เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
รถไฟฟ้าแอร์พอร์ต เรล ลิงก์ แจ้งพร้อมให้บริการตามปกติ
News รถไฟฟ้าแอร์พอร์ต เรล ลิงก์ แจ้งพร้อมให้บริการตามปกติ
SCG HOME Online ชูกลยุทธ์ O2O Ecosystem ยกระดับอีคอมเมิร์สเรื่องบ้าน เปิดแคมเปญใหญ่ “เติมบ้านคุ้ม ลุ้นรับทอง” คืนกำไรลูกค้า
Real Estate SCG HOME Online ชูกลยุทธ์ O2O Ecosystem ยกระดับอีคอมเมิร์สเรื่องบ้าน เปิดแคมเปญใหญ่ “เติมบ้านคุ้ม ลุ้นรับทอง” คืนกำไรลูกค้า
WMA โชว์ผลงาน “เจดีย์หักโมเดล” จากศูนย์บำบัดน้ำเสียเปลี่ยนเป็นสนามบอล เพื่อชุมชน
SD WMA โชว์ผลงาน “เจดีย์หักโมเดล” จากศูนย์บำบัดน้ำเสียเปลี่ยนเป็นสนามบอล เพื่อชุมชน
เปิดสเป็ก ‘Galaxy Z Fold8’ จอพับไซส์ใหม่ของ Samsung เริ่มต้น 61,900 บาท
Tech เปิดสเป็ก ‘Galaxy Z Fold8’ จอพับไซส์ใหม่ของ Samsung เริ่มต้น 61,900 บาท
เซ่นพิษเจรจาล้มเหลว ทำน้ำมันโลกพุ่งไม่หยุด กบน. เพิ่มอุดหนุนแล้วแต่ยังต้องปรับขึ้นราคา 90 สตางค์
Economic เซ่นพิษเจรจาล้มเหลว ทำน้ำมันโลกพุ่งไม่หยุด กบน. เพิ่มอุดหนุนแล้วแต่ยังต้องปรับขึ้นราคา 90 สตางค์
“พิพัฒน์” ฟังเสียงผู้ค้าตลาดจตุจักร หาทางออกทุกมิติ ให้ “ผู้ค้าอยู่ได้ นักท่องเที่ยวอยากมา”
Politics “พิพัฒน์” ฟังเสียงผู้ค้าตลาดจตุจักร หาทางออกทุกมิติ ให้ “ผู้ค้าอยู่ได้ นักท่องเที่ยวอยากมา”
เปิดรายได้เวิร์คพอยท์ 12 ปี จากทีวีดิจิทัลสู่เกมธุรกิจใหม่
Business เปิดรายได้เวิร์คพอยท์ 12 ปี จากทีวีดิจิทัลสู่เกมธุรกิจใหม่
ราคาน้ำมันพรุ่งนี้ (23 ก.ค. 69) ดีเซล-แก๊สโซฮอล์ ปรับขึ้น 0.90 บาท มีผลตี 5
Economic ราคาน้ำมันพรุ่งนี้ (23 ก.ค. 69) ดีเซล-แก๊สโซฮอล์ ปรับขึ้น 0.90 บาท มีผลตี 5
คาด ลงทะเบียน TH AI Passport ใช้เอไอฟรี 5 ล้านสิทธิ์ 31 ก.ค.นี้
Tech คาด ลงทะเบียน TH AI Passport ใช้เอไอฟรี 5 ล้านสิทธิ์ 31 ก.ค.นี้
กำหนด ‘กติกาใหม่’ เปิดรับทุนต่างชาติ
Economic กำหนด ‘กติกาใหม่’ เปิดรับทุนต่างชาติ
ดูทั้งหมด

กกร.ย้ำรัฐ ทำกฎหมายเลี่ยงซ้ำซ้อน พ.ร.บ.อากาศสะอาด ต้องไม่เพิ่มต้นทุน

12 พ.ย. 2568 | 13:57น.

เกรียงไกร ประธาน ส.อ.ท. เผยเอกชนเข้าใจปัญหามลพิษทางอากาศ ย้ำรัฐควรปรับให้ชัดเจนและไม่ซ้ำซ้อนกฎหมายเดิม ขณะที่ ร่างพระราชบัญญัติบริหารจัดการเพื่ออากาศสะอาด พ.ศ. …. กังวลซ้ำซ้อน เพิ่มต้นทุนให้เอกชน แนะควรทบทวนให้ปฏิบัติได้จริง

นายเกรียงไกร เธียรนุกุล ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย กล่าวว่า กกร.เห็นด้วยในหลักการและบางมาตรการ แต่ควรปรับให้ชัดเจนและไม่ซ้ำซ้อนกฎหมายเดิม นอกจากนี้ กกร.ตระหนักกับปัญหามลพิษทางอากาศเป็นอย่างยิ่งและเห็นด้วยกับเจตนารมณ์ของร่างกฎหมายที่มุ่งยกระดับคุณภาพสิ่งแวดล้อมและลดปัญหาฝุ่นละออง PM 2.5 แต่มีข้อกังวลเรื่องความซ้ำซ้อนกับกฎหมายเดิม เช่น พ.ร.บ.ส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อม พ.ศ. 2535 และ พ.ร.บ.โรงงาน พ.ศ. 2535 รวมถึงกฎหมายเฉพาะของหน่วยงานที่มีอำนาจกำกับดูแลมลพิษทางอากาศอยู่แล้ว ซึ่งอาจสร้างความซ้ำซ้อนด้านอำนาจหน้าที่ และเพิ่มต้นทุนต่อภาคธุรกิจโดยไม่จำเป็น

ดังนั้น กกร. จึงขอเสนอประเด็นสำคัญที่ควรทบทวน เพื่อให้กฎหมายฉบับนี้เกิดผลในทางปฏิบัติได้จริง ดังนี้

  1. โครงสร้างคณะกรรมการและการมีส่วนร่วมของภาคเอกชน กกร. เสนอให้มีผู้แทนภาคเอกชน โดยเฉพาะผู้แทนจากสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย และสมาคมธนาคารไทย เข้าร่วมเป็นส่วนหนึ่งของคณะกรรมการและองค์กรที่กำกับนโยบายบริหารจัดการอากาศสะอาด ทั้งในระดับชาติและระดับจังหวัด ตามหลัก “การมีส่วนร่วมของผู้ถูกบังคับใช้กฎหมาย” เพื่อสะท้อนข้อมูลจากภาคการผลิต บริการ การเงิน และภาคเศรษฐกิจจริง ซึ่งช่วยให้การกำหนดนโยบายมีความสมดุล รอบด้าน และนำไปสู่มาตรการที่สามารถปฏิบัติได้จริง

 

  1. เครื่องมือทางเศรษฐศาสตร์ กกร. เห็นว่า “เครื่องมือทางเศรษฐศาสตร์” ในร่างพระราชบัญญัติบริหารจัดการเพื่ออากาศสะอาด พ.ศ. …. อาจทับซ้อนกับกฎหมายที่ใช้อยู่ในปัจจุบัน อาทิ เชื้อเพลิงส่งเงินส่งกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง 1-5 บาท/ลิตร ภาษีสรรพสามิต 5-6 บาท/ลิตร และส่งผลต่อต้นทุนทุกภาคส่วน การแก้ปัญหามลพิษ จึงควรมุ่งเน้นมาตรการสนับสนุนและจูงใจทางภาษีหรือการเงินในการปรับปรุงคุณภาพการผลิตที่ลดมลพิษ เพื่อช่วยให้ทุกภาคส่วนปรับตัว แทนที่จะเก็บค่าธรรมเนียมอากาศสะอาดตั้งแต่หน่วยแรกที่ปล่อย หรือออกมาตรการทางเศรษฐศาสตร์ทันที

 

  1. การจัดตั้งกองทุนอากาศสะอาด กองทุนมีวัตถุประสงค์ครอบคลุมถึง 17 ข้อ แต่ยังไม่มีลำดับความสำคัญหรือสัดส่วนการใช้เงินอย่างชัดเจนในการแก้ปัญหามลพิษ และไม่ได้ผ่านขั้นตอนพิจารณาจากคณะกรรมการนโยบายการบริหารทุนหมุนเวียนตามที่ควรจะเป็น จึงมีความกังวลว่าอาจไม่สามารถจัดตั้งกองทุนได้จริงในทางปฏิบัติ

 

