เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
เปิดพิกัดบึง-สระ ทำหน้าที่ “แก้มลิง” รองรับน้ำท่วมกรุงเทพฯ
Economic เปิดพิกัดบึง-สระ ทำหน้าที่ “แก้มลิง” รองรับน้ำท่วมกรุงเทพฯ
ลำพูน พื้นที่แรกใช้ ‘ประกันภัยพิบัติฯ’ หลังน้ำป่าท่วม 4 หมู่บ้าน
Politics ลำพูน พื้นที่แรกใช้ ‘ประกันภัยพิบัติฯ’ หลังน้ำป่าท่วม 4 หมู่บ้าน
กองทุนน้ำมัน ติดลบแสนล้าน ยังไม่กู้ ลุ้นลดภาษีสรรพสามิตช่วยพยุง
Economic กองทุนน้ำมัน ติดลบแสนล้าน ยังไม่กู้ ลุ้นลดภาษีสรรพสามิตช่วยพยุง
ครม.ไฟเขียวมาตรการภาษีหนุน MICE หักรายจ่าย 2 เท่า คาดสร้างงาน 3.5 แสนตำแหน่ง
Economic ครม.ไฟเขียวมาตรการภาษีหนุน MICE หักรายจ่าย 2 เท่า คาดสร้างงาน 3.5 แสนตำแหน่ง
ราคาทองวันนี้ (7 ต.ค. 69) ปรับลง 150 บาท รูปพรรณบาทละ 66,750 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (7 ต.ค. 69) ปรับลง 150 บาท รูปพรรณบาทละ 66,750 บาท
รำลึก 100 ปี ‘ศ.สังเวียน’ สมคิด ปลุกตลาดทุนไทย ดึงหุ้นอนาคต-รักษา ‘Trust’
Finance รำลึก 100 ปี ‘ศ.สังเวียน’ สมคิด ปลุกตลาดทุนไทย ดึงหุ้นอนาคต-รักษา ‘Trust’
“ชัชชาติ” แจง “แก้มลิงคู้บอน-บางชัน” พิจารณาตามหลักวิชาการ ยันยกเลิกก่อนเป็นผู้ว่าฯ กทม.
Economic “ชัชชาติ” แจง “แก้มลิงคู้บอน-บางชัน” พิจารณาตามหลักวิชาการ ยันยกเลิกก่อนเป็นผู้ว่าฯ กทม.
กทม. เฝ้าระวัง “น้ำปริ่ม” เร่งพร่องน้ำทุกจุด รับมือฝน 10–13 ต.ค.นี้
Economic กทม. เฝ้าระวัง “น้ำปริ่ม” เร่งพร่องน้ำทุกจุด รับมือฝน 10–13 ต.ค.นี้
FTA ไทย-EU เข้าโค้งสุดท้าย เหลือเปิดตลาด-ประเด็นนโยบาย ลุ้นปิดดีลภายในปี’69
Economic FTA ไทย-EU เข้าโค้งสุดท้าย เหลือเปิดตลาด-ประเด็นนโยบาย ลุ้นปิดดีลภายในปี’69
ไทยขยับอันดับนวัตกรรมโลก ขึ้นที่ 44 รั้งเบอร์ 3 กลุ่มรายได้ปานกลางระดับสูง
Economic ไทยขยับอันดับนวัตกรรมโลก ขึ้นที่ 44 รั้งเบอร์ 3 กลุ่มรายได้ปานกลางระดับสูง
ดูทั้งหมด

โดรนเกษตรรับน้ำหนัก 70 กก. บินไกล 3 กม. แก้ผัก-ผลไม้ช้ำบนดอย

25 มิ.ย. 2569 | 14:39น.

ARDA สนับสนุนงานวิจัย “โดรนขนส่งผลผลิตเกษตรพื้นที่สูง” ปลดล็อกปัญหาโลจิสติกส์ในพื้นที่ภูเขา เส้นทางลาดชัน และฤดูฝนที่ถนนถูกตัดขาด โชว์ศักยภาพบรรทุกได้สูงสุด 70 กิโลกรัม บินไกลกว่า 3 กิโลเมตร ลดต้นทุนขนส่งพืชผลไม่น้อยกว่า 36% และลดต้นทุนผักสลัดได้สูงสุด 63% พร้อมลดความสูญเสียระหว่างทางราว 10% ช่วยเกษตรกรรักษาคุณภาพผัก-ผลไม้ก่อนถึงตลาด

ทุกปีผลผลิตผักและผลไม้บนพื้นที่สูงของไทยจำนวนไม่น้อยต้องสูญเสียคุณภาพก่อนถึงมือผู้บริโภค ไม่ใช่เพียงจากกระบวนการผลิต แต่เกิดจากข้อจำกัดด้านการขนส่งในพื้นที่สูงที่มีสภาพภูมิประเทศซับซ้อน เส้นทางคดเคี้ยว ภูเขาสูง และบางช่วงถูกตัดขาดในฤดูฝน

ปัญหาดังกล่าวทำให้ผลผลิตเกิดความเสียหายระหว่างทาง สูญเสียความสด และมีต้นทุนโลจิสติกส์สูงกว่าพื้นที่ทั่วไปหลายเท่า กลายเป็นต้นทุนแฝงที่ฉุดรั้งรายได้ของเกษตรกร และลดศักยภาพการแข่งขันของสินค้าเกษตรไทยมาอย่างต่อเนื่อง

ดร.ทวีศักดิ์ ธนเดโชพล ผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนาการวิจัยการเกษตร หรือ ARDA กล่าวว่า การลดความสูญเสียหลังการเก็บเกี่ยวเป็นหนึ่งในโจทย์สำคัญของภาคเกษตรไทย และเป็นนโยบายสำคัญของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เนื่องจากผลผลิตจำนวนมากยังสูญเสียมูลค่าระหว่างการขนส่ง โดยเฉพาะในพื้นที่สูงหรือพื้นที่เข้าถึงยาก

ARDA จึงสนับสนุนทุนวิจัยให้บริษัท อีซี่ (2018) จำกัด ดำเนินโครงการ “การใช้เทคโนโลยีระบบอากาศยานไร้คนขับเพื่อการขนส่งผลิตผลเกษตรพื้นที่สูง” ร่วมกับสถาบันเทคโนโลยีป้องกันประเทศ และสถาบันวิจัยและพัฒนาพื้นที่สูง หรือ สวพส. โดยมีนายอัศวิน โรมนรัตน์เสรี เป็นหัวหน้าโครงการ

เป้าหมายของโครงการคือการพัฒนาอากาศยานไร้คนขับสำหรับขนส่งผลผลิตทางการเกษตรในพื้นที่สูง เพื่อลดความสูญเสียหลังการเก็บเกี่ยว ลดต้นทุนการขนส่ง และเพิ่มโอกาสการเข้าถึงตลาดของเกษตรกร

สำหรับโดรนต้นแบบสามารถบรรทุกน้ำหนักได้สูงสุด 70 กิโลกรัม บินได้ไกลกว่า 3 กิโลเมตร และบินสูงจากพื้นดินไม่น้อยกว่า 200 เมตร ด้วยความเร็วเฉลี่ย 25 กิโลเมตรต่อชั่วโมง รองรับการทำงานทั้งแบบอัตโนมัติและกึ่งอัตโนมัติ

เทคโนโลยีดังกล่าวช่วยลดเวลา ลดแรงงาน และลดความเสี่ยงจากการขนส่งในพื้นที่ลาดชันหรือพื้นที่ห่างไกลที่ยานพาหนะทั่วไปเข้าถึงได้ยาก โดยเฉพาะช่วงฤดูฝนที่เส้นทางภาคพื้นดินมีข้อจำกัด

ผลการทดสอบภาคสนามจำนวน 80 เที่ยวบิน รวมปริมาณผลผลิตกว่า 1.6 ตัน พบว่าสามารถขนส่งพืชเศรษฐกิจสำคัญได้อย่างมีประสิทธิภาพ อาทิ มะเขือเทศ แตงกวาญี่ปุ่น เสาวรส และผักสลัด

ผลการทดสอบยังพบว่า โดรนสามารถลดต้นทุนการขนส่งพืชผลได้ไม่น้อยกว่า 36% และลดต้นทุนการขนส่งผักสลัดได้สูงสุดถึง 63% เมื่อเทียบกับการขนส่งด้วยรถกระบะขับเคลื่อนสี่ล้อในพื้นที่สูง

ขณะเดียวกัน ยังช่วยลดความสูญเสียระหว่างขนส่งได้ประมาณ 10% หรือเทียบเท่ากับการรักษาผลผลิตได้เพิ่มขึ้นอย่างน้อย 10 กิโลกรัม ต่อผลผลิตทุก 100 กิโลกรัมที่เคยสูญเสียระหว่างทาง ทำให้สามารถเปลี่ยนความสูญเสียกลับมาเป็นรายได้ของเกษตรกรได้อย่างเป็นรูปธรรม

ด้านนายอัศวิน โรมนรัตน์เสรี หัวหน้าโครงการวิจัยฯ กล่าวว่า จุดเริ่มต้นของงานวิจัยนี้ไม่ได้เกิดจากความต้องการพัฒนาเทคโนโลยีเพียงอย่างเดียว แต่เกิดจากการลงพื้นที่และพบปัญหาจริงของเกษตรกรบนพื้นที่สูง ที่ต้องเผชิญต้นทุนการขนส่งสูงกว่าพื้นที่ทั่วไปหลายเท่า

โดยเฉพาะช่วงฤดูฝนที่เส้นทางถูกตัดขาด ทำให้ผลผลิตจำนวนมากไม่สามารถนำออกสู่ตลาดได้ทันเวลา ส่งผลให้คุณภาพลดลงและสูญเสียรายได้ แม้จะเป็นผลผลิตคุณภาพสูงก็ตาม

ทีมวิจัยจึงพัฒนาเทคโนโลยีอากาศยานไร้คนขับ เพื่อทำหน้าที่เป็น “สะพานเชื่อมทางอากาศ” ระหว่างแปลงเกษตรและจุดรวบรวมผลผลิต ช่วยให้เกษตรกรสามารถขนส่งผลผลิตมูลค่าสูงได้อย่างรวดเร็ว ปลอดภัย และตรงเวลา แม้ในพื้นที่ที่รถยนต์หรือรถจักรยานยนต์ไม่สามารถเข้าถึงได้

ปัจจุบัน โครงการได้พัฒนาและส่งมอบโดรนต้นแบบให้ ARDA เรียบร้อยแล้ว โดยต้นทุนโดรนอยู่ที่ประมาณ 450,000 บาท ขึ้นอยู่กับขนาดและรูปแบบการใช้งาน

ผลการวิเคราะห์ทางเศรษฐศาสตร์พบว่า หากมีการใช้งานมากกว่า 2,173 เที่ยวบินต่อปี ระบบจะเริ่มคุ้มทุน และเมื่อใช้งานมากกว่า 2,200 เที่ยวบินต่อปี จะสามารถสร้างผลกำไรได้ต่อเนื่อง ขณะที่หากขยายการใช้งานสู่ระดับ 5,000 เที่ยวบินต่อปี จะสามารถสร้างผลตอบแทนได้มากกว่า 565,000 บาทต่อปี

ตัวเลขดังกล่าวสะท้อนว่า เทคโนโลยีโดรนขนส่งผลผลิตมีศักยภาพพัฒนาเป็นธุรกิจบริการขนส่งทางอากาศสำหรับภาคเกษตรของไทยได้ในอนาคต

ด้านนายกิตติพงศ์ รพีบุญญานนท์ นักส่งเสริมและพัฒนาโครงการพัฒนาพื้นที่สูงแบบโครงการหลวงแม่มะลอ สวพส. ในฐานะผู้ควบคุมการบินโดรนในพื้นที่อำเภอแม่แจ่ม จังหวัดเชียงใหม่ กล่าวว่า สวพส. ได้รับการสนับสนุนโดรนขนส่งผลผลิตทางการเกษตรจาก ARDA และนำมาทดลองใช้งานจริงในพื้นที่ต่อเนื่องมากกว่า 1 ปี

ที่ผ่านมา ดำเนินการขนส่งแล้วกว่า 150 เที่ยวบิน โดยจากประสบการณ์ใช้งานจริงพบว่า จุดเด่นสำคัญของโดรนไม่ได้อยู่ที่ความรวดเร็วในการลำเลียงเท่านั้น แต่ยังช่วยคงความสดและลดความเสียหายของสินค้าเกษตรตั้งแต่ออกจากแปลงจนถึงจุดรวบรวม

โดยเฉพาะพืชผักและผลไม้มูลค่าสูงที่อ่อนไหวต่อการกระแทก เช่น ผักสลัด คะน้า เคล ฮ่องเต้ มะเขือเทศโทมัส แตงกวาญี่ปุ่น ซูกินี เสาวรสหวาน และองุ่น ซึ่งเป็นพืชเศรษฐกิจสำคัญของเกษตรกรบนพื้นที่สูง

“ที่ผ่านมาเกษตรกรต้องใช้แรงงานคนหรือรถจักรยานยนต์ลำเลียงสินค้าเกษตรผ่านเส้นทางลาดชัน ทำให้เกิดการช้ำ สูญเสียความสด และกระทบต่อมูลค่าการจำหน่าย แต่เมื่อใช้โดรน การขนส่งมีความรวดเร็วและปลอดภัยมากขึ้น ช่วยลดการกระแทก รักษาสภาพสินค้า และเพิ่มโอกาสในการจำหน่ายได้ในราคาที่ดีขึ้น” นายกิตติพงศ์กล่าว

นายกิตติพงศ์กล่าวว่า โดรนสามารถลำเลียงผลผลิตจากแปลงสู่โรงคัดแยกในระยะทางประมาณ 3 กิโลเมตร ได้ภายใน 10 นาที จากเดิมที่ต้องใช้เวลากว่า 30 นาที ช่วยลดข้อจำกัดด้านการคมนาคม โดยเฉพาะช่วงฤดูฝนที่เส้นทางภาคพื้นดินไม่สามารถใช้งานได้

นอกจากการขนส่งผลผลิตทางการเกษตรแล้ว สวพส. ยังต่อยอดการใช้งานโดรนร่วมกับหน่วยงานภาครัฐในภารกิจสาธารณประโยชน์ อาทิ การสนับสนุนภารกิจดับไฟป่า การช่วยเหลือผู้ประสบภัย และการลำเลียงอาหาร ยา และสิ่งของจำเป็นเข้าสู่พื้นที่ห่างไกลหรือพื้นที่เข้าถึงยาก

แนวทางดังกล่าวสะท้อนว่า เทคโนโลยีนี้ไม่ได้สร้างประโยชน์เฉพาะด้านการเกษตรเท่านั้น แต่ยังสามารถเป็นเครื่องมือสำคัญในการยกระดับคุณภาพชีวิตและความมั่นคงของชุมชนบนพื้นที่สูงในอนาคต

ดร.ทวีศักดิ์กล่าวว่า งานวิจัยชิ้นนี้ไม่ได้พัฒนาเพียงเทคโนโลยีโดรน แต่กำลังสร้างโอกาสใหม่ให้เกษตรกรบนพื้นที่สูง จากเดิมภูเขาเป็นอุปสรรคในการเข้าถึงตลาด วันนี้นวัตกรรมกำลังเปลี่ยนภูเขาให้กลายเป็นทางลัดสู่รายได้ของเกษตรกร และเปลี่ยนความสูญเสียระหว่างทางให้กลับมาเป็นมูลค่าทางเศรษฐกิจของชุมชนได้อย่างเป็นรูปธรรม

ทั้งนี้ งานวิจัยดังกล่าวสอดคล้องกับเป้าหมายของ ARDA ที่มุ่งผลักดันให้งานวิจัยถูกนำไปใช้ประโยชน์จริง สร้างผลกระทบเชิงบวกต่อเศรษฐกิจ สังคม และภาคการเกษตรไทยอย่างยั่งยืน ผู้สนใจสามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่สำนักส่งเสริมการใช้ประโยชน์และพัฒนาธุรกิจ โทร. 02-579-7435

แท็กที่เกี่ยวข้อง

ARDA โดรนเกษตร