พาณิชย์เรียกถกด่วนผู้ค้าไข่ ย้ำไม่ขึ้นราคาเพิ่ม คาดเดือนหน้าปรับลด
กระทรวงพาณิชย์เผยสมาคมผู้เลี้ยงไก่ไข่ยืนยันไม่ปรับขึ้นราคาไข่ไก่อีก หลังเครือข่ายสหกรณ์ 4 แห่งขยับราคาแนะนำหน้าฟาร์มเป็นฟองละ 3.80 บาท ชี้เป็นผลจากต้นทุนและผลผลิตลดลงจากสภาพอากาศ พร้อมประเมินเดือนสิงหาคมราคาเริ่มอ่อนตัวตามผลผลิตแม่ไก่สาวและต้นทุนอาหารสัตว์ที่ลดลง เตรียมเรียกผู้ประกอบการ-ห้างค้าปลีกหารือ 7 ก.ค. วางมาตรการดูแลค่าครองชีพ
นายกรนิจ โนนจุ้ย โฆษกกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า ภายหลังเครือข่ายสหกรณ์ผู้เลี้ยงไก่ไข่ 4 แห่ง ประกาศปรับราคาแนะนำไข่ไก่คละหน้าฟาร์มจากฟองละ 3.60 บาท เป็นฟองละ 3.80 บาท มีผลตั้งแต่วันที่ 6 กรกฎาคม 2569 กรมการค้าภายในได้ติดตามสถานการณ์การผลิต ต้นทุน และความต้องการบริโภคอย่างใกล้ชิด โดยพบว่าการปรับราคาครั้งนี้เป็นไปตามภาวะต้นทุนการผลิตและผลกระทบจากสภาพอากาศที่ทำให้ผลผลิตไข่ไก่ลดลงในช่วงที่ผ่านมา

ทั้งนี้ ผู้เลี้ยงไก่ไข่ต้องแบกรับต้นทุนที่เพิ่มขึ้นต่อเนื่องมาตั้งแต่เดือนมีนาคม อย่างไรก็ตาม สมาคมผู้เลี้ยงไก่ไข่ยืนยันว่าจะไม่มีการปรับขึ้นราคาเพิ่มเติม และคาดว่าราคาไข่ไก่จะทยอยปรับลดลงตามกลไกตลาดตั้งแต่เดือนสิงหาคมเป็นต้นไป
นายกรนิจกล่าวว่า ปัจจุบันมีไข่ไก่ออกสู่ตลาดเฉลี่ยประมาณ 43 ล้านฟองต่อวัน ลดลงจากช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีประมาณ 45 ล้านฟองต่อวัน เนื่องจากสภาพอากาศแปรปรวนส่งผลให้ประสิทธิภาพการให้ไข่ของแม่ไก่ลดลง อีกทั้งเป็นช่วงที่เกษตรกรทยอยปลดแม่ไก่ยืนกรงอายุ 78-80 สัปดาห์ ทำให้ผลผลิตลดลงชั่วคราว ขณะที่การส่งออกไข่ไก่ยังอยู่ในระดับปกติ ไม่ได้กระทบต่อปริมาณไข่ไก่ในประเทศ
นอกจากนี้ ผู้เลี้ยงยังเผชิญต้นทุนการผลิตที่อยู่ในระดับสูง ทั้งค่าอาหารสัตว์ ค่าพลังงาน และค่าบริหารจัดการฟาร์ม ขณะเดียวกัน ความต้องการบริโภคเพิ่มขึ้นในช่วงเปิดภาคเรียน รวมถึงมาตรการกระตุ้นการใช้จ่ายผ่านโครงการ “ไทยช่วยไทยพลัส” ส่งผลให้ความต้องการไข่ไก่และผลิตภัณฑ์ที่ใช้ไข่เป็นวัตถุดิบเพิ่มขึ้นในระยะนี้
นายกรนิจกล่าวว่า นายมาโนช ชูทับทิม นายกสมาคมผู้เลี้ยงไก่ไข่ และนางพเยาว์ อริกุล นายกสมาคมการค้าผู้เลี้ยงไก่ไข่รายย่อยภาคกลาง ได้ประเมินสถานการณ์ร่วมกับกรมการค้าภายใน และเห็นตรงกันว่าแนวโน้มราคาไข่ไก่จะไม่ปรับสูงขึ้นกว่านี้ โดยจะเริ่มลดลงตั้งแต่เดือนสิงหาคม เนื่องจากสภาพอากาศเอื้อต่อการให้ผลผลิต แม่ไก่สาวรุ่นใหม่ทยอยให้ไข่เพิ่มขึ้น ต้นทุนอาหารสัตว์มีแนวโน้มลดลงจากผลผลิตข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ที่ออกสู่ตลาด รวมถึงเข้าสู่ช่วงปิดภาคเรียนซึ่งความต้องการบริโภคลดลงตามฤดูกาล
กระทรวงพาณิชย์ โดยกรมการค้าภายในได้ประสานผู้ประกอบการค้าส่งและค้าปลีกให้ช่วยตรึงราคาจำหน่าย พร้อมจัดจำหน่ายไข่ไก่ราคาประหยัดผ่านโครงการ “ไทยช่วยไทยพลัส (ธงฟ้า)” เพื่อบรรเทาภาระค่าครองชีพของประชาชน
นอกจากนี้ ในวันที่ 7 กรกฎาคม 2569 กรมการค้าภายในจะเชิญผู้ประกอบการรายใหญ่ ผู้ค้า และห้างค้าส่งค้าปลีก เข้าหารือเพื่อกำหนดมาตรการดูแลผู้บริโภคเพิ่มเติม
นายกรนิจกล่าวว่า กระทรวงพาณิชย์จะติดตามสถานการณ์ราคาไข่ไก่อย่างใกล้ชิดต่อเนื่อง พร้อมประเมินสถานการณ์ร่วมกับผู้เลี้ยง ผู้ค้า ตลาดสด และห้างค้าปลีก เพื่อให้ราคาสะท้อนต้นทุนที่แท้จริงและเกิดความเป็นธรรมทุกฝ่าย พร้อมเตือนผู้ค้าห้ามจำหน่ายสินค้าในราคาสูงเกินสมควร หากพบการกระทำผิด ประชาชนสามารถแจ้งสายด่วนกรมการค้าภายใน 1569 โดยมีโทษตามพระราชบัญญัติว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ พ.ศ. 2542 จำคุกไม่เกิน 7 ปี หรือปรับไม่เกิน 140,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