Skip to content

‘จตุพร’ ผนึกกำลังภาครัฐ-เอกชน ทำลายของกลาง มูลค่า 900 ล้านบาท

05 ก.ย. 2568 | 14:20น.
‘จตุพร’ ผนึกกำลังภาครัฐ-เอกชน ทำลายของกลาง มูลค่า 900 ล้านบาท

“จตุพร” ผนึกกำลังภาครัฐ-เอกชน ปราบปรามสินค้าละเมิดทรัพย์สินทางปัญญา ทำลายของกลาง 1.5 ล้านชิ้น มูลค่า 900 ล้านบาท เสริมความเชื่อมั่นให้กับประเทศคู่ค้าและนักลงทุน คุ้มครองผู้บริโภค

นายจตุพร บุรุษพัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยระหว่างเป็นประธานในพิธีทำลายของกลางคดีละเมิดทรัพย์สินทางปัญญา ณ หน่วยบัญชาการป้องกันภัยทางอากาศ กองทัพบก เขตดอนเมือง กรุงเทพฯ ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ว่าได้ทำลายของกลางคดีละเมิดทรัพย์สินทางปัญญากว่า 1.5 ล้านชิ้น มูลค่าความเสียหายกว่า 900 ล้านบาท

เพื่อสร้างความเชื่อมั่นแก่ประเทศคู่ค้าและนักลงทุน ตลอดจนร่วมมือเครือข่ายพันธมิตรด้านการป้องกันและปราบปรามการละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาอย่างเข้มแข็ง ปกป้องผู้บริโภคจากผลกระทบของสินค้าละเมิดที่ด้อยคุณภาพ

รัฐบาลให้ความสำคัญกับการปกป้องคุ้มครองสิทธิในทรัพย์สินทางปัญญา โดยมีการบูรณาการการทำงานร่วมกันของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทั้งภาครัฐและภาคเอกชนเจ้าของสิทธิ เดินหน้าปราบปรามการละเมิดอย่างจริงจัง ทั้งในรูปแบบออนไลน์และออฟไลน์ ซึ่งพิธีทำลายของกลางถือเป็นอีกกลไกสำคัญของการแก้ไขปัญหาการละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาที่จะต้องดำเนินการอย่างโปร่งใสภายใต้พันธกรณีในกรอบองค์การการค้าโลก (WTO) และมีมาตรฐานด้านสิ่งแวดล้อม สอดคล้องกับเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDGs)

โดยของกลางในคดีละเมิดทรัพย์สินทางปัญญานั้น จะต้องนำมาทำลายด้วยวิธีที่เหมาะสม เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับประเทศผู้ค้า นักลงทุน และเจ้าของทรัพย์สินทางปัญญา ว่าสินค้าละเมิดจะไม่ถูกนำกลับมาหมุนเวียนในท้องตลาดได้อีก

นอกจากนี้ ยังสร้างความตระหนักรู้ให้สาธารณชนได้เห็นถึงผลกระทบที่เกิดจากการละเมิดทรัพย์สินทางปัญญา รวมถึงอันตรายที่อาจเกิดขึ้นต่อสุขภาพร่างกายของผู้บริโภค อันเนื่องมาจากการใช้สินค้าปลอมที่ไม่มีคุณภาพและไม่ได้มาตรฐาน จากรายงานผลการจัดสถานะการคุ้มครองทรัพย์สินทางปัญญาตามกฎหมายการค้าสหรัฐ มาตรา 301 พิเศษ ประจำปี 2568 ไทยยังคงสถานะอยู่ในบัญชีประเทศที่ต้องจับตามอง (Watch List : WL) รัฐบาลจึงพร้อมดำเนินการปราบปรามสินค้าละเมิดอย่างเข้มข้นต่อไป โดยมุ่งหมายให้ประเทศไทยหลุดพ้นจากบัญชีดังกล่าว

ในปีนี้ของกลางที่นำมาทำลายทั้งที่กรุงเทพฯ จังหวัดสระบุรี และจังหวัดชลบุรี มีหลายประเภท เช่น เครื่องแต่งกาย นาฬิกา กระเป๋า อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ อะไหล่รถยนต์ รวมทั้งสินค้าจำพวกยา เครื่องสำอาง อาหารและเครื่องดื่ม โดยสินค้าทั้งหมดเป็นของกลางจากการจับกุมและตรวจยึดของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ กรมศุลกากร และกรมสอบสวนคดีพิเศษ ในคดีละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาที่คดีถึงที่สุดแล้ว รวมจำนวนทั้งสิ้น 1,528,524 ชิ้น คิดเป็นมูลค่าความเสียหายมากกว่า 900 ล้านบาท

“ดีใจที่เราทำให้เห็นว่าเราตั้งใจทำอย่างเต็มที่ การทำลายของกลางคดีละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาที่คดีถึงที่สุดแล้วไม่ใช่น้อย เป็นจำนวนมากทั้ง 3 แห่งที่เรากำจัดในวันนี้ แสดงถึงความตั้งใจทำงานทุกภาคส่วน และความสำเร็จในการบูรณาการระหว่างหน่วยงานภาครัฐ ประกอบด้วย กรมทรัพย์สินทางปัญญา กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร สำนักงานตำรวจแห่งชาติ กรมศุลกากร และกรมสอบสวนคดีพิเศษ ร่วมกับภาคีเครือข่ายภาครัฐและภาคเอกชน ที่ได้ดำเนินการปกป้อง คุ้มครอง และป้องกันการละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาอย่างต่อเนื่อง” นายจตุพรกล่าว

อย่างไรก็ดี นอกเหนือจากหน่วยงานภาครัฐและเอกชนเจ้าของสิทธิแล้ว ประชาชนเป็นส่วนสำคัญที่สุดในการป้องกันและแก้ไขปัญหาการละเมิดทรัพย์สินทางปัญญา โดยการหลีกเลี่ยงและไม่สนับสนุนการละเมิด “ไม่ซื้อ ไม่ขาย ไม่ใช้ของปลอม” นอกจากนี้ หากท่านใดพบเห็นว่ามีการกระทำที่เข้าข่ายละเมิดทรัพย์สินทางปัญญา สามารถแจ้งเบาะแสมาที่กองป้องปรามการละเมิดทรัพย์สินทางปัญญา กรมทรัพย์สินทางปัญญา โทร. 0-2547-4702 หรือสายด่วน 1368