คิงส์เกตฯประกาศอย่างเป็นทางการ “ยุติข้อพิพาท” กับรัฐบาลไทย หลังขึ้นศาลอนุญาโตตุลาการยาวนานกว่า 8 ปี กรณีพิพาทโดน ม.44 สั่งปิดเหมืองยุค คสช.
เมื่อวันที่ 27 พฤศจิกายน 2568 เว็บไซต์ของบริษัท คิงส์เกต คอนโซลิเดเต็ด ลิมิเต็ด (Kingsgate Consolidated Limited) ได้เผยแพร่ประกาศยุติการดำเนินคดีต่อศาลระหว่างประเทศ TAFTA กรณีที่บริษัทได้ยื่นฟ้องต่อราชอาณาจักรไทย โดยเป็นความยินยอมร่วมกัน
ทั้งนี้ บริษัท คิงส์เกต คอนโซลิเดเต็ด ลิมิเต็ด (Kingsgate Consolidated Limited) เป็นบริษัทแม่ของบริษัท อัครา รีซอร์สเซส จำกัด (มหาชน) ผู้ประกอบกิจการเหมืองทองอัครา ซึ่งดำเนินธุรกิจในประเทศไทยมาอย่างยาวนาน โดยคิงส์เกตฯมีข้อพิพาทกับรัฐบาลไทย โดยรัฐบาลไทยได้ใช้อำนาจตาม ม.44 สั่งปิดเหมืองทองอัคราเมื่อปี 2560
คิงส์เกตฯระบุเพิ่มเติมว่า นี่ถือเป็นก้าวสำคัญของบริษัทและถือเป็นการประกาศถึงความสัมพันธ์อันเป็นมิตร และความร่วมมือครั้งใหม่ระหว่างบริษัทและราชอาณาจักรไทย ซึ่งจะเป็นประโยชน์ไม่เพียงแต่ต่อบริษัทเท่านั้น แต่ยังรวมถึงรัฐบาลไทย ประชาชนชาวไทย และชุมชนท้องถิ่นโดยรอบเหมืองด้วย
ทั้งนี้ ความเป็นมาของคดีอนุญาโตตุลาการ TAFTA เป็นที่ถกเถียงกันมาอย่างยาวนาน นับตั้งแต่ช่วงแรกของการเจรจาระหว่างคู่กรณี เป็นที่ประจักษ์ว่า รัฐบาลไทยไม่พร้อมที่จะจ่ายค่าชดเชยใด ๆ แต่ด้วยความพยายาม ทำให้บริษัทสามารถกลับมาดำเนินกิจการเหมืองแร่ได้อีกครั้ง ดังนั้น เพื่อประโยชน์ของบริษัท คณะกรรมการได้ตัดสินใจยุติการอนุญาโตตุลาการ เราเชื่อว่าการตัดสินใจครั้งนี้ควรเป็นจุดเริ่มต้นของยุคใหม่แห่งความร่วมมือและผลประโยชน์ต่อบริษัท และผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทุกคน
“การดำเนินงานของเหมืองเป็นไปด้วยดี โดยนับตั้งแต่เดือนมีนาคม 2566 ที่บริษัทสามารถกลับมาผลิตได้อีกครั้ง สามารถผลิตทองคำได้มากกว่า 150,000 ออนซ์ และเงินเกือบ 1,500,000 ออนซ์ นอกจากนี้ หนึ่งในประเด็นสำคัญที่สุดของปี คือ ผลการสำรวจพื้นที่ South East Complex มีปัจจัยบ่งชี้ถึงความเป็นไปได้สูงที่จะค้นพบแหล่งแร่ใหม่ สอดคล้องกับการคาดหวังของบริษัท ที่เชื่อว่าจะพบแหล่งทองคำประมาณ 500,000 ออนซ์จากการขุดเจาะในวงจำกัด และเชื่อว่า ปริมาณทองคำจะเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ ในอนาคต คาดว่าจะมีการผลิตต่อเนื่อง 9-10 ปีจากสัญญาเช่าทำเหมืองในปัจจุบัน ยืนยันถึงศักยภาพในการเติบโตที่แข็งแกร่งของบริษัท”
คิงส์เกตฯได้รับสัมปทานจากรัฐบาลไทย ภายใต้ข้อตกลงการค้าเสรีไทย-ออสเตรเลีย (TAFTA) ในการเข้ามาลงทุนทำเหมืองทองคำในประเทศไทย เมื่อปี 2536 ต่อมารัฐบาลไทยสมัย พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นนายกรัฐมนตรี ได้ใช้คำสั่ง คสช. มาตรา 44 ปิดเหมืองทองคำเมื่อปี 2560 ด้วยเหตุที่ว่า มีการรั่วซึ่มของสารไซยาไนด์ในบ่อเก็บกากแร่ที่ 1 ก่อให้เกิดผลกระทบต่อชุมชนและประชาชนรอบเหมือง ทั้งด้านสุขภาพและสิ่งแวดล้อม
ในขณะที่คิงส์เกตฯได้ดำเนินการยื่นฟ้องรัฐบาลไทยต่ออนุญาโตตุลาการระหว่างประเทศโดยทันที ซึ่งตลอดที่เกิดข้อพิพาท แม้จะกำหนดวันตัดสินไว้ แต่ทุกครั้งจะมีการเลื่อนคำชี้ขาดออกไป ด้วยเหตุที่ทั้ง 2 ฝ่าย “ยังคงต้องการเจรจากัน”
นายอดิทัต วะสีนนท์ อธิบดีกรมอุตสาหกรรมพื้นฐานและการเหมืองแร่ (กพร.) เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า ขณะนี้คิงส์เกตฯและรัฐบาลไทยได้ยุติข้อพิพาทร่วมกันแล้ว ตามที่ทั้งสองฝ่ายได้พยายามเจรจากันมาโดยตลอด