Skip to content

‘ธรรมนัส’ โหมดูแลราคายาง MOU ขยายประโยชน์ใช้งาน

24 ต.ค. 2568 | 08:48น.
‘ธรรมนัส’ โหมดูแลราคายาง MOU ขยายประโยชน์ใช้งาน

ก.เกษตรฯเซ็น MOU เพิ่มการใช้ประโยชน์จากผลิตภัณฑ์ยางใน ปท. พร้อมเอาจริงปราบยางเถื่อน ด้าน กยท. เปิดให้เกษตรกรเข้าโครงการแก้ปัญหาสวนยางเสื่อมโทรม สนับสนุนปลูกยางพันธุ์ดี ไม้ยืนต้นยั่งยืน จ่ายไร่ละ 12,000-20,000 บาท

ร้อยเอก ธรรมนัส พรหมเผ่า รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กล่าวว่า กระทรวงเกษตรฯให้ความสำคัญกับการเพิ่มปริมาณการใช้ยางพาราภายในประเทศ ลดการพึ่งพาการส่งออกยาง โดยการส่งเสริมการใช้ยางพาราในหน่วยงานภาครัฐ ซึ่งเป็นส่วนสำคัญในการสร้างเสถียรภาพราคายาง และยกระดับคุณภาพชีวิตของเกษตรกรชาวสวนยาง ผ่านการใช้ประโยชน์จากผลิตภัณฑ์ยางพาราในรูปแบบต่าง ๆ ล่าสุดได้มีการลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือกับกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา (กก.) กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) เพื่อผลักดันให้หน่วยงานภาครัฐนำผลิตภัณฑ์ยางไปใช้ประโยชน์

นอกจากนี้ ตามนโยบายเร่งด่วน (Quick Win) โดยเฉพาะการแก้ปัญหาปากท้องเร่งด่วน ได้แก่ แก้ปัญหาราคาสินค้าเกษตรตกต่ำ และปราบปรามสินค้าเกษตรผิดกฎหมาย (สินค้าเถื่อน) อย่างเข้มงวด เพื่อรักษาเสถียรภาพราคาสินค้าในประเทศ และ 3 สร้าง (นโยบายเร่งด่วนระยะแรก) ได้แก่ สร้างรายได้ สร้างตลาด และสร้างโอกาส พร้อมทั้งสานต่อนโยบายเดิมเพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืน โดยได้มีการประชุมหารือแนวทางการขับเคลื่อนนโยบาย ระหว่างกรมวิชาการเกษตร การยางแห่งประเทศไทย และชุดเฉพาะกิจพญานาคราช ซึ่งได้รายงานความคืบหน้า อาทิ

1) การขนส่งยางพาราผ่านแดนไทย โดยได้มีการตรวจสอบคุณภาพยางพาราจากเมียนมาไปมาเลเซีย ซึ่งคาดว่าหากมียางพาราผ่านแดนจำนวน 1.2 แสนตัน จะสามารถสร้างรายได้กว่า 60 ล้านบาทต่อปี 2) การกำหนดเขตควบคุมการขนย้ายยางพารา 5 จังหวัดชายแดน เพื่อแก้ปัญหายางเถื่อนและรักษาเสถียรภาพราคายางในประเทศ 3) มาตรการควบคุมโรคใบร่วงในแปลงขยายพันธุ์ยาง พร้อมผลักดันพันธุ์ยางดี 3 พันธุ์ใหม่ เพื่อยกระดับมาตรฐานการผลิตยางของประเทศ และ 4) ผลการจับกุมยางเถื่อน ที่จังหวัดระนอง น้ำหนักกว่า 2,600 กิโลกรัม ที่เป็นการยืนยันความเอาจริงเอาจังในการปราบปรามการลักลอบนำเข้ายางผิดกฎหมาย

ด้าน ดร.เพิก เลิศวังพง รักษาการแทนผู้ว่าการการยางแห่งประเทศไทย (กยท.) กล่าวว่า กยท. มีการ MOU ทางวิชาการโครงการเครือข่ายงานวิจัย ทดสอบ และวิเคราะห์คุณภาพ ร่วมกับกรมชลประทาน ถือเป็นการนำร่องผลักดันการใช้ยางพาราในหน่วยงานภาครัฐอย่างเป็นรูปธรรมด้วย และความร่วมมือนี้จะช่วยสร้างเสถียรภาพราคายาง ยกระดับคุณภาพผลิตภัณฑ์ยางพาราไทยให้เป็นที่ยอมรับ นำไปสู่การสร้างความมั่นคงด้านรายได้แก่พี่น้องชาวสวนยางได้อย่างยั่งยืน

ล่าสุด กยท. ยังได้เปิดรับคำขอรับการส่งเสริมและสนับสนุนการปลูกแทน ประจำปี 2569 โดยเกษตรกรชาวสวนยางสามารถยื่นคำขอได้ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2568-31 มีนาคม 2569 ตามแบบการปลูกแทน ดังนี้ ปลูกแทนด้วยยางพันธุ์ดี อัตราไร่ละ 20,000 บาท ระยะเวลาการส่งเสริมและสนับสนุน 6 ปีครึ่ง, ปลูกแทนด้วยไม้ยืนต้นที่มีความสำคัญทางเศรษฐกิจ อัตราไร่ละ 12,000 บาท ระยะเวลาการส่งเสริมและสนับสนุน 1 ปี, ปลูกแทนแบบเกษตรกรรมยั่งยืน โดยมีไม้ยืนต้นที่มีความสำคัญทางเศรษฐกิจเป็นพืชหลัก อัตราไร่ละ 12,000 บาท ระยะเวลาการส่งเสริมและสนับสนุน 1 ปี และปลูกแทนแบบอารยเกษตร (สวนยางยั่งยืน) อัตราไร่ละ 20,000 บาท ระยะเวลาการส่งเสริมและสนับสนุน 6 ปีครึ่ง โดยจะต้องเป็นเกษตรกรที่ขึ้นทะเบียนกับ กยท. มีสิทธิในที่ดินหรือครอบครองที่ดินอย่างถูกกฎหมาย มีสวนยางอายุ 25 ปีขึ้นไป และสวนยางมีสภาพทรุดโทรมเสียหายหรือต้นยางให้ผลผลิตน้อย โดยผู้ที่ยื่นคำขอแล้วห้ามโค่นยางก่อนได้รับอนุญาตจาก กยท.

อย่างไรก็ดี โครงการนี้ดำเนินการเพื่อส่งเสริมการปลูกทดแทนสวนยางเก่าที่เสื่อมโทรม เปลี่ยนเป็นสวนยางพันธุ์ดีที่มีคุณภาพ หรือสวนยางอารยเกษตร และเปิดโอกาสให้ปรับเปลี่ยนอาชีพเกษตรกรรมใหม่โดยการปลูกไม้ยืนต้นที่มีความสำคัญทางเศรษฐกิจ เพื่อสร้างรายได้เพิ่มและเสริมความมั่นคงทางเศรษฐกิจในระยะยาวด้วย