“สุชาติ” สั่งปูพรม 22 โรงงาน ไล่ต้นตอน้ำเสียถึงอ่างดอกกราย
กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมยกระดับการตรวจสอบปัญหามลพิษในพื้นที่ระยอง หลังพบความเสี่ยงจากน้ำเสียในลำรางสาธารณะรอบนิคมอุตสาหกรรมอมตะซิตี้ ระยอง ซึ่งเชื่อมโยงไปยังอ่างเก็บน้ำดอกกราย แหล่งน้ำต้นทุนสำคัญของภาคประชาชน ภาคเกษตร และภาคอุตสาหกรรม
ล่าสุด กรมควบคุมมลพิษ หรือ คพ. เตรียมตรวจสอบโรงงานเสี่ยง 22 แห่ง ตรวจระบบบำบัดน้ำเสียของนิคมอุตสาหกรรม 2 แห่ง พร้อมเก็บตัวอย่างน้ำและตะกอนดิน 15 จุด เพื่อไล่หาสาเหตุ แหล่งกำเนิด และเส้นทางการแพร่กระจายของมลพิษ ก่อนใช้เป็นข้อมูลบังคับใช้กฎหมายกับผู้เกี่ยวข้อง
นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม สั่งการให้กรมควบคุมมลพิษเร่งบูรณาการกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ลงพื้นที่ตรวจสอบปัญหาน้ำเสียและการลักลอบทิ้งของเสียในจังหวัดระยองอย่างเข้มงวด พร้อมติดตามการแก้ไขจนกว่าสถานการณ์จะกลับเข้าสู่ภาวะปกติ

ปูพรม 22 โรงงาน ตรวจระบบบำบัด 2 แห่ง
ดร.สุรินทร์ วรกิจธำรง อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ กล่าวว่า กองตรวจมลพิษได้ร่วมกับสำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดระยอง และสำนักงานนิคมอุตสาหกรรมอมตะซิตี้ ระยอง ลงพื้นที่ตรวจสอบระหว่างวันที่ 14-16 กรกฎาคม 2569

การดำเนินงานแบ่งออกเป็น 3 ส่วน ได้แก่ การตรวจสอบระบบบำบัดน้ำเสียของนิคมอุตสาหกรรม 2 แห่ง เพื่อติดตามประสิทธิภาพการแก้ไขปัญหา การตรวจสอบโรงงานเสี่ยง 22 แห่ง โดยเฉพาะโรงงานที่มีการใช้น้ำ 11 แห่ง และการเก็บตัวอย่างน้ำกับตะกอนดินในพื้นที่ที่เชื่อมโยงกับอ่างเก็บน้ำดอกกราย
สำหรับการตรวจโรงงานเสี่ยง คพ.แบ่งเจ้าหน้าที่ออกเป็น 4 ชุด เพื่อเร่งตรวจสอบแหล่งกำเนิดมลพิษและระบบจัดการน้ำเสียของแต่ละโรงงานอย่างละเอียด
เก็บน้ำ-ตะกอน 15 จุด ไล่เส้นทางมลพิษ
นอกจากการตรวจโรงงาน คพ.จะเก็บตัวอย่างน้ำและตะกอนดินรวม 15 จุด ครอบคลุมคลองภูไทร พื้นที่ใกล้โรงงานเสี่ยง พื้นที่คาดว่าได้รับผลกระทบ ลำน้ำสาขา และบริเวณอ่างเก็บน้ำดอกกราย
ตัวอย่างทั้งหมดจะนำไปตรวจวิเคราะห์หาสารมลพิษ และใช้ติดตามเส้นทางการแพร่กระจายของน้ำเสีย เพื่อระบุสาเหตุและแหล่งกำเนิดที่ชัดเจน
ดร.สุรินทร์กล่าวว่า ผลตรวจทั้งหมดจะใช้ประกอบการบังคับใช้กฎหมายกับผู้เกี่ยวข้อง พร้อมกำหนดมาตรการป้องกันไม่ให้เกิดเหตุซ้ำ
“คพ.จะดำเนินการอย่างโปร่งใส รอบคอบ และให้ความสำคัญกับการคุ้มครองคุณภาพแหล่งน้ำและสุขภาพของประชาชน พร้อมรายงานความคืบหน้าให้ประชาชนรับทราบอย่างต่อเนื่อง”
อ่างดอกกรายแหล่งน้ำสำคัญระยอง