  1. อัตราโทษและบทกำหนดโทษ กกร. สนับสนุนการบังคับใช้กฎหมายอย่างจริงจังต่อผู้ฝ่าฝืน แต่ร่างกฎหมายฉบับนี้มีการกำหนดอัตราโทษสูงกว่าฉบับอื่น ๆ ที่สภาผู้แทนราษฎรเคยรับหลักการทั้งโทษแพ่งและโทษอาญา อาทิ การกำหนดโทษทางอาญา แม้ว่าจะเกิดจากความประมาท จำคุกไม่เกิน 2 ปีหรือปรับไม่เกิน 50 ล้านบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และหากไม่ปฏิบัติตามคำสั่งเจ้าพนักงานอากาศสะอาดต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี หรือปรับไม่เกินร้อยล้านบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อบรรยากาศการลงทุน โดยเฉพาะในกรณีการกระทำโดยประมาท ซึ่งอาจไม่สอดคล้องกับหลักรัฐธรรมนูญมาตรา 77 ที่ให้กำหนดโทษอาญาเฉพาะความผิดร้ายแรง กกร. จึงเสนอให้ทบทวนระดับโทษให้สมดุลกับมาตรฐานสากล และควรมีระยะเวลาการปรับตัวสำหรับภาคธุรกิจ ภาคอุตสาหกรรมเพื่อให้สามารถปฏิบัติตามกฎหมายได้จริง

กกร. เห็นว่าการมีกฎหมายเพื่ออากาศสะอาดเป็นสิ่งจำเป็น แต่ต้องยึดหลัก ไม่ซ้ำซ้อน ไม่เพิ่มภาระและสร้างสมดุลระหว่างสิ่งแวดล้อมกับความสามารถในการแข่งขันของประเทศ เพื่อให้ประเทศไทยเดินหน้าสู่การพัฒนาอย่างยั่งยืน ทั้งในมิติสิ่งแวดล้อม เศรษฐกิจ และความเชื่อมั่นของนักลงทุน

ดังนั้น กกร. เห็นว่าเป็นสิ่งจำเป็นที่ต้องจัดทำการประเมินผลกระทบของกฎหมาย (RIA) ตามมาตรฐานสากล ที่สามารถวัดผลได้ สำหรับกฎหมายที่จะส่งผลกระทบต่อภาคธุรกิจ โดยหน่วยงานกลางที่มีความเป็นอิสระและน่าเชื่อถือ

ขณะที่ สำหรับ ร่างพระราชบัญญัติโรงงาน (ฉบับที่ ..) พ.ศ. …. นายเกรียงไกร เธียรนุกุล ระบุว่า กกร.เข้าใจถึงข้อกังวลเกี่ยวกับการแก้ไขกฎหมายโรงงานในประเด็นปัญหาต่าง ๆ เช่น โรงงานที่ส่งผลกระทบต่อชุมชนและสิ่งแวดล้อมตามที่เป็นข่าวในช่วงที่ผ่านมา อีกทั้ง กกร.ยังสนับสนุนให้มีการยกระดับมาตรฐานโรงงานอุตสาหกรรม

อย่างไรก็ตาม กกร. มีความกังวลเป็นอย่างยิ่งต่อร่างพระราชบัญญัติโรงงาน (ฉบับที่ …) พ.ศ. …. ซึ่งอยู่ระหว่างการพิจารณาของรัฐสภาขณะนี้ เนื่องจากประเด็นที่มีการเสนอแก้ไขในหลายประเด็น ส่งผลกระทบรุนแรงต่อภาคอุตสาหกรรมไทย ลดขีดความสามารถในการแข่งขัน กระทบต่อความเชื่อมั่นของนักลงทุน โดยมีข้อกังวลหลายประการ ดังนี้

  1. การรื้อฟื้นระบบใบอนุญาตโรงงานแบบมีอายุ ขัดกับหลัก Ease of Doing Business

กกร. ไม่เห็นด้วยต่อแนวทางการนำระบบใบอนุญาตแบบมีอายุกลับมาใช้ เนื่องจากระบบดังกล่าวเคยสร้างปัญหาในอดีต ทั้งขั้นตอนการขออนุญาตที่ซับซ้อน ความล่าช้า ภาระด้านเอกสารเกินจำเป็น และเปิดช่องให้เกิดการทุจริตซึ่งขัดต่อหลักการบริหารภาครัฐสมัยใหม่และแนวนโยบาย B-Ready (Ease of Doing Business) ที่รัฐบาลจะไม่สร้างอุปสรรคในการเข้าสู่ตลาดของผู้ประกอบธุรกิจโดยไม่จำเป็น และเป็นหลักการที่รัฐประกาศส่งเสริมมาอย่างต่อเนื่อง รวมทั้งยังส่งผลต่อคะแนนการประเมินด้านการเข้าสู่ธุรกิจ (Business Entry) ในปี 2569

การนำระบบใบอนุญาตกลับมาใช้ โดยมุ่งหวังว่าจะช่วยในการตรวจสอบคัดกรองโรงงานที่มีปัญหา เป็นการแก้ไขที่ไม่ถูกจุด เนื่องจากตามกฎหมายปัจจุบัน ภาครัฐมีอำนาจในการเข้าตรวจโรงงานได้อยู่แล้ว ในกรณีที่มีข้อสงสัยว่าโรงงานไม่ได้ดำเนินการอย่างถูกต้องตามกฎหมาย การรื้อฟื้นระบบการขออนุญาต จึงไม่จำเป็น และในทางกลับกันจะสร้าง “ความไม่แน่นอนทางธุรกิจ” อย่างมีนัยสำคัญ โดยเฉพาะเมื่อใบอนุญาตใกล้หมดอายุ อาจทำให้สถาบันการเงินและคู่ค้าอาจชะลอการพิจารณาเครดิตหรือการลงทุน อีกทั้งยังอาจเป็นช่องทางให้เกิดการทุจริตคอร์รัปชั่นได้ง่าย

  1. การเพิ่มประเภท “โรงงานควบคุมพิเศษ” ควรจำกัดเฉพาะโรงงานที่มีความเสี่ยงสูงเท่านั้น

กกร. ไม่ขัดข้องต่อแนวความคิดในการกำหนดมาตรการพิเศษที่เข้มงวดขึ้น เพื่อใช้บังคับกับโรงงานที่มีความเสี่ยงสูง แต่การใช้มาตรการดังกล่าว จะต้องจำกัดขอบเขตเฉพาะกับโรงงานควบคุมพิเศษประเภทที่เกี่ยวข้องกับของเสียอันตราย หรือที่มีความเสี่ยงเฉพาะด้านเท่านั้น หากเปิดกว้างให้เป็นดุลยพินิจของผู้บังคับใช้กฎหมายในการออกกฎกระทรวงหรือประกาศเพิ่มเติมตามความจำเป็น อาจจะส่งผลให้ในอนาคต โรงงานทั่วไปที่ไม่ได้สร้างปัญหา อาจจะต้องตกอยู่ภายใต้การควบคุมที่เข้มงวดจนเกินความจำเป็น ซึ่งเป็นอุปสรรคในการประกอบธุรกิจ

  1. การเพิ่มโทษอาญาต้องเป็นไปตามหลักการที่ชัดเจน

กกร. เห็นว่า การเพิ่มอัตราโทษหรือเปลี่ยนประเภทของโทษ โดยเฉพาะการเปลี่ยนโทษปรับเป็นโทษจำคุก ต้องมีข้อมูลเชิงประจักษ์รองรับว่าการบังคับโทษในปัจจุบันไม่สามารถแก้ปัญหาในปัจจุบันได้ และต้องอยู่บนหลักความได้สัดส่วน (Proportionality) และต้องใช้อย่างจำกัด เพื่อไม่ให้เป็นการละเมิดสิทธิขั้นพื้นฐานของผู้ประกอบการ การเพิ่มโทษโดยไม่มีข้อมูลรองรับ นอกจากจะละเมิดสิทธิขั้นพื้นฐานของผู้ประกอบการ ยังทำลายความเชื่อมั่นของนักลงทุนทั้งไทยและต่างประเทศ

  1. การเปิดให้ประชาชนเข้าสังเกตการณ์โรงงาน มีข้อกังวลด้านความขัดแย้งและการละเมิดความลับทางการค้า

กกร. สนับสนุนหลักการมีส่วนร่วมของประชาชน แต่การเปิดให้ประชาชนเข้าสังเกตการณ์ภายในโรงงานโดยตรงนั้นไม่เหมาะสมในทางปฏิบัติ เพราะอาจกระทบต่อความลับทางการค้าและข้อมูลทางธุรกิจ รวมถึงอาจเกิดความขัดแย้งระหว่างประชาชนกับผู้ประกอบการโดยไม่จำเป็น

กกร.เห็นว่า ควรให้ภาครัฐทำหน้าที่เป็นคนกลางในการตรวจสอบ และสื่อสารให้ข้อมูลกับประชาชนอย่างโปร่งใส อย่างไรก็ตาม หากจำเป็นต้องให้ประชาชนมีส่วนร่วม ควรกำหนดคุณสมบัติผู้เข้าสังเกตการณ์และมาตรการคุ้มครองข้อมูลความลับทางการค้าและข้อมูลทางธุรกิจอย่างรัดกุมและชัดเจน

  1. การให้โรงงานควบคุมพิเศษทำประกันภัย มีข้อกังวลด้านความพร้อมของตลาดประกันภัยในประเทศ

กกร. เห็นว่าตลาดประกันภัยในประเทศยังไม่พร้อมสำหรับการทำประกันในลักษณะนี้ ซึ่งส่งผลกระทบอย่างมีนัยสำคัญโดยเฉพาะกับ SMEs ที่ต้องซื้อประกันภัยจากต่างประเทศในราคาสูง ซึ่งจะเพิ่มภาระค่าใช้จ่ายและลดความสามารถในการแข่งขัน ภาครัฐจึงควรเร่งพัฒนาตลาดประกันภัยภายในประเทศให้มีความพร้อมก่อนเริ่มบังคับใช้

  1. การแก้ปัญหาควรมุ่งที่การบังคับใช้กฎหมาย ไม่ใช่เพิ่มภาระใหม่ให้ภาคธุรกิจ

กกร. ขอเรียนว่าโรงงานส่วนใหญ่ในประเทศเป็นโรงงานที่มีมาตรฐานการดำเนินงานและปฏิบัติตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด กกร. เห็นด้วยกับการดำเนินมาตรการกับโรงงานที่ฝ่าฝืนกฎหมายหรือก่อปัญหา แต่เห็นว่าไม่ควรกำหนดมาตรการใหม่ที่เป็นการเพิ่มภาระหรือสร้างอุปสรรคต่อโรงงานที่ปฏิบัติตามกฎหมายอยู่แล้ว

ปัญหาที่เกิดขึ้นจากโรงงาน ส่วนใหญ่ไม่ได้เกิดจากข้อบกพร่องของกฎหมาย แต่เกิดจากการบังคับกฎหมาย และการดำเนินการตามกลไกที่มีอยู่ยังไม่ครบถ้วน เช่น ระบบ Self-Declare ที่ยังไม่ถูกนำมาใช้ได้อย่างเต็มรูปแบบ ภาครัฐจึงควรมุ่งเน้นการพัฒนาระบบ Self-Declare ควบคู่กับการเพิ่มศักยภาพเจ้าหน้าที่ตรวจโรงงาน แทนที่จะเพิ่มขั้นตอนและภาระให้ภาคอุตสาหกรรม

กกร. ขอยืนยันว่าการปรับปรุงกฎหมายโรงงานควรยึดหลักความสมดุลระหว่างการกำกับดูแลกับการส่งเสริมความสามารถในการแข่งขันของประเทศ ไม่ใช่เพิ่มภาระให้ผู้ประกอบการภาครัฐและประชาชนโดยไม่จำเป็น และขอให้มีการจัดให้มีการรับฟังความคิดเห็นจากทุกภาคส่วนอย่างรอบด้าน และจัดทำการประเมินผลกระทบของกฎหมาย (RIA) โดยเฉพาะการวิเคราะห์ผลกระทบทางด้านเศรษฐศาสตร์ โดยการคำนวณต้นทุนและผลประโยชน์ (Cost and Benefit) อย่างจริงจัง เพื่อให้แน่ใจว่ากฎหมายใหม่นี้จะสามารถแก้ไขปัญหาได้ตรงจุด ไม่สร้างภาระเกินสมควร และไม่บั่นทอนความเชื่อมั่นในการลงทุนของประเทศเพื่อให้ประเทศไทยเดินหน้าได้อย่างมั่นคง ทั้งในมิติสิ่งแวดล้อม เศรษฐกิจ และความเชื่อมั่นของนักลงทุน

ในช่วงท้าย กกร. ได้กล่าวเรียกร้องให้มีการทบทวนกระบวนการออกกฎหมายอย่างรอบคอบ โดยเน้นย้ำว่า การออกกฎหมายใหม่ที่มีผลกระทบต่อเศรษฐกิจในวงกว้าง ควรยึดหลักความโปร่งใส เปิดรับฟังความคิดเห็นจากทุกภาคส่วน และจัดทำการประเมินผลกระทบของกฎหมาย (RIA) ตามหลักสากล เพื่อให้กฎหมายที่ประกาศใช้มีความสมดุลระหว่างการคุ้มครองแรงงาน สิ่งแวดล้อม และความสามารถในการแข่งขันของประเทศ