เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
เอกชนเชียร์ปิดดีล FTA ไทย-EU ดันส่งออก-ลงทุน รับเกมการค้าโลก
Economic เอกชนเชียร์ปิดดีล FTA ไทย-EU ดันส่งออก-ลงทุน รับเกมการค้าโลก
พาณิชย์เรียกถกด่วนผู้ค้าไข่ ย้ำไม่ขึ้นราคาเพิ่ม คาดเดือนหน้าปรับลด
Economic พาณิชย์เรียกถกด่วนผู้ค้าไข่ ย้ำไม่ขึ้นราคาเพิ่ม คาดเดือนหน้าปรับลด
ฮาริสัน สบช่องอสังหาฯระบายสต๊อก เหมาซื้อบิ๊กล็อตคอนโดพร้อมพงษ์ พระราม9 ห้วยขวาง
Real Estate ฮาริสัน สบช่องอสังหาฯระบายสต๊อก เหมาซื้อบิ๊กล็อตคอนโดพร้อมพงษ์ พระราม9 ห้วยขวาง
กรมศุลกากร ยกระดับคุมเข้มขาออก มองไทยเป็นทางผ่านยาเสพติด เหตุโครงสร้างพื้นฐานพร้อม
Finance กรมศุลกากร ยกระดับคุมเข้มขาออก มองไทยเป็นทางผ่านยาเสพติด เหตุโครงสร้างพื้นฐานพร้อม
อุตสาหกรรมโฆษณา เวียดนามโต 1.16 แสนล้านบาท ไทยสูสีที่ 1.14 แสนล้านบาท
Economic อุตสาหกรรมโฆษณา เวียดนามโต 1.16 แสนล้านบาท ไทยสูสีที่ 1.14 แสนล้านบาท
‘วราวุธ’ สั่งสอบลานโฟมถล่มชลบุรี ลั่นหากเข้าข่ายโรงงาน ฟันผิด พ.ร.บ.โรงงานทันที
Economic ‘วราวุธ’ สั่งสอบลานโฟมถล่มชลบุรี ลั่นหากเข้าข่ายโรงงาน ฟันผิด พ.ร.บ.โรงงานทันที
ราคาทองวันนี้ (6 ก.ค. 69) ขยับขึ้น 50 บาท ทองรูปพรรณ 66,400 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (6 ก.ค. 69) ขยับขึ้น 50 บาท ทองรูปพรรณ 66,400 บาท
ไทย-EU FTA คืบหน้า 2 ใน 3 ปิดดีลเพิ่ม 8 ประเด็น ลุ้นเร่งสรุปโค้งสุดท้ายปี 2570
Economic ไทย-EU FTA คืบหน้า 2 ใน 3 ปิดดีลเพิ่ม 8 ประเด็น ลุ้นเร่งสรุปโค้งสุดท้ายปี 2570
แนวโน้มอินเดีย เบอร์สองตลาดโลก เลิกส่งออกน้ำตาล หันผลิตเอทานอล ทำน้ำมัน E20
World แนวโน้มอินเดีย เบอร์สองตลาดโลก เลิกส่งออกน้ำตาล หันผลิตเอทานอล ทำน้ำมัน E20
กขค.ร่วมวงอัพเกรด FTA อาเซียน-เกาหลี ดันกติกาแข่งขันทางการค้าเท่าทันเศรษฐกิจใหม่
Economic กขค.ร่วมวงอัพเกรด FTA อาเซียน-เกาหลี ดันกติกาแข่งขันทางการค้าเท่าทันเศรษฐกิจใหม่
ดูทั้งหมด

ต้นแบบโรงงาน ‘วี.ที. การ์เม้นท์’ ปั้นฐานผลิตรักษ์โลก-เลิกของถูก

06 ก.ค. 2569 | 13:35น.
นายชลัมพล โลทารักษ์พงศ์

นายชลัมพล โลทารักษ์พงศ์

คอลัมน์ : สัมภาษณ์

ท่ามกลางการแข่งขันรุนแรงจากจีน เวียดนาม และบังกลาเทศ อุตสาหกรรมเครื่องนุ่งห่มไทยกำลังเผชิญจุดเปลี่ยนครั้งสำคัญ จากฐานการผลิตต้นทุนต่ำสู่การสร้างมูลค่าเพิ่มผ่านแบรนด์ เทคโนโลยี รวมถึงกระแส ESG ที่กำลังเป็นเงื่อนไขใหม่ของการค้าโลก ทำให้อุตสาหกรรมเครื่องนุ่งห่มไทยต้องเร่งปรับตัวครั้งใหญ่

ล่าสุด “ประชาชาติธุรกิจ” สัมภาษณ์ “นายชลัมพล โลทารักษ์พงศ์” กรรมการผู้จัดการ บริษัท วี.ที. การ์เม้นท์ จำกัด  ถึงเส้นทางการพาโรงงานไทยอายุ 40 ปี ก้าวสู่การเป็นผู้ผลิตให้แบรนด์ระดับโลก การปรับตัวในยุคที่การแข่งขันไม่ได้วัดกันที่ต้นทุนเพียงอย่างเดียว ตลอดจนข้อเสนอถึงภาครัฐในการรักษาอุตสาหกรรมที่ยังเป็นแหล่งจ้างงานสำคัญของประเทศกว่า 400,000 คน

โรงงานใช้ทั้งคนและเทคโนโลยี

วี.ที. การ์เม้นท์ ดำเนินธุรกิจมากว่า 40 ปี โดยเริ่มต้นจากธุรกิจครอบครัว ก่อนพัฒนาเป็นผู้ผลิตเสื้อผ้าเอาต์ดอร์และเสื้อผ้าเทคนิคัลให้กับแบรนด์ชั้นนำระดับโลกหลายราย แม้ธุรกิจสิ่งทอและเครื่องนุ่งห่มจะถูกมองว่าเป็นอุตสาหกรรมดั้งเดิม แต่บริษัทเลือกลงทุนด้านระบบ เทคโนโลยี และมาตรฐานการผลิตอย่างต่อเนื่อง เพื่อแข่งขันในตลาดโลก ซึ่งเราไม่ได้พยายามเป็นโรงงานที่ถูกที่สุด แต่พยายามเป็นโรงงานที่ลูกค้าเชื่อมั่นที่สุด

ปัจจุบันบริษัทมีฐานการผลิตในไทยและเมียนมา มีพนักงานรวม 2,000 คน แบ่งเป็นไทยราว 1,200 คน และเมียนมา 800 คน พร้อมระบบติดตามการผลิตแบบเรียลไทม์ และการนำระบบอัตโนมัติเข้ามาใช้ในหลายกระบวนการ ทำให้ผู้บริหารสามารถดูผลผลิตได้จากทุกที่ในโลก ขณะที่ภายในโรงงานมีการใช้หุ่นยนต์ขนส่งชิ้นงานระหว่างแผนก รวมถึงเครื่องตัดอัตโนมัติ และเทคโนโลยีช่วยเย็บในขั้นตอนซับซ้อน เช่น งานกระเป๋า ซึ่งเดิมต้องใช้แรงงานที่มีทักษะและประสบการณ์สูง บางขั้นตอนเดิมต้องใช้คนทำงานมีความชำนาญ แต่วันนี้เทคโนโลยีช่วยวางชิ้นงานให้ถูกตำแหน่ง กดปุ่ม แล้วผลิตออกมาได้อย่างแม่นยำขึ้น

จาก OEM สู่โรงงานมาตรฐานสูง

เราเป็นผู้ผลิตเสื้อผ้าเอาต์ดอร์ให้กับแบรนด์ต่างประเทศ โดยเฉพาะสินค้าในกลุ่มเสื้อแจ๊กเก็ตและเสื้อเทคนิคัล ซึ่งต้องใช้ความละเอียดสูง ทั้งด้านวัตถุดิบ แพตเทิร์น การตัดเย็บ และการควบคุมคุณภาพ หนึ่งในสินค้าสำคัญที่บริษัทผลิตให้แบรนด์ระดับโลก มียอดผลิตเติบโตจากหลัก 20,000 ตัวในช่วงเริ่มต้น ขยับขึ้นสู่ระดับ 400,000-500,000 ตัว สะท้อนความเชื่อมั่นของลูกค้าต่อศักยภาพโรงงานไทย

“สิ่งที่เราภูมิใจคือการเติบโตไปพร้อมกับลูกค้า และพิสูจน์ว่าโรงงานไทยสามารถทำสินค้าที่อยู่ในตลาดโลกได้จริง”

วี.ที. การ์เม้นท์
นายชลัมพล โลทารักษ์พงศ์

Zero Waste ของเสีย 0.02%

อีกจุดที่บริษัทให้ความสำคัญคือ การควบคุมของเสียจากกระบวนการผลิต ซึ่งบริษัทคุมวัตถุดิบ ละเอียดถึงระดับลอตและระดับม้วน ทำให้สามารถตรวจสอบย้อนกลับได้ว่าวัตถุดิบแต่ละส่วนถูกใช้กับงานใด ผลจากการควบคุมรายละเอียดการผลิต ทำให้อัตราของเสียหรือสินค้าที่ผลิตแล้วขายไม่ได้อยู่ที่ประมาณ 0.02% ซึ่งสะท้อนประสิทธิภาพการผลิตในระดับสูง ด้วยเราคุมรายละเอียดค่อนข้างมาก เพราะต้นทุนวัตถุดิบเป็นก้อนใหญ่ ถ้าคุมไม่ละเอียดของเสียจะกลายเป็นต้นทุนที่กระทบทั้งบริษัทและลูกค้า

สำหรับวี.ที. การ์เม้นท์ ความยั่งยืนไม่ใช่เพียงภาพลักษณ์ แต่เป็นเงื่อนไขสำคัญในการทำงานกับแบรนด์ระดับโลก บริษัทให้ความสำคัญกับ 3 มิติ คือ People, Planet และ Profit หรือคน สิ่งแวดล้อม และผลประกอบการ โรงงานได้รับมาตรฐานด้านแรงงานและสิ่งแวดล้อม มีการดูแลสวัสดิการแรงงาน การจัดการขยะ การลดใช้พลาสติก และการแยกขยะอย่างเป็นระบบ ตั้งแต่เศษผ้า กระดาษ ขวดพลาสติก ไปจนถึงเศษอาหารในโรงอาหาร เราคิดแบบนี้ธุรกิจที่ยั่งยืนต้องทำให้คนอยู่ได้ สิ่งแวดล้อมอยู่ได้ และบริษัทมีกำไรพอที่จะเติบโตต่อไปได้

ชูจุดขายซัพพลายเชนยั่งยืน

บริษัทลงทุนปรับปรุงอาคารเก่าของโรงงานให้เป็นอาคารประหยัดพลังงานระดับสากล แม้ช่วงเริ่มต้นหลายคนมองว่าโรงงานอายุหลายสิบปีอาจทำได้ยาก แต่สุดท้ายสามารถยกระดับอาคารให้ได้มาตรฐานด้านสิ่งแวดล้อม

ขณะเดียวกันโรงงานใช้โซลาร์เซลล์ผลิตไฟฟ้าราว 20% ของการใช้ไฟทั้งหมด พร้อมเปลี่ยนอุปกรณ์เก่า เช่น แอร์อายุ 30 ปี เครื่องรีด และระบบพลังงานในโรงงาน ตอนแรกเราก็ถามตัวเองว่าโรงงาน 40 ปี จะทำอาคารเขียวได้อย่างไร แต่เมื่อทำจริงก็พิสูจน์ว่าองค์กรไทยทำได้

ทิศทางต่อไปของวีที การ์เม้นท์ ไม่ได้อยู่ที่การเร่งขยายโรงงานใหม่ แต่เน้นเพิ่มมูลค่าต่อชิ้นงานและขยายฐานลูกค้า เพื่อลดความเสี่ยงจากการพึ่งพาลูกค้ารายใหญ่ บริษัทมองว่าความท้าทายของธุรกิจผลิตเสื้อผ้าในอนาคต คือ การเปลี่ยนจากการแข่งขันด้านต้นทุน ไปสู่การผลิตสินค้าที่มีเทคโนโลยีสูงขึ้น มีมาตรฐานสูงขึ้น และตอบโจทย์แบรนด์ที่ต้องการซัพพลายเชนยั่งยืน ตอนนี้ไม่ได้อยู่ที่การขยายโรงงาน แต่อยู่ที่การเพิ่มคุณค่าต่อตัว ใช้กำลังผลิตที่มีให้สร้างมูลค่าได้มากขึ้น

ต้องไม่ติดกับดักราคาถูก

จุดเปลี่ยนของอุตสาหกรรมเครื่องนุ่งห่มไทย คือ การไม่ยอมติดอยู่กับบทบาทผู้ผลิตราคาถูก แต่ต้องยกระดับสู่ผู้ผลิตที่มีมาตรฐาน เทคโนโลยี และความน่าเชื่อถือระดับโลก ในมุมของวี.ที. การ์เม้นท์ การทำงานกับแบรนด์ระดับโลกตลอดหลายปีเป็นบทพิสูจน์ว่าโรงงานไทยยังมีที่ยืน หากกล้าลงทุนในระบบ คน และความยั่งยืน

เราไม่จำเป็นต้องเป็นตัวเลือกที่ถูกที่สุดในตลาด ถ้าเรามีจุดยืนชัด มีมาตรฐาน และสร้างคุณค่าได้ วันหนึ่งพาร์ตเนอร์ระดับโลกก็จะเลือกเรา ภาพของวี.ที. การ์เม้นท์จึงไม่ใช่เพียงโรงงานตัดเย็บเสื้อผ้า แต่เป็นตัวอย่างของผู้ผลิตไทยที่พยายามยกระดับตัวเองจากหลังบ้านของแบรนด์โลก สู่ฐานการผลิตคุณภาพสูงที่สะท้อนอนาคตใหม่ของอุตสาหกรรมแฟชั่นไทย

ฝากภาครัฐช่วยสร้างระบบนิเวศ 

ในฐานะที่ผมเป็นนายกสมาคมอุตสาหกรรมเครื่องนุ่งห่มไทย สิ่งที่ผู้ประกอบการต้องการจากภาครัฐมากที่สุด ไม่ใช่มาตรการระยะสั้น แต่คือ การสร้างระบบนิเวศที่เอื้อต่อการเติบโตในระยะยาว ทั้งการพัฒนากำลังคน การสนับสนุนการสร้างแบรนด์ไทย การเชื่อมโยงซัพพลายเชนภายในประเทศ และการผลักดันอุตสาหกรรมให้ก้าวจาก OEM ไปสู่ ODM และ OBM ยกตัวอย่างประเทศอย่างญี่ปุ่นและเกาหลีใต้ ที่สามารถสร้างอุตสาหกรรมแฟชั่นของตัวเองขึ้นมาได้ เพราะมีนโยบายสนับสนุนการสร้างแบรนด์และการบริโภคภายในประเทศอย่างต่อเนื่อง ประเทศไทยมี Soft Power ดีอยู่แล้ว ทั้งอาหาร การท่องเที่ยว และวัฒนธรรม แต่เรายังต่อยอดเป็นมูลค่าทางธุรกิจได้ไม่เต็มที่

ไทยยังโตได้อีก 12 เท่า

เมื่อดูข้อมูลเปรียบเทียบที่สะท้อนศักยภาพของอุตสาหกรรมไทยได้อย่างชัดเจน แม้อุตสาหกรรมแฟชั่นไทยและอิตาลีจะมีจำนวนแรงงานใกล้เคียงกัน แต่รายได้ที่สร้างได้ต่อคนยังแตกต่างกันถึงประมาณ 12 เท่า มองว่านี่ไม่ใช่ช่องว่างที่น่ากังวล แต่เป็นโอกาสที่ยังรอการปลดล็อก ถ้าเราสร้างแบรนด์ได้มากขึ้น ทำสินค้าให้มีมูลค่าเพิ่มมากขึ้น ประเทศไทยยังโตได้อีกมาก

สำหรับผู้บริหารรุ่นใหม่รายนี้ อนาคตของอุตสาหกรรมเครื่องนุ่งห่มไทยจะไม่ได้วัดกันที่ใครผลิตได้ถูกกว่าอีกต่อไป แต่จะวัดกันที่ใครสามารถสร้างคุณค่า สร้างนวัตกรรม และสร้างแบรนด์ที่ผู้บริโภคทั่วโลกยอมจ่ายได้มากกว่า และนั่นคือโจทย์สำคัญที่ทั้งภาคเอกชนและภาครัฐต้องร่วมกันผลักดัน หากต้องการให้ประเทศไทยก้าวพ้นบทบาท “โรงงานรับจ้างผลิต” สู่การเป็นประเทศผู้สร้างแบรนด์และมูลค่าทางเศรษฐกิจในเวทีโลกอย่างแท้จริง

แท็กที่เกี่ยวข้อง

OEM รักษ์โลก