ราคาน้ำมันดิบปรับเพิ่ม ท่ามกลางความตึงเครียดระหว่างสหรัฐ-อิหร่าน
ราคาน้ำมัน
ราคาน้ำมันดิบเวสต์เทกซัสและเบรนต์ปรับเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง ท่ามกลางความตึงเครียดระหว่างสหรัฐและอิหร่าน
หน่วยวิเคราะห์สถานการณ์ราคาน้ำมัน บมจ.ไทยออยล์ ระบุว่าปัจจัยที่ส่งผลกระทบกับราคามีดังนี้ ราคาน้ำมันดิบเวสต์เทกซัสและเบรนต์ปรับเพิ่มขึ้น แตะระดับสูงสุดนับตั้งแต่ปลายเดือน ก.ย. 68 หลังประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐเรียกร้องให้อิหร่านกลับเข้าสู่โต๊ะเจรจาและทำข้อตกลงเกี่ยวกับอาวุธนิวเคลียร์ มิฉะนั้นการโจมตีครั้งต่อไปของสหรัฐอาจรุนแรงยิ่งกว่าเดิม พร้อมเน้นย้ำว่ากองเรือรบขนาดใหญ่มุ่งหน้าสู่ตะวันออกกลางเรียบร้อยแล้ว ขณะที่อิหร่านระบุว่าหากเกิดเหตุการณ์ดังกล่าวอิหร่านจะตอบโต้เต็มกำลัง
โดยราคาน้ำมันดิบเวสต์เทกซัสซื้อขายเมื่อ 28 ม.ค. 2569 อยู่ที่ 63.21 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล เพิ่มขึ้น +0.82 เหรียญสหรัฐ และราคาน้ำมันดิบเบรนต์อยู่ที่ 68.40 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล เพิ่มขึ้น +0.83 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล
ราคาน้ำมันดิบได้รับแรงหนุนจากการอ่อนค่าของสกุลเงินดอลลาร์ หลังดัชนีค่าเงินดอลลาร์ร่วงลงแตะระดับต่ำสุดในรอบเกือบ 4 ปี ส่งผลให้สัญญาน้ำมันดิบที่กำหนดราคาด้วยสกุลเงินนี้มีราคาถูกลงสำหรับผู้ซื้อที่ถือครองสกุลเงินอื่น ๆ
สำนักงานสารสนเทศด้านพลังงานสหรัฐ (EIA) เปิดเผยตัวเลขน้ำมันดิบคงคลังสหรัฐประจำสัปดาห์สิ้นสุด ณ วันที่ 23 ม.ค. 69 ปรับลดลง 2.3 ล้านบาร์เรล สู่ระดับ 423.8 ล้านบาร์เรล ซึ่งสวนทางกับที่นักวิเคราะห์คาดไว้ว่าจะปรับเพิ่มขึ้น 1.8 ล้านบาร์เรล
ธนาคารกลางสหรัฐ (Federal Reserve) มีมติคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ระดับ 3.5-3.75% ในการประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐ (FOMC) เมื่อวันที่ 28 ม.ค.ที่ผ่านมา โดยให้เหตุผลว่ายังมีแรงกดดันเงินเฟ้อในระดับสูง ควบคู่กับการเติบโตทางเศรษฐกิจและตลาดแรงงานที่เริ่มทรงตัว
ตลาดจับตาการประชุมของกลุ่มโอเปกพลัส ในวันที่ 1 ก.พ. 69 เพื่อพิจารณานโยบายการผลิตน้ำมัน หลังก่อนหน้านี้ มีมติชะลอปรับเพิ่มกำลังการผลิตในไตรมาสที่ 1/2569 เนื่องจากความกังวลภาวะอุปทานล้นตลาดและอุปสงค์ที่ชะลอตัวตามฤดูกาล
