Skip to content

WHA Group กวาดรายได้ 12,079 ล้าน กำไร 3,787 ล้าน จ่อปิดดีลใหญ่อีก 1,000 ไร่

14 พ.ย. 2568 | 18:21น.
WHA Group กวาดรายได้ 12,079 ล้าน กำไร 3,787 ล้าน จ่อปิดดีลใหญ่อีก 1,000 ไร่

ดับบลิวเอชเอ คอร์ปอเรชั่น โชว์ 9 เดือนแรกปี 2568 รายได้ 11,987 ล้านบาท พุ่ง 20% กำไรแตะ 3,787 ล้านบาท รอปิดดีลเจรจาลูกค้าภาคอุตสาหกรรมรายใหญ่ รวมกลุ่ม Data Center 1,000 ไร่ พร้อมปักหมุดผู้นำศูนย์กลางภูมิภาคด้านดิจิทัลและเทคโนโลยีสมัยใหม่ ทั้งระบบสาธารณูปโภค ความมั่นคงด้านพลังงาน-พลังงานหมุนเวียน และเชี่ยวชาญศักยภาพด้านแรงงาน

นางสาวจรีพร จารุกรสกุล ประธานคณะกรรมการบริหาร และประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่ม บริษัท ดับบลิวเอชเอ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) WHA Group เปิดเผยว่า ผลการดำเนินงาน 9 เดือนแรกปี 2568 บริษัทมีรายได้รวมและส่วนแบ่งกำไรทั้งสิ้น 12,079 ล้านบาท มีกำไรสุทธิ 3,690 ล้านบาท โดยหากพิจารณาถึงผลประกอบการปกติ บริษัทมีรายได้รวมและส่วนแบ่งกำไรปกติ 11,987 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 20% และกำไรปกติ 3,787 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 14% (Y-Y) จากงวดเดียวกันของปีก่อน ขณะที่งวดไตรมาส 3/2568 มีรายได้รวมและส่วนแบ่งกำไรทั้งสิ้น 2,681 ล้านบาท ลดลง 16% และกำไรสุทธิ 634 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 38% เมื่อเทียบกับไตรมาสเดียวกันของปีก่อน โดยเป็นรายได้รวมและส่วนแบ่งกำไรปกติ 2,662 ล้านบาท และกำไรปกติ 638 ล้านบาท

นอกจากนี้ ที่ประชุมคณะกรรมการบริษัทมีมติอนุมัติการจ่ายเงินปันผลระหว่างกาลงวด 9 เดือน ปี 2568 ในอัตราหุ้นละ 0.0669 บาท ซึ่งจะขึ้นเครื่องหมาย XD ในวันที่ 27 พฤศจิกายนนี้ และกำหนดการจ่ายเงินปันผล ในวันที่ 12 ธันวาคม 2568 พร้อมกันนี้ บริษัทได้รับการจัดอันดับเครดิตองค์กรโดยทริสเรทติ้งที่ระดับ “A-” แนวโน้ม “คงที่” สะท้อนโครงสร้างรายได้ที่มั่นคงของบริษัท ตลอดจนความยืดหยุ่นและความแข็งแกร่งของสถานะทางการเงินใน 5 กลุ่มธุรกิจ ได้แก่ กลุ่มโลจิสติกส์ นิคมอุตสาหกรรม สาธารณูปโภค-พลังงาน ดิจิทัล และโมบิลิตี้

ผลการดำเนินงานที่เติบโตอย่างโดดเด่นของกลุ่มบริษัทจากกลยุทธ์การขับเคลื่อนองค์กรผ่าน 5 กลุ่มธุรกิจ ประกอบด้วย ธุรกิจโลจิสติกส์ ซึ่งมีการลงนามสัญญาเช่าโครงการ Built-to-Suit และโรงงาน/คลังสินค้าสำเร็จรูปเพิ่มรวม 154,012 ตร.ม. เป็นมูลค่าสัญญารวม 1,739 ล้านบาท และมีสัญญาเช่าระยะสั้นที่ให้ผลตอบแทนสูงจำนวน 73,407 ตร.ม.

