กองทุนน้ำมันฯล่าสุด ติดลบ 59,007 ล้าน ชดเชยดีเซลลดเหลือวันละ 1,220 ล้าน
กระทรวงพลังงานรายงานสถานการณ์ด้านพลังงานของประเทศไทยและต่างประเทศ ปริมาณสำรองและปริมาณการจำหน่ายน้ำมันกลุ่มดีเซล ฐานะกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง ประจำวันที่ 9 เมษายน 2569
1.สถานการณ์พลังงานโลกและปัจจัยที่ส่งผลกระทบต่อราคา
- หลังจากมีข่าวการบรรลุข้อตกลงหยุดยิง 2 สัปดาห์ระหว่างสหรัฐและอิหร่าน ทำให้ราคาน้ำมันโลกปรับตัวลงทันที เนื่องจากคาดการณ์ว่าช่องแคบจะเปิดใช้งานได้ตามปกติ แต่ล่าสุดในวันนี้ (9 เมษายน) กองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิสลามของอิหร่าน (IRGC) ได้ประกาศระงับการเดินเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซอีกรอบ โดยอ้างว่าอิสราเอลละเมิดข้อตกลงด้วยการโจมตีเลบานอนครั้งใหญ่ ทำให้อิหร่านต้องกลับมาควบคุมเส้นทางเดินเรืออย่างเข้มงวดและแจ้งเตือนเรือทุกลำให้หยุดการสัญจรทันที
หากฝ่าฝืนอาจถูกโจมตี ส่งผลให้เรือบรรทุกน้ำมันและสินค้าจำนวนมาก (ประมาณ 800-2,000 ลำ) ยังคงติดค้างอยู่บริเวณอ่าวเปอร์เซียและทะเลโอมาน แม้จะมีความพยายามทดสอบเส้นทางเดินเรือสำรองหรือการอนุญาตให้เรือบางสัญชาติ (เช่น จีน) ผ่านไปได้บ้าง
แต่ในภาพรวมเส้นทางหลักยังถือว่าถูกปิดกั้นและมีความเสี่ยงสูงมาก สถานการณ์นี้ส่งผลให้ราคาน้ำมันในตลาดโลกเริ่มกลับมามีความผันผวนและเผชิญแรงกดดันด้านราคาอีกครั้ง
ทั้งนี้ ในส่วนของประเทศไทย เนื่องจากประเทศไทยนำเข้าน้ำมันดิบจากตะวันออกกลางถึงร้อยละ 52 ทำให้ราคาน้ำมันดิบของประเทศจึงถูกอิงกับราคาน้ำมันดิบที่สะท้อนกับตลาดเอเซียที่อิงน้ำมันจากตะวันออกกลางเป็นหลัก เช่น น้ำมันดิบดูไบ ซึ่งมีความเคลื่อนไหวต่างจากตลาด WTI หรือ Brent ที่มักปรากฏในข่าวต่างประเทศอย่างชัดเจน
ประกอบกับภาวะสงครามได้เพิ่มภาระค่าใช้จ่ายแฝงอย่าง Crude Premium และ War Risk Premium เช่น ค่าประกันภัย และค่าขนส่งที่พุ่งสูงขึ้น จนกลายเป็นต้นทุนส่วนเพิ่มที่อยู่นอกเหนือจากราคาน้ำมันดิบที่มีการซื้อขายปกติในภาวะทั่วไป ส่งผลให้ต้นทุนน้ำมันดิบอยู่ในระดับที่สูงกว่าราคาที่ตลาดประกาศ แม้ราคาในบางตลาดจะเริ่มปรับตัวลดลงบ้างแล้วก็ตาม
ทั้งนี้ กระทรวงพลังงานอยู่ระหว่างการตรวจสอบข้อมูลจากกลุ่มโรงกลั่นเพื่อนำมาปรับปรุงโครงสร้างราคาให้สะท้อนข้อเท็จจริงในปัจจุบัน เพื่อให้มั่นใจว่าราคาน้ำมันมีความเป็นธรรมและสอดคล้องกับต้นทุนการนำเข้าที่เกิดขึ้นจริง รวมถึงช่วยให้ราคาพลังงานในประเทศมีความโปร่งใสและน่าเชื่อถือ ท่ามกลางสถานการณ์โลกที่ผันผวน
2.ปริมาณน้ำมันสำรองภายในประเทศ และการผลิตและจำหน่ายน้ำมันกลุ่มดีเซล
- ปริมาณน้ำมันสำรองภายในประเทศ อ้างอิงข้อมูล ณ วันที่ 9 เมษายน 2569 ประเทศไทยมีน้ำมันเพียงพอกับความต้องการใช้ประมาณ 109 วัน โดยเป็นน้ำมันสำรองตามกฎหมาย 25 วัน น้ำมันสำรองเพื่อการค้า 22 วัน น้ำมันที่อยู่ระหว่างการขนส่ง 31 วัน และน้ำมันที่ได้รับการยืนยันในการจัดหาแล้ว 31 วัน
- การผลิตและจำหน่ายน้ำมันกลุ่มดีเซล อ้างอิงข้อมูล ณ วันที่ 7 เมษายน 2569 สามารถผลิตน้ำมันดีเซลได้ 83.37 ล้านลิตร และจำหน่าย 68.69 ล้านลิตร
3.ราคาขายปลีกน้ำมันภายในประเทศ ต่างประเทศ และฐานะกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง
- อ้างอิงราคาจาก ปตท. ราคาน้ำมันดีเซล (B7) 48.40 บาท น้ำมันดีเซล (B20) 43.40 บาท น้ำมันเบนซิน (E20) 38.95 บาท น้ำมันแก๊สโซฮอล์ (95) 43.95 บาท น้ำมันแก๊สโซฮอล์ (91) 43.58 บาท
- เทียบราคาน้ำมันขายปลีกของไทยกับประเทศอาเซียน โดยราคาน้ำมันเบนซินของไทยเฉลี่ยอยู่ที่ 43.95 บาท ขณะที่ฟิลิปปินส์ กัมพูชา สปป.ลาว เมียนมา สิงคโปร์ อยู่ที่ 52.47-87.31 บาทต่อลิตร ส่วนราคาน้ำมันดีเซลของไทยอยู่ที่ 48.40 บาทต่อลิตร ขณะที่เวียดนาม มาเลเซีย กัมพูชา ลาว ฟิลิปปินส์ เมียนมา สิงคโปร์ อยู่ที่ 55.28-118.10 บาทต่อลิตร (วันนี้ มาเลเซียปรับราคาดีเซลขึ้น 5.44 บาท)
- ประมาณการฐานะกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง ณ วันที่ 9 เมษายน 2569 ติดลบ 59,007 ล้านบาท โดยมีการชดเชยน้ำมันดีเซลวันละประมาณ 1,220.61 ล้านบาท