ผู้ส่งออกข้าว นำคณะลงสำรวจผลผลิตข้าวนาปี 2568/69 คาดอยู่ที่ 24 ล้านตันข้าวเปลือก ส่งออกทั้งปีแนวโน้มเกินเป้า 7.5 ล้านตัน แตะ 8 ล้านตัน แต่อยู่อันดับ 3 ของโลก รองอินเดีย เวียดนาม ชี้ รัฐบาลควรเร่งวางนโยบายดูแลอุตสาหกรรมข้าวในระยะยาว ไทยยังขาดพันธุ์ข้าวดี แข่งขันได้ ต้นทุนสูง ค่าบาทผันผวน
ร้อยตำรวจโทเจริญ เหล่าธรรมทัศน์ นายกสมาคมผู้ส่งออกข้าวไทย เปิดเผยระหว่างนำคณะผู้ส่งออกข้าวลงพื้นที่ศึกษาภาวะผลผลิตข้าวนาปี ปีเพาะปลูก 2568/69 ในเขตภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ระหว่างวันที่ 30 ตุลาคม-1 พฤศจิกายน 2568 อีกทั้งยังได้ร่วมประชุมประเมินภาวการณ์ผลิตข้าวนาปี ร่วมกับผู้ประกอบการโรงสี และสมาคมชาวนาและเกษตรกรไทย ว่าจากการประชุมนั้น มีการคาดการณ์ผลผลิตข้าวนาปี ปีการผลิต 2568/69 อยู่ที่ 24 ล้านตันข้าวเปลือก
ขณะที่ปริมาณการส่งออกข้าวของปีนี้ จนถึง 27 ตุลาคม 2568 อยู่ที่ 6.4 ล้านตัน ลดลง 22% ซึ่งเป็นผลมาจากข้าวขาว ที่ส่งออกลดลง แต่ข้าวหอมมะลิ ยังส่งออกได้ดี รวมกว่า 1.49 ล้านตัน เพิ่มขึ้น 11% เทียบกับปีก่อนหน้า และประเทศผู้นำเข้าสูงสุด คือ สหรัฐ รองลงมา ฮ่องกง และแคนนาดา
“ข้าวหอมมะลิไทย เป็นข้าวชนิดเดียว ที่ยังไปได้ดี แต่ข้าวขาว การส่งออกจากนี้มีแนวโน้ม ภาวะตลาดชะลอตัว เนื่องจาก อินเดีย กลับมาส่งออก และผลผลิตข้าวทั่วโลกเพิ่มขึ้น ทำให้ประเทศผู้ซื้อสำคัญ ทั้งอินโดนีเซีย และฟิลิปปินส์ ชะลอการนำเข้า ราคาข้าวขาวในประเทศที่เกษตรกรได้รับก็ลดลงต่อเนื่อง”
อย่างไรก็ตาม ผู้ส่งออกคาดว่าปี 2568 นี้ ภาพรวมการส่งออกข้าวไทยจะสูงกว่าเป้าหมายที่ 7.5 ล้านตัน มีโอกาสขยับขึ้นไปเกือบ 8 ล้านตันได้ แต่ก็ยังทำให้ภาพการส่งออกไทยอยุ่อันดับที่ 3 ของโลก รองจากอินเดียและเวียดนาม ส่วนในปี 2569 ยังคงตั้งเป้าหมายการส่งออกข้าวไว้เท่าเดิม 7.5 ล้านตัน
โดยมีปัจจัยโดยเฉพาะทุกประเทศพัฒนาพันธุ์ข้าวให้ตรงกับความต้องการของตลาดไปแล้ว แต่ไทยยังขาดระบบบริหารจัดการแบบต่างคนต่างทำ โดยรัฐบาล ควรเข้ามาเป็นเจ้าภาพหลัก รวมไปถึงการดูแลต้นทุนการเพาะปลูก และการขนส่ง รวมทั้งค่าเงินบาท ที่ผันผวนแข่งขันได้ยาก ซึ่งการออกมาตรการอุดหนุนราคา
ทั้งนี้ ตลอดหลาย 10 ปี รัฐบาลใช้เงินปีละกว่า 1 แสนล้านบาทไม่ตอบโจทย์การดูแลอุตสาหกรรมการในระยะยาว โดยควรนำเงินส่วนนี้ มาทำโครงการเสริมศักยภาพการผลิต เช่น ระบบน้ำ และการเพาะปลูกที่ให้ความสำคัญกับสิ่งแวดล้อม เพื่อวางแผนตลาดให้ทันกติกาการค้าโลก
ด้าน นายชูเกียรติ โอภาสวงศ์ นายกกิตติมศักดิ์สมาคมผู้ส่งออกข้าวไทย มองราคาข้าวไทยในปีหน้า คาดว่า จะยังทรงตัวต่ำตามราคาในตลาดโลก หรืออาจจะต่ำกว่าในปีนี้ด้วย โดยขึ้นอยู่กับ อินเดีย ที่ยังประกาศจะระบายข้าวต่อเนื่อง
โดยผู้ค้าข้าวต่างประเทศ ประเมินว่ามีโอกาสที่ราคาข้าวขาว จะลงมาเหลือเพียง 300 เหรียญสหรัฐต่อตันเท่านั้น ต่ำสุดในรอบ 30 ปี หากทอนมาเป็นราคาข้าวเปลือก ที่เกษตรกรได้รับ จะเหลือเพียงตันละ 5,000 บาทเท่านั้น จากปัจจุบันก็เฉลี่ยเพียงตันละ 330-340 เหรียญสหรัฐ ต่ำกว่าอินเดีย และเวียดนาม ซึ่งไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน แต่ในแง่การแข่งขัน จากการที่ราคาข้าวขาว และข้าวนึ่งของไทย ลดลงใกล้เคียงคู่แข่ง ทำให้มีตลาดใหม่เข้ามาเพิ่มขึ้น รวมทั้งข้าวหอมมะลิ ที่ยังส่งออกได้ดี จึงตั้งเป้าการส่งออกข้าวในปี 2569 ไว้เท่าเดิม 7.5 ล้านตัน