เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ดูทั้งหมด

คพ.จับมือกรมน้ำบาดาล ศึกษา 11 พื้นที่เสี่ยงปนเปื้อนแหล่งน้ำใต้ดิน

25 มิ.ย. 2569 | 15:53น.

กรมควบคุมมลพิษร่วมกับกรมทรัพยากรน้ำบาดาล เดินหน้าโครงการศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างน้ำผิวดินและน้ำบาดาลในพื้นที่เสี่ยงปนเปื้อน ครอบคลุม 11 พื้นที่ตามลุ่มน้ำหลักทั่วประเทศ หวังจัดทำฐานข้อมูลวิชาการรองรับมาตรการเฝ้าระวัง-ป้องกันมลพิษลงสู่ชั้นน้ำบาดาล พร้อมจัดอบรมร่วมไต้หวันและ U.S. EPA แลกเปลี่ยนองค์ความรู้การจัดการพื้นที่ปนเปื้อน สาร PFAS และเทคโนโลยีฟื้นฟูสิ่งแวดล้อม

ดร.สุรินทร์ วรกิจธำรง อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ หรือ คพ. เปิดเผยว่า กรมควบคุมมลพิษร่วมกับกรมทรัพยากรน้ำบาดาล จัดการประชุมชี้แจงและเตรียมความพร้อมการดำเนินงาน “โครงการศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างน้ำผิวดินและน้ำบาดาลในพื้นที่แหล่งน้ำที่เสี่ยงต่อการปนเปื้อนลงสู่ชั้นน้ำบาดาล”

พร้อมกันนี้ ยังจัดอบรม “2026 Trilateral Contaminated Site Remediation Workshop” ระหว่างวันที่ 23-25 มิถุนายน 2569 ณ กรมควบคุมมลพิษ และผ่านระบบออนไลน์ โดยมีผู้แทนจากกระทรวงสิ่งแวดล้อมไต้หวัน หรือ TMoENV และองค์กรพิทักษ์สิ่งแวดล้อมแห่งสหรัฐอเมริกา หรือ U.S. EPA ร่วมถ่ายทอดองค์ความรู้และประสบการณ์ด้านการจัดการพื้นที่ปนเปื้อนและการฟื้นฟูคุณภาพสิ่งแวดล้อม

ดร.สุรินทร์กล่าวว่า การประชุมและอบรมครั้งนี้มุ่งเน้นการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ด้านการจัดการมลพิษในน้ำใต้ดิน โดยเฉพาะประเด็นการจัดการสารปนเปื้อนกลุ่ม PFAS ซึ่งเป็นกลุ่มสารเคมีสังเคราะห์ที่มนุษย์สร้างขึ้น มีคุณสมบัติทนความร้อนสูง ไม่ย่อยสลายตามธรรมชาติ และอาจส่งผลกระทบต่อสุขภาพ จนถูกเรียกว่า “สารเคมีตลอดกาล”

นอกจากนี้ ยังครอบคลุมการประเมินและจัดการความเสี่ยง การจัดลำดับความสำคัญของพื้นที่ปนเปื้อน เทคโนโลยีการฟื้นฟูพื้นที่ปนเปื้อน และการเตรียมความพร้อมรองรับเหตุฉุกเฉินด้านสิ่งแวดล้อม เพื่อเสริมศักยภาพหน่วยงานไทยให้สามารถบริหารจัดการปัญหาการปนเปื้อนในน้ำใต้ดินได้อย่างมีประสิทธิภาพ และสอดคล้องกับมาตรฐานสากล

สำหรับโครงการศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างน้ำผิวดินและน้ำบาดาล มีเป้าหมายเพื่อศึกษาความเชื่อมโยงของแหล่งน้ำทั้ง 2 ระบบในพื้นที่เสี่ยงต่อการปนเปื้อน รวมถึงศึกษาการเปลี่ยนแปลงของปริมาณและคุณภาพน้ำบาดาลที่ได้รับอิทธิพลจากน้ำผิวดิน

ผลการศึกษาจะนำไปสู่การจัดทำแนวทางเฝ้าระวังและป้องกันการปนเปื้อนลงสู่ชั้นน้ำบาดาล โดยครอบคลุมพื้นที่ศึกษา 11 พื้นที่ตามลุ่มน้ำสายหลักทั่วประเทศ

พื้นที่ดังกล่าวเป็นพื้นที่ที่มีความเสี่ยงด้านคุณภาพน้ำเสื่อมโทรม มีการตั้งโรงงานที่มีความเสี่ยงต่อการปนเปื้อนของสารเคมีหรือสารอันตราย มีประวัติเรื่องร้องเรียนเกี่ยวกับปัญหาการปนเปื้อนของมลพิษในดิน น้ำผิวดิน หรือแหล่งน้ำใต้ดิน รวมถึงเป็นพื้นที่ที่มีความเปราะบางทางอุทกธรณีวิทยา

ดร.สุรินทร์กล่าวว่า ผลการศึกษาจะเป็นฐานข้อมูลทางวิชาการที่สำคัญ สำหรับใช้กำหนดมาตรการป้องกันและลดความเสี่ยงการปนเปื้อนในแหล่งน้ำบาดาล รวมถึงการคุ้มครองทรัพยากรน้ำต้นทุนของประเทศ

ขณะเดียวกัน ยังจะช่วยพัฒนาแนวทางบริหารจัดการทรัพยากรน้ำผิวดินและน้ำบาดาลอย่างมีประสิทธิภาพและยั่งยืน อันจะนำไปสู่การเสริมสร้างความมั่นคงด้านทรัพยากรน้ำและคุณภาพสิ่งแวดล้อมของประเทศในระยะยาว

โครงการนี้จึงถือเป็นอีกก้าวสำคัญของการยกระดับระบบเฝ้าระวังมลพิษในแหล่งน้ำใต้ดินของไทย จากการตรวจสอบเฉพาะจุด ไปสู่การทำความเข้าใจความสัมพันธ์ของระบบน้ำทั้งลุ่มน้ำ เพื่อป้องกันความเสี่ยงก่อนเกิดผลกระทบต่อประชาชน ระบบนิเวศ และแหล่งน้ำสำคัญของประเทศ

แท็กที่เกี่ยวข้อง

น้ำบาดาล ปนเปื้อน