้อย เพื่อให้การเผาอ้อยต้องลดลงให้เหลือ 10% หรือลดลงไปอีก”

ในส่วนของการออกส่งน้ำตาลทรายดิบไปสหรัฐในแต่ละปี กระทรวงเกษตรสหรัฐอเมริกาจะมีการกำหนดโควตาให้แต่ละประเทศในปริมาณที่ไม่เท่ากัน ซึ่งปีนี้สหรัฐมีโควตานำเข้าทั้งหมด 1.1 ล้านตัน โดยไทยได้ทำสัญญาซื้อขายล่วงหน้ากับทางสหรัฐไปแล้วที่ 15,061 ตัน (ราคานิวยอร์ก) เมื่อเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา ส่วนไทยจะได้โอกาสจากการที่ทรัมป์ขึ้นภาษีน้ำตาลกับทางบราซิลหรือไม่นั้น คาดว่าจะไม่มีผลกับไทย เพราะสหรัฐได้จัดสรรโควตาให้กับแต่ละประเทศไว้แล้ว ไทยจะส่งน้ำตาลทรายดิบเพิ่มได้หรือจะได้โอกาสก็ต่อเมื่อสหรัฐเพิ่มโควตาให้เท่านั้น ส่วนโรงงานน้ำตาลเขาก็หาตลาดอื่นเพื่อขายได้อยู่แล้ว ทั้งยุโรป เอเชีย จีน เป็นต้น

นางสาวพเยาว์ เทพวงษ์ เกษตรการชาวไร่อ้อย สมาคมส่งเสริมอาชีพการเกษตรสุพรรณบุรี กล่าวว่า ไร่อ้อยที่รับผิดชอบอยู่ในขณะนี้ได้ปรับมาใช้วิธีการตัดสดแบบ 100% ยอมรับว่าเป็นเรื่องยากมาก ทางไร่จำเป็นต้องใช้วิธีเพิ่มค่าแรงตันละ 100 บาทให้กับคนตัดอ้อย ซึ่งใช้ประมาณ 20-30 คนต่อวัน และใช้การจ้างรถเช่าตัดอ้อยกับทางโรงงานน้ำตาลที่เป็นคู่สัญญา ซึ่งเป็นต้นทุนที่เพิ่มขึ้นมาก อย่างไรก็ตาม ชาวไร่เชื่อว่าปีนี้อ้อยสดอาจได้ถึง 100% หรือมีสัดส่วนอ้อยเผาที่น้อยมาก ๆ เพราะมาตรการรัฐจูงใจบวกกับการการันตีอ้อยสดมีคุณภาพทำให้โรงงานให้ราคาดี

“รัฐบังคับให้เราต้องเป็นอ้อยสดเท่านั้น ซึ่งไม่ทำไม่ได้เพราะโรงงานน้ำตาลจะไม่รับอ้อยเผา ในกรณีที่บางรายมีอ้อยเผาจะต้องจอดรถรอเป็นเวลากว่า 7 วันเพื่อต่อคิวจนกว่าโรงงานน้ำตาลจะรับอ้อยสดเข้าหีบจนหมด ยอมรับว่ามันลำบากกับชาวไร่มาก แต่เราก็ต้องทำ บางรายถูกลอบเผาจากไร่ข้าง ๆ บางรายอ้อยขึ้นราก็จะถูกตัดราคา เรื่องพวกนี้เราก็อยากให้รัฐเข้าใจชาวไร่ด้วย”

นายนราธิป อนันตสุข หัวหน้าสำนักงานสหพันธ์ชาวไร่อ้อยแห่งประเทศไทย และหัวหน้าสำนักงานสมาคมชาวไร่อ้อย เขต 7 กล่าวว่า ปริมาณอ้อยในฤดูกาล 2568/2569 คาดว่าจะอยู่ที่ประมาณ 97 ล้านตัน เพิ่มขึ้นจากปีที่แล้ว เพราะปริมาณฝนที่ค่อนข้างมากและผลมาจากราคาพืชชนิดอื่นอย่างมันสำปะหลัง ข้าว ที่ตกต่ำ บวกกับกลไกการช่วยเหลืออ้อยที่ดีกว่า และจากราคาอ้อยที่จูงใจตั้งแต่ปีที่แล้ว แม้ว่าปัจจุบันราคาตลาดโลกจะตกลงมาอยู่ที่ 16-17 เซนต์/ปอนด์ (ต่ำสุดในรอบ 17 ปี) ทำให้เกษตรกรหันมาปลูกอ้อยเพิ่มขึ้น

แท็กที่เกี่ยวข้อง

น้ำตาล อ้อย ไร่อ้อย