และล่าสุดบริษัทอยู่ระหว่างขั้นตอนการเข้าเซ็นสัญญากับลูกค้ารายใหญ่อีกหลายราย อาทิ กลุ่มผู้ให้บริการด้านโลจิสติกส์ ผู้ผลิต/จำหน่ายสินค้าอุปโภคบริโภค รวมถึงผู้ให้บริการด้านสุขภาพ โดยมีพื้นที่รวมกันกว่า 44,000 ตร.ม. และมูลค่าสัญญากว่า 1,400 ล้านบาท ซึ่งคาดว่าจะสามารถทยอยเซ็นสัญญาได้ภายในสิ้นปีนี้

ธุรกิจนิคมอุตสาหกรรม มียอดขายที่ดินรวมจำนวน 1,258 ไร่ ยอด MOU ที่อยู่ในระดับสูงจำนวน 1,806 ไร่ และยอดการโอนที่ดิน 1,363 ไร่ ธุรกิจนิคมอุตสาหกรรมในภาพรวมยังคงได้รับปัจจัยบวกจากกระแสการย้ายฐานการลงทุน/การผลิต (Relocation) มายังภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ทั้งนี้ ในไตรมาส 3 ปี 2568 บริษัทมียอดขายที่ดินจำนวน 154 ไร่ ยอดการโอนที่ดิน 220 ไร่ และ ณ สิ้นไตรมาส บริษัทมียอดขายที่รอการโอนกรรมสิทธิ์ (Backlog) ให้กับลูกค้าถึง 1,400 ไร่

นอกจากนี้ บริษัทอยู่ระหว่างการเจรจากับลูกค้าชั้นนำจากภาคอุตสาหกรรมต่าง ๆ อย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ลูกค้ากลุ่ม Data Center ที่มีความต้องการใช้พื้นที่ดินระดับ 1,000 ไร่

ธุรกิจสาธารณูปโภค (น้ำ) : มียอดขายและบริหารน้ำทั้งในประเทศและต่างประเทศรวม 40.4 ล้านลูกบาศก์เมตร และ 120.7 ล้านลูกบาศก์เมตร ธุรกิจไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์มีจำนวนเซ็นสัญญาเพิ่มจำนวน 10 สัญญา กำลังการผลิตรวมประมาณ 6 เมกะวัตต์ ส่งผลให้ ณ สิ้นไตรมาส 3 ปี 2568 มีจำนวนเซ็นสัญญาโครงการ Private PPA สะสมจำนวน 322 เมกะวัตต์ และมีกำลังการผลิตไฟฟ้ารวมตามสัดส่วนการถือหุ้นอยู่ที่ 998 เมกะวัตต์

ธุรกิจดิจิทัล เดินหน้ายกระดับไปสู่การเป็นองค์กรที่ขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยี (Technology-driven Organization) จากการส่งเสริมวัฒนธรรมองค์กรในด้านนวัตกรรมดิจิทัลอย่างต่อเนื่อง และการทำโครงการ Digital Transformation ในทุกมิติ พร้อมหาโอกาสทางธุรกิจใหม่ ๆ อาทิ การพัฒนา Mobilix Software Solution ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มสำหรับจัดการยานพาหนะไฟฟ้าและแบตเตอรี่ เพื่อสนับสนุนธุรกิจโมบิลิตี้

ธุรกิจโมบิลิตี้ สิ้นไตรมาส 3 ปี 2568 มียอดการให้บริการเช่ารถยนต์ไฟฟ้าสะสมรวม 377 คัน ทั้งนี้ บริษัทมุ่งผลักดันธุรกิจโมบิลิตี้ Built-to-Suit EV Ecosystem of Logistics ที่ครอบคลุมทั้งระบบนิเวศยานยนต์ไฟฟ้าและการให้บริการอย่างครบวงจรรายแรกในประเทศไทย ภายใต้แบรนด์ Mobilix

ความมุ่งมั่นในการดำเนินธุรกิจ สะท้อนถึงรางวัลความสำเร็จ อาทิ รางวัล ASEAN CG Scorecard ติดอันดับ Top 50 ครั้งแรก แสดงถึงความสำเร็จด้านธรรมาภิบาลระดับอาเซียน พร้อมกันนี้ ยังได้รับการประเมินตามโครงการสำรวจการกำกับดูแลกิจการบริษัทจดทะเบียนไทยประจำปี 2568 (CGR) ระดับ “ดีเลิศ (Excellent)” หรือ “5 ดาว” ต่อเนื่อง 8 ปีซ้อน รวมถึงยังได้รับรางวัล EIA Monitoring Awards 2025 ระดับดีเด่น ชู 5 ภารกิจหลัก ภายใต้กรอบการดำเนินงานด้านความยั่งยืนเพื่อมุ่งหน้าไปสู่เป้าหมาย Net Zero ภายในปี 2593 ตามพันธกิจ “WHA : WE SHAPE THE FUTURE”

แท็กที่เกี่ยวข้อง

WHA Group กำไร