แกะรายละเอียด ‘สมุดพกผู้รับเหมา’ มาตรการใหม่คุมงานรัฐ หักคะแนน-แบล็กลิสต์ผู้ทิ้งงาน
หลายปีมานี้ โครงการก่อสร้างของภาครัฐ ถูกจับตามองจากประชาชนเป็นอย่างมาก จากปัญหาในด้านคุณภาพงานก่อสร้าง ส่งผลให้เกิดอันตรายและความเสียหาย ไปจนถึงการที่มีผู้รับเหมาตัดสินใจทิ้งงาน จนเกิดความเสียหายในการดำเนินโครงการ
ล่าสุด ภาครัฐเริ่มต้นบังคับใช้มาตรการ “สมุดพกผู้รับเหมา” โดยมีเป้าหมายยกระดับมาตรฐานงานก่อสร้างภาครัฐ ผ่านระบบประเมินผลและบทลงโทษผู้รับเหมาที่ทำงานไม่ได้มาตรฐาน
“ประชาชาติธุรกิจ” ชวนเจาะรายละเอียด ‘สมุดพกผู้รับเหมา’ ว่ามีรายละเอียดสำคัญอะไรบ้าง และเรื่องดังกล่าวจะเข้ามาควบคุมมาตรฐานงานภาครัฐอย่างไรบ้าง
ที่มาที่ไป ‘สมุดพกผู้รับเหมา’
ระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ (ฉบับที่ 3) พ.ศ. 2569 มีวัตถุประสงค์หลักเพื่อประเมินผลผู้ประกอบการงานก่อสร้างที่ไม่เคยมีการประเมินมาก่อน และลงโทษผู้ที่ละทิ้งงาน ทำงานไม่ได้มาตรฐาน หรือประมาทเลินเล่อจนเกิดความเสียหาย
นางแพตริเซีย มงคลวนิช อธิบดีกรมบัญชีกลาง อธิบายที่มาที่ไปของ ‘สมุดพกผู้รับเหมา’ โดยระบุว่า ที่ผ่านมาเวลามีเหตุการณ์ความเสียหายเกิดขึ้น รัฐไม่เคยมีการประเมินผลผู้ประกอบการเลยว่าทำงานดีหรือไม่ดีอย่างไร
เป้าหมายของระเบียบนี้ คือ เพื่อประเมินศักยภาพและคุณภาพของผู้รับเหมา และกำหนดมาตรการลงโทษผู้ที่ละเลยสัญญา ทำงานไม่ได้มาตรฐาน หรือประมาทจนเกิดความเสียหายต่อชีวิตและทรัพย์สิน
จะช่วยแก้ปัญหา “การเสนอราคาต่ำสุดเพื่อให้ชนะประมูล แต่ไม่มีศักยภาพในการทำงานจริง” ทำให้รัฐได้ผู้ประกอบการที่พร้อมทำงานอย่างมีประสิทธิภาพ ลดความเสี่ยงในการทิ้งงาน และป้องกันไม่ให้รัฐเกิดความเสียหายซ้ำซากจากผู้ประกอบการรายเดิมๆ ที่เคยทำพลาด และคาดหวังว่ามาตรการนี้ จะช่วยทำให้ผู้ประกอบการมีความรับผิดชอบต่องานและต่อสังคมมากยิ่งขึ้น
‘สมุดพกผู้รับเหมา’ มีผลกับโครงการไหน ?
ระเบียบดังกล่าว มีผลบังคับใช้กับโครงการที่มีการเผยแพร่ประกาศและลงนามในสัญญาตั้งแต่ วันที่ 10 กรกฎาคม 2569 เป็นต้นไป โดยครอบคลุม 3 กลุ่มงาน
งานก่อสร้างทั่วไปที่มีมูลค่าตั้งแต่ 5 ล้านบาทขึ้นไป เฉพาะของ 6 หน่วยงานหลัก ได้แก่ กรมชลประทาน, กรมทางหลวง, กรมทางหลวงชนบท, กรมเจ้าท่า, กรมทรัพยากรน้ำ และกรมโยธาธิการและผังเมือง
งานอาคารสูง อาคารขนาดใหญ่พิเศษ หรืออาคารชุมนุมคน ของหน่วยงานรัฐทุกแห่ง (รวมถึงอาคารที่ไม่สูงหรือใหญ่แต่เป็นที่รวมพลของคน)
งานก่อสร้างทุกประเภทที่มีมูลค่าตั้งแต่ 1,000 ล้านบาทขึ้นไป ของหน่วยงานรัฐทุกแห่ง
นอกจากขอบเขตบังคับใช้ในปัจจุบันแล้ว อธิบดีกรมบัญชีกลาง ยังระบุว่า ในอนาคตหากเห็นว่ามีงานประเภทใดที่ควรต้องเข้าเกณฑ์ประเมินด้วย ก็เปิดช่องให้สามารถ “ประกาศเพิ่มเติม” ได้
ประเมิน-หักคะแนนอย่างไร ?
ช่วงเวลาการประเมินและเกณฑ์การหักคะแนนความเสียหาย การประเมินแบ่งเป็น 2 ช่วง คือ ช่วงปฏิบัติงานตามสัญญา และช่วงรับประกันความชำรุดบกพร่อง โดยจะคิดเป็นคะแนนสะสมตามความร้ายแรงของเหตุการณ์
60 คะแนน : ถูกบอกเลิกสัญญา หรือ ทำงานไม่ได้มาตรฐานวิชาช่าง/ประมาทเลินเล่อ หรือ การกระทำนั้นเป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิต
30 คะแนน : ทำงานล่าช้าจนมีค่าปรับเกินร้อยละ 10 ของวงเงินค่าจ้าง หรือ เป็นเหตุให้เกิดอันตรายสาหัส
10-20 คะแนน : ไม่ดำเนินการแก้ไขความชำรุดบกพร่องในระยะเวลาประกัน ซึ่งส่งผลกระทบต่อโครงสร้างหลัก
10 คะแนน : เกิดความเสียหายแก่ประโยชน์สาธารณะ
5 คะแนน : ทรัพย์สินเสียหาย
บทลงโทษ
บทลงโทษ (พิจารณาจากคะแนนความเสียหายสะสม) เนื่องจากผู้ประกอบการอาจรับหลายงาน การคำนวณโทษจะใช้ “คะแนนสะสม” จากทุกเหตุการณ์ โดยแบ่งระดับการลงโทษดังนี้
ก. การระงับการยื่นข้อเสนอและระงับการทำสัญญา
สะสม 1-9 คะแนน : ยังไม่มีการระงับงาน
สะสม 10-29 คะแนน : ระงับ 30 วัน
สะสม 30-59 คะแนน : ระงับ 90 วัน
สะสม 60-119 คะแนน : ระงับ 180 วัน
สะสม 120-179 คะแนน : ระงับ 360 วัน
สะสม 180-239 คะแนน : ระงับ 540 วัน
สะสมตั้งแต่ 240 คะแนนขึ้นไป : ระงับสูงสุด 720 วัน
เงื่อนไขพิเศษ : หากผู้ประกอบการเคยถูกระงับงานไปแล้ว และทำผิดซ้ำจนคะแนนสะสมเพิ่มขึ้น ให้นำจำนวนวันที่เคยถูกระงับไปแล้วมาหักออกจากจำนวนวันระงับในครั้งใหม่ เพื่อไม่ให้เป็นการรับโทษซ้ำซ้อน
ข. การปรับลดระดับชั้นผู้ประกอบการ (สำหรับผู้มีคะแนนสะสมตั้งแต่ 120 คะแนนขึ้นไป)
สะสม 120-179 คะแนน : ปรับลดระดับชั้นเป็นเวลา 720 วัน
สะสม 180-239 คะแนน : ปรับลดระดับชั้นเป็นเวลา 1,080 วัน
สะสมตั้งแต่ 240 คะแนนขึ้นไป : ปรับลดระดับชั้นสูงสุด 1,440 วัน
เมื่อพ้นกำหนดเวลา สามารถยื่นคำขอเพื่อไต่กลับขึ้นระดับชั้นเดิมได้ โดยต้องสร้างผลงานสะสมให้ผ่านเกณฑ์ปกติต่อไป
ค. การเพิกถอนชื่อออกจากทะเบียน (Blacklist)
บังคับใช้เมื่อผู้ประกอบการถูกปรับลดระดับชั้นจนอยู่ระดับต่ำสุดแล้ว หรือ กรณีร้ายแรงที่ทำงานผิดมาตรฐาน/ประมาทเลินเล่อจนมีคนเสียชีวิต โดยผู้ที่ถูกเพิกถอนจะสามารถขอขึ้นทะเบียนใหม่ได้เมื่อพ้นระยะเวลา 2 ปี
เก็บคะแนน 2 ปี-ยื่นอุทธรณ์ได้
กระบวนการแจ้งผล การอุทธรณ์ และอายุของคะแนน ‘สมุดพกผู้รับเหมา’ มีรายละเอียดสