กทอ.ขานรับ QuickBigWin ช่วยชุมชนไฟฟ้าเข้าไม่ถึง
อรรถพล ฤกษ์พิบูลย์
กองทุนอนุรักษ์พลังงานฯ ขานรับนโยบาย Quick Big Win ขยายกรอบวงเงินหนุนโครงการอนุรักษ์พลังงานเพิ่มเป็น 9,000 ล้าน เน้นพื้นที่ทุรกันดาร ไฟฟ้าเข้าไม่ถึง เผยปีงบฯ 68 ขอมาเป็นพันโครงการ วงเงินหมื่นกว่าล้าน แต่ให้ได้แค่ 2 พันกว่าล้าน
นายรัฐฉัตร ศิริพานิช ผู้จัดการสำนักงานบริหารกองทุนเพื่อส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงาน (ส.กทอ.) เปิดเผยว่า ทิศทางการดำเนินงานของกองทุนอนุรักษ์ฯ ในปีงบประมาณ พ.ศ. 2569-2571 กองทุนเตรียมวางแนวทาง หลักเกณฑ์ เงื่อนไข และลำดับความสำคัญของการใช้จ่ายเงินกองทุนเพื่อส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงาน เบื้องต้นได้วางกรอบงบประมาณไว้ที่ 9,000 ล้านบาท
เพื่อเป็นการสนองนโยบายกระทรวงพลังงาน ในการสร้างรายได้ ลดรายจ่ายด้านพลังงานให้แก่ประชาชน ภายใต้นโยบาย Qiuck Big Win ของนายอรรถพล ฤกษ์พิบูลย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ซึ่งในการพิจารณาของคณะกรรมการกองทุนจะให้ความสำคัญกับโครงการในพื้นที่ทุรกันดาร ประชาชนยังไม่มีไฟฟ้าใช้เป็นหลัก ซึ่งในกลุ่มนี้มีข้อเสนอเข้ามาวงเงินรวมประมาณ 2,500 ล้านบาท โดยกองทุนมีวงเงินที่สามารถสนับสนุนได้ประมาณ 1,000 ล้านบาท
ขณะนี้อยู่ระหว่างติดตามรายละเอียดโครงการ Qiuck Big Win ว่าจะสามารถดำเนินการได้อย่างไร แต่คาดว่าจะมีโครงการเข้าร่วมเพิ่มมากขึ้นจากปี 2568 ทั้งนี้ กรอบวงเงินดังกล่าวยังต้องผ่านที่ประชุมคณะกรรมการกองทุน และเข้าที่ประชุมคณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ (กพช.) พิจารณา ซึ่งคาดว่าจะสามารถเร่งเบิกจ่ายงบประมาณได้เร็วสุดเดือนกรกฎาคม 2569
นอกจากนี้ ในส่วนราชการจะเน้นจัดสรรโครงการลักษณะ “คนละครึ่ง” คือ ผู้ขอรับทุนจะต้องร่วมจ่าย (Copay) ในโครงการครึ่งหนึ่งของงบฯโครงการ โดยมีโครงการส่วนราชการยื่นข้อเสนอเข้ามาวงเงินประมาณ 2,400 ล้านบาท วงเงินที่จัดสรรได้มีประมาณ 500 ล้านบาท ส่วนกลุ่มอื่น ๆ ที่ให้ความสำคัญ เช่น การสนับสนุนระบบผลิตพลังงานโรงพยาบาล วิสาหกิจชุมชนด้านการเกษตร โรงงานและอาคาร รวมถึงงานวิจัยและการพัฒนาบุคลากรด้านพลังงาน
“ในอดีตเราให้ 100% เช่น โครงการโซลาร์สูบน้ำ 1 ล้านบาท เราให้ทั้งหมด ผู้ขอโครงการไม่ได้มีความเป็นเจ้าของ เราเลยคุยกับคณะกรรมการทำแบบ Copay ให้ผู้ขอมีสิทธิเป็นเจ้าของโครงการด้วย เป็นส่วนหนึ่งของการลงทุนในระบบนั้น ๆ และมีเงินในการดูแลต่อ ไม่ใช่ทิ้งร้างไว้” นายรัฐฉัตรกล่าว
สำหรับการสนับสนุนเงินกองทุนเพื่อส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงาน ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2568 ภายหลังจากปิดรับข้อเสนอโครงการเพื่อรับคำขอรับ มีผู้ยื่นข้อเสนอมารวม 1,070 โครงการ คิดเป็นวงเงิน 13,488 ล้านบาท สูงกว่างบฯที่วางไว้สำหรับปี 2568 ที่ 2,750 ล้านบาท สามารถจำแนกเป็นโครงการด้านต่าง ๆ ได้ดังนี้
โครงการคนละครึ่ง ในส่วนราชการ จำนวน 290 โครงการ วงเงิน 2,444 ล้านบาท โครงการสนับสนุนประชาชนในพื้นที่ไม่มีไฟฟ้า จำนวน 129 โครงการ วงเงิน 2,203 ล้านบาท การสนับสนุนกลุ่มวิสาหกิจชุมชน กลุ่มเกษตรกร ผู้ประกอบการโรงงาน/อาคาร ฯลฯ รวม 348 โครงการ วงเงิน 3,873 ล้านบาท โครงการวิจัย 130 โครงการ วงเงิน 1,481 ล้านบาท โครงการสาธิต 112 โครงการ วงเงิน 2,785 ล้านบาท โครงการการพัฒนาบุคลากร และโครงการประชาสัมพันธ์อื่น ๆ รวม 61 โครงการ วงเงิน 702 ล้านบาท
ปัจจุบันสถานะโครงการที่ยื่นเข้ามาขอสนับสนุนเงินกองทุนอยู่ระหว่างการพิจารณาโครงการให้เสร็จภายในเดือนพฤศจิกายน 2568 และนำเสนอต่อคณะอนุกรรมการที่มี นายประเสริฐ สินสุขประเสริฐ ปลัดกระทรวงพลังงาน เป็นประธานภายในเดือนพฤศจิกายน 2568 และนำเข้าสู่คณะกรรมการกองทุนเพื่อส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงาน (กทอ.) ที่มีนายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เป็นประธาน คาดว่าจะเริ่มแจ้งผลและดำเนินโครงการได้ประมาณต้นเดือนมกราคม 2569
ทั้งนี้ ปัจจุบันกองทุนอนุรักษ์ฯ มีเงินสะสมอยู่ 1.6 หมื่นล้านบาท โดยมีรายรับจากการจัดเก็บผู้ใช้น้ำมันอัตรา 5 สตางค์ต่อลิตร คิดเป็นเงินที่ส่งเข้ากองทุนอนุรักษ์ฯปีละ 1,600-1,700 ล้านบาท
“การพิจารณาแต่ละโครงการต้องเกิดประโยชน์จริงในพื้นที่ ยืนยันจะไม่ให้มีกลุ่มการเมืองเข้ามาแทรกแซง ถ้าไม่เข้าเกณฑ์ก็ไม่ได้ผ่านการคัดเลือก ที่ผ่านมาบางโครงการได้งบฯไปแล้ว แต่ไม่ดำเนินการตามเงื่อนไขก็ต้องส่งคืนเงิน” นายรัฐฉัตรกล่าว