อ่างเก็บน้ำดอกกรายตั้งอยู่ในพื้นที่คุ้มครองสิ่งแวดล้อม และเป็นแหล่งน้ำต้นทุนสำคัญของจังหวัดระยอง โดยรองรับทั้งการใช้น้ำของประชาชน ภาคเกษตร และภาคอุตสาหกรรม
การตรวจสอบครั้งนี้จึงไม่ได้จำกัดเฉพาะพื้นที่ภายในนิคมอุตสาหกรรม แต่ครอบคลุมพื้นที่ภายนอกและแหล่งน้ำที่เชื่อมโยงทั้งหมด เพื่อประเมินผลกระทบและสร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชน
ก่อนหน้านี้ คพ.มีแผนตรวจโรงงานเสี่ยงในพื้นที่นิคมอุตสาหกรรมอมตะซิตี้ ระยอง 19 แห่ง แต่จากการจัดทำแผนตรวจสอบล่าสุดได้ขยายขอบเขตเป็น 22 โรงงาน เพื่อให้ครอบคลุมแหล่งกำเนิดที่อาจเกี่ยวข้องมากขึ้น
พบขยะอุตสาหกรรมถมบ่อกลางไร่สับปะรด
ขณะเดียวกัน คพ.ยังตรวจสอบกรณีลักลอบนำของเสียและเศษวัสดุมาทิ้งในพื้นที่ตำบลแม่น้ำคู้ อำเภอปลวกแดง จังหวัดระยอง
จากการลงพื้นที่เมื่อวันที่ 13 กรกฎาคม 2569 พบเศษพลาสติก เศษโฟม ถุงมือยาง กระป๋องบรรจุสารทำละลาย เศษไม้ เศษกระดาษ เศษผ้า และวัสดุอื่น ถูกนำมาถมในบ่อดินเก่ากลางไร่สับปะรด
ผลตรวจวัดคุณภาพน้ำเบื้องต้นพบค่าความเป็นกรด-ด่าง หรือ pH อยู่ที่ 5.0 ขณะที่เจ้าหน้าที่ได้เก็บตัวอย่างน้ำไปตรวจวิเคราะห์โลหะหนักและสารปนเปื้อนเพิ่มเติม
คพ.เสนอให้เจ้าของที่ดินเร่งขนย้ายของเสียออกจากพื้นที่ และนำไปกำจัดอย่างถูกต้องตามกฎหมาย ภายใต้การกำกับดูแลของหน่วยงานท้องถิ่นและจังหวัด
เดินหน้าเอาผิด หากเข้าข่ายวัตถุอันตราย
ที่ประชุมหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมีมติให้เทศบาลตำบลแม่น้ำคู้ดำเนินคดีตามกฎหมายสาธารณสุข และกฎหมายรักษาความสะอาดและความเป็นระเบียบเรียบร้อยของบ้านเมือง พร้อมสั่งระงับการกระทำทันที
ส่วนสำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัดระยองจะดำเนินการตามพระราชบัญญัติวัตถุอันตราย พ.ศ. 2535 หากผลตรวจพบว่าของเสียที่นำมาทิ้งเข้าข่ายเป็นวัตถุอันตราย
ดร.สุรินทร์กล่าวว่า คพ.จะติดตามทั้งผลการตรวจวิเคราะห์ การขนย้ายของเสีย และการดำเนินคดีอย่างใกล้ชิด เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดการลักลอบทิ้งของเสียซ้ำ และลดความเสี่ยงต่อสิ่งแวดล้อมกับสุขภาพประชาชน
เร่งสร้างความเชื่อมั่นประชาชน
การตรวจสอบพื้นที่นิคมอุตสาหกรรมและจุดลักลอบทิ้งของเสียในครั้งนี้ เป็นส่วนหนึ่งของมาตรการเชิงรุกเพื่อควบคุมความเสี่ยงด้านมลพิษในจังหวัดระยอง
เป้าหมายสำคัญคือการระบุแหล่งกำเนิดมลพิษให้ชัดเจน บังคับใช้กฎหมายกับผู้กระทำผิด และป้องกันไม่ให้ปัญหาน้ำเสียกระทบต่ออ่างเก็บน้ำดอกกราย
โจทย์สำคัญหลังจากนี้จึงอยู่ที่ผลตรวจจากโรงงานเสี่ยง 22 แห่ง และตัวอย่างน้ำกับตะกอนดิน 15 จุด ซึ่งจะเป็นข้อมูลสำคัญในการชี้ต้นตอของปัญหา และกำหนดมาตรการแก้ไขในระยะต่อไป




