เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
‘ตั๋วร่วมรถไฟฟ้า’ รอปี’71 รัฐอัด 5.8 พันล้านลุยค่าโดยสาร 17-45 บาท
Real Estate ‘ตั๋วร่วมรถไฟฟ้า’ รอปี’71 รัฐอัด 5.8 พันล้านลุยค่าโดยสาร 17-45 บาท
นักท่องเที่ยวลองฮอลโตแกร่ง ททท.ชี้บุ๊กกิ้งล่วงหน้าพุ่งยาวยันไตรมาสแรก/70
Business นักท่องเที่ยวลองฮอลโตแกร่ง ททท.ชี้บุ๊กกิ้งล่วงหน้าพุ่งยาวยันไตรมาสแรก/70
เปิดตัวหลานเจ้าสัว ทายาทรุ่น 3 ‘เทมส์-โรจนะ สิริวัฒนภักดี’ เยาวชนคนดังในงานประชุม IMF
Biz Movement เปิดตัวหลานเจ้าสัว ทายาทรุ่น 3 ‘เทมส์-โรจนะ สิริวัฒนภักดี’ เยาวชนคนดังในงานประชุม IMF
ศึก ‘อุเทนฯ-ปทุมวัน’แค่ใช้กฎหมายก็จบ
สามัญสำนึก ศึก ‘อุเทนฯ-ปทุมวัน’แค่ใช้กฎหมายก็จบ
‘เอกนิติ’ ทบทวนแผนการคลัง ขาดดุลลดเร็ว-รายได้เข้าเป้า
Finance ‘เอกนิติ’ ทบทวนแผนการคลัง ขาดดุลลดเร็ว-รายได้เข้าเป้า
‘วิกฤตหนี้’ ฝรั่งเศส ส่อเค้า ‘ลาม’ ทั่วยุโรปหรือไม่
World ‘วิกฤตหนี้’ ฝรั่งเศส ส่อเค้า ‘ลาม’ ทั่วยุโรปหรือไม่
สีหศักดิ์ ปิดจ็อบเยือนยุโรป 3 ประเทศ ได้แรงหนุนคาด FTA ไทย-อียู สรุปจบปีนี้
World สีหศักดิ์ ปิดจ็อบเยือนยุโรป 3 ประเทศ ได้แรงหนุนคาด FTA ไทย-อียู สรุปจบปีนี้
อนุทิน มั่นใจไทยรอดวิกฤตตะวันออกกลาง ไม่ขาดแคลนน้ำมัน-มีเพียงราคาอิงตลาดโลก
Politics อนุทิน มั่นใจไทยรอดวิกฤตตะวันออกกลาง ไม่ขาดแคลนน้ำมัน-มีเพียงราคาอิงตลาดโลก
อนุทิน มั่นใจ GDP ปีนี้โตเกิน 2.1% ได้ลงทุน-ส่งออก-จ้างงานหนุน 
Politics อนุทิน มั่นใจ GDP ปีนี้โตเกิน 2.1% ได้ลงทุน-ส่งออก-จ้างงานหนุน 
อนุทิน ไม่ปิดประตูพรรคที่ 3 หากประเทศ-ประชาชนได้ประโยชน์ ยันไร้คลื่นใต้น้ำ ครม.
Politics อนุทิน ไม่ปิดประตูพรรคที่ 3 หากประเทศ-ประชาชนได้ประโยชน์ ยันไร้คลื่นใต้น้ำ ครม.
ดูทั้งหมด

SAAB หนุนไทยฮับยุทโธปกรณ์ หาพาร์ตเนอร์ผลิตชิ้นส่วน‘กริพเพน’

17 พ.ค. 2569 | 14:05น.
เฟรดริก ลินด์บลูม

SAAB ส่งสัญญาณขยายการลงทุนไทย เล็งเป็นฐานยุทธศาสตร์ในเอเชียแปซิฟิก หลังดีลซื้อเครื่องบินขับไล่กริพเพนกับกองทัพไทยสำเร็จ ประกาศหาพันธมิตรไทยลงทุนผลิตชิ้นส่วน พร้อมตั้งศูนย์ R&D ถ่ายทอดเทคโนโลยีและพัฒนาบุคลากร และพัฒนาระบบเรดาร์สกัดโดรน โปรยยาหอมดันไทยเป็นศูนย์กลางเทคโนโลยีความมั่นคงในภูมิภาคนี้

นายเฟรดริก ลินด์บลูม รองประธานและผู้จัดการประจำประเทศไทย บริษัท ซาบ ประเทศไทย (SAAB) เปิดเผยว่า ภายหลังจากกองทัพอากาศไทยตัดสินใจจัดหาเครื่องบินขับไล่โจมตี Gripen E/F รุ่นใหม่ ระยะที่ 1 จำนวน 4 ลำ มูลค่าโครงการประมาณ 19,500 ล้านบาท ล่าสุด Saab ซึ่งเป็นผู้ผลิตเครื่องบินรบ Gripen จากประเทศสวีเดน มีความชัดเจนถึงการขยายการลงทุนในประเทศไทย ภายใต้แนวทาง Offset Policy หรือนโยบายชดเชยการนำเข้า ที่มุ่งให้ไทยได้รับประโยชน์มากกว่าการจัดซื้ออาวุธเพียงอย่างเดียว เป้าหมายสำคัญในประเทศไทยไม่ได้จำกัดเฉพาะการส่งมอบเครื่องบินตามสัญญาเท่านั้น แต่ยังรวมถึงการสร้างความร่วมมือทางอุตสาหกรรมระยะยาว ผ่านการลงทุนผลิตชิ้นส่วนบางส่วนของเครื่องบิน Gripen ภายในประเทศ แม้ยังไม่มีแผนตั้งสายการผลิตเครื่องบินเต็มรูปแบบในไทยก็ตาม

แนวทางหลักของซาบ คือ การร่วมมือกับผู้ประกอบการไทยที่มีศักยภาพในรูปแบบ OEM มากกว่าการสร้างโรงงานใหม่ทั้งหมด โดยขณะนี้บริษัทอยู่ระหว่างสำรวจอุตสาหกรรมในประเทศ เพื่อค้นหาพันธมิตรที่เหมาะสมสำหรับรองรับการผลิตชิ้นส่วน ระบบอิเล็กทรอนิกส์ และเทคโนโลยีด้านการบินและป้องกันประเทศในอนาคต แผนการลงทุนครั้งนี้เพราะประเทศไทยเป็นหนึ่งในฐานยุทธศาสตร์สำคัญของซาบในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก โดยเฉพาะในช่วงที่หลายประเทศทั่วโลกเร่งเพิ่มงบประมาณด้านความมั่นคง ท่ามกลางสถานการณ์ความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ที่ทวีความรุนแรงมากขึ้น

นอกจากการผลิตชิ้นส่วนแล้วซาบยังมีแนวคิดจัดตั้งศูนย์วิจัยและพัฒนา หรือ R&D Center ในประเทศไทย ภายใต้โครงการ Offset ของ Gripen เฟสใหม่ เพื่อยกระดับอุตสาหกรรมป้องกันประเทศไทยในระยะยาว รวมถึงผลักดันการถ่ายทอดเทคโนโลยี และการพัฒนาบุคลากรไทยทั้งทางตรงและทางอ้อม ซึ่งการพัฒนาบุคลากรถือเป็นหัวใจสำคัญของความร่วมมือ โดยในส่วนของกองทัพจะมีการฝึกอบรมเชิงเทคนิคและการปฏิบัติการ ขณะที่ภาคการศึกษาจะได้รับการสนับสนุนเพื่อสร้างบุคลากรรองรับอุตสาหกรรมเทคโนโลยีขั้นสูงในอนาคต

อีกหนึ่งเป้าหมายสำคัญ คือ การผลักดันระบบสงครามเครือข่าย หรือ Network Centric Warfare ซึ่งเป็นเทคโนโลยีหลักของสงครามยุคใหม่ ที่เชื่อมโยงข้อมูลจากทุกหน่วยเข้าด้วยกันแบบเรียลไทม์ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการตัดสินใจและการปฏิบัติการ

สำหรับประเทศไทยซึ่งมีรากฐานที่แข็งแกร่งด้านระบบเฝ้าระวังทางอากาศ ระบบบัญชาการและควบคุม รวมถึงระบบเชื่อมโยงข้อมูลยุทธวิธีอยู่แล้ว โดยเฉพาะระบบ Link TH หรือ Data Link ที่พัฒนาโดยคนไทย ซึ่งเป็นโครงสร้างพื้นฐานสำคัญในการต่อยอดสู่ระบบการรบแบบเครือข่ายเต็มรูปแบบในอนาคต บริษัทจึงต้องการต่อยอดศักยภาพดังกล่าวผ่านโซลูชั่นที่มีความยืดหยุ่น และสามารถเชื่อมโยงการทำงานระหว่างเหล่าทัพได้อย่างสมบูรณ์ ทั้งกองทัพอากาศ กองทัพเรือ และหน่วยงานด้านความมั่นคงอื่น ๆ

นอกจากเครื่องบินขับไล่ซาบยังมองโอกาสขยายธุรกิจในไทยไปสู่ระบบค้นหาและติดตามเป้าหมายทางอากาศ ระบบเรดาร์ ระบบบัญชาการควบคุม รวมถึงระบบต่อต้านอากาศยานไร้คนขับ หรือ Counter-UAV ซึ่งกำลังกลายเป็นเทคโนโลยีสำคัญของสนามรบยุคใหม่ เพราะบริษัทประเมินว่าภัยคุกคามจากโดรนกำลังเปลี่ยนรูปแบบสงครามทั่วโลก เนื่องจากโดรนรุ่นใหม่สามารถบินได้ทั้งระดับสูงและต่ำ เคลื่อนที่ได้รวดเร็ว และหลายประเภทมีขนาดเล็กจนตรวจจับได้ยาก ส่งผลให้แนวคิดด้านการป้องกันภัยทางอากาศต้องเปลี่ยนไป ซาบจึงผลักดันแนวคิดการป้องกันหลายชั้น หรือ Multi-layered Defense ซึ่งเป็นการบูรณาการระบบตรวจจับ การเฝ้าระวัง และการตอบสนองภัยคุกคามเข้าด้วยกันแบบครบวงจร โดยใช้ทั้งเรดาร์ ระบบตรวจจับด้วยแสง และระบบบัญชาการควบคุม เพื่อสร้างภาพรวมสถานการณ์ที่แม่นยำแบบเรียลไทม์ เทคโนโลยีดังกล่าวผ่านการใช้งานจริงในยุโรปแล้ว และบริษัทมองว่าไทยมีศักยภาพที่จะพัฒนาไปสู่ศูนย์กลางด้านเทคโนโลยีความมั่นคงของภูมิภาคได้ในอนาคต

ปัจจุบันซาบดำเนินธุรกิจในประเทศไทยมานานกว่า 40 ปี และมีลูกค้ากว่า 100 ประเทศทั่วโลก โดยในปี 2568 บริษัทมียอดขายรวมทั่วโลกประมาณ 79,000 ล้านโครนสวีเดน หรือราว 275,000 ล้านบาท มีพนักงานประมาณ 28,000 คน และมีผลิตภัณฑ์มากกว่า 525 รายการ ครอบคลุมตั้งแต่ระบบเฝ้าระวังทางอากาศ ระบบเรดาร์ อาวุธภาคพื้นดิน ระบบป้องกันภัยทางอากาศ ขีปนาวุธต่อต้านเรือรบ ระบบพรางตัว ระบบฝึกจำลองสถานการณ์ ไปจนถึงเทคโนโลยีทางเรือและเรือดำน้ำ

อย่างไรก็ตามแม้ว่าตลาดเอเชียจะมีสัดส่วนรายได้เพียงประมาณ 7% ของบริษัท แต่ซาบยอมรับว่าเอเชียแปซิฟิกเป็นภูมิภาคที่มีศักยภาพเติบโตสูงที่สุดแห่งหนึ่งของโลก โดยเฉพาะในช่วงที่หลายประเทศกำลังเร่งพัฒนาเทคโนโลยีด้านความมั่นคงและอุตสาหกรรมป้องกันประเทศของตนเอง บริษัทจึงจัดสรรงบประมาณถึง 16% ของรายได้ทั้งหมดให้กับการวิจัยและพัฒนา เพื่อรองรับการเปลี่ยนแปลงของสงครามยุคใหม่ และตอบสนองต่อความต้องการด้านความมั่นคงที่เพิ่มขึ้นทั่วโลก

สำหรับประเทศไทยการเข้ามาของซาบครั้งนี้ไม่ได้หมายถึงเพียงการซื้อขายอาวุธ แต่ซาบต้องการเปลี่ยนผ่านเพื่ออุตสาหกรรมป้องกันที่เป็นอุตสาหกรรมเป้าหมายของรัฐบาล จากผู้ซื้อเทคโนโลยีไปสู่การมีส่วนร่วมในห่วงโซ่อุตสาหกรรมระดับโลก ทั้งด้านการผลิต การวิจัย และการพัฒนาเทคโนโลยีขั้นสูง ซึ่งจะกลายเป็นจุดเริ่มต้นสำคัญของการยกระดับไทยสู่ฐานอุตสาหกรรมการบินและป้องกันประเทศแห่งใหม่ของภูมิภาคในอนาคต

แท็กที่เกี่ยวข้อง

ยุทโธปกรณ์ ลงทุนไทย