เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ดูทั้งหมด

‘คลื่นใต้น้ำ’ ก.วัฒนธรรม-ท่องเที่ยว

28 มิ.ย. 2569 | 13:19น.
สุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล

สุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล

คอลัมน์ : สามัญสำนึก
ผู้เขียน : ณัฏฐ์พิชญ์ วงษ์สง่า 

เป็นประเด็นถกกันหนักมากในช่วงเดือน 2 เดือนนี้กรณีการแยกกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เอา “ท่องเที่ยว” ไปรวมกับ “วัฒนธรรม” ภายใต้ชื่อกระทรวงวัฒนธรรมและการท่องเที่ยว และแยก “กีฬา” เป็นกระทรวงใหม่ชื่อว่า “กระทรวงการกีฬา”  

หลายคนถามว่า แนวคิดนี้เริ่มต้นจากใคร 

คำตอบคือเป็นวิสัยทัศน์และนโยบายของรัฐบาลอนุทินที่มีเป้าหมายเชื่อมโยงทุนทางวัฒนธรรมเข้ากับการท่องเที่ยว

ไม่แน่ใจว่าต้องการ “ต่อยอด” หรือ “โชว์เหนือ” รัฐบาลยุคนายเศรษฐา ทวีสิน ที่มีแนวคิดปฏิรูประบบราชการ และตั้งกระทรวง “Climate Change” รับมือเรื่องสิ่งแวดล้อม รวมถึงกระทรวง “Soft Power” 

ครั้งนี้รัฐบาลโดย “สุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล” รมว.กระทรวงการท่องเที่ยวฯ ประกาศควบรวมชัดเจนตั้งแต่เข้ามารับตำแหน่งรัฐมนตรี พร้อมตั้งเป้าดำเนินการทุกขั้นตอนให้เสร็จสิ้นปี 2569 นี้ 

ทำเอาภาคเอกชนท่องเที่ยวตกอกตกใจ เพราะ “การท่องเที่ยว” และ “วัฒนธรรม” ดูผ่านๆ เหมือนจะไปด้วยกันได้ดี แต่อีกมุมก็เหมือนอยู่กันคนละขั้ว ในทางปฏิบัติการควบรวมอาจเกิดความขัดแย้งระหว่างภารกิจหลักของทั้ง 2 ส่วนได้

“การท่องเที่ยว” เน้นสร้างรายได้ ส่วน “กระทรวงวัฒนธรรม” เน้นทำงานเชิงอนุรักษ์ การส่งเสริมให้เกิดการเดินทางท่องเที่ยวมาก ๆ อาจจะกระทบกับความสงบสุขของชุมชน หรือเกิดความเสียหายต่อแหล่ง “มรดกโลก”  

บ้างก็ถามว่า ทำไมไม่เอา “ท่องเที่ยว” นำหน้า “วัฒนธรรม” เป็น “กระทรวงการท่องเที่ยวและวัฒนธรรม” ขณะที่รัฐบาลมองว่าการรวม “การท่องเที่ยว” เข้ากับ “วัฒนธรรม” เป็นอะไรที่เหมาะสมที่สุด เพราะทั้ง 2 ส่วนมีความเชื่อมโยงกัน กล่าวคือ “วัฒนธรรม” คือ “ต้นทุน” และ “จุดขาย” ที่ทรงพลังที่สุดของ “การท่องเที่ยว” ไม่ว่าจะเป็นอาหารไทย งานประเพณี หรือเทศกาลระดับโลกอย่างสงกรานต์ 

เป็นการขับเคลื่อน “Soft Power Economy” ได้อย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น

พร้อมระบุว่า ล่าสุด ก.พ.ร.ได้จัดทำร่างโครงสร้างของกระทรวงวัฒนธรรมและการท่องเที่ยว และกระทรวงการกีฬาเสร็จแล้ว ทั้งแยกภารกิจ หน่วยงาน และการจัดสรรอัตรากำลัง

โดยภาค “การท่องเที่ยว” ที่จะไปรวมกับกระทรวงวัฒนธรรม ประกอบด้วย กรมการท่องเที่ยว การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) องค์การบริหารการพัฒนาพื้นที่พิเศษเพื่อการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน (อพท.) และกองบัญชาการตำรวจท่องเที่ยว ขณะที่ภาค “กีฬา” ประกอบด้วย กรมพลศึกษา การกีฬาแห่งประเทศไทย (กกท.) และมหาวิทยาลัยการกีฬาแห่งชาติ 

ส่วนภารกิจที่มีความเชื่อมโยงระหว่าง 2 ด้าน โดยเฉพาะสำนักงานปลัดกระทรวง ท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดพิจารณาแยกตามภารกิจ และย้ำว่าการรวมกระทรวงดังกล่าวมีแต่ข้อดี เพราะกระทรวงท่องเที่ยวไม่มีอะไรเป็นของตัวเอง และมีข้อจำกัดด้านอำนาจบริหาร การควบรวมกับกระทรวงวัฒนธรรมจะช่วยเพิ่มศักยภาพในการขับเคลื่อนนโยบาย

โดยเฉพาะการนำต้นทุนทางวัฒนธรรมของไทยมาต่อยอดเป็น “ผลิตภัณฑ์” และ “ประสบการณ์” ทางการท่องเที่ยว

“ปกรณ์ นิลประพันธ์” รองนายกรัฐมนตรี มือกฎหมายของรัฐบาล ในฐานะกำกับดูแลสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ (ก.พ.ร.) ให้ข้อมูลล่าสุดว่า จะส่งร่างกฎหมายที่เสร็จแล้วให้สํานักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี เพื่อนำไปถามความเห็นเรื่องการบริหารกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง คาดว่าจะนำเสนอเข้า ครม. ในช่วงเดือนกรกฎาคม-สิงหาคมนี้

จากนั้นจะนำเข้าสู่สภาผู้แทนราษฎร หากเป็นไปตามไทม์ไลน์นี้คาดว่าจะสามารถประกาศใช้ได้ภายในสิ้นปี 2569 

ในทางกลับกัน ณ เวลานี้ยังมีเสียงวิจารณ์ทั้งจากภาคเอกชนและบุคลากรในกระทรวง เองว่าทำไมรัฐบาลต้องเดินเร็วขนาดนี้ หรือว่ามีอะไรอยู่เบื้องหลัง 

พร้อมส่งเสียงมาว่า รัฐบาลควรเปิดใจฟัง “เสียงในหัว” ของทุกฝ่ายก่่อนดีไหม เพราะยังมี “คลื่นใต้น้ำ” ที่รัฐบาลอาจมองไม่เห็น หรือยังไม่ได้ยินอีกมากเหลือเกิน

แท็กที่เกี่ยวข้อง

สุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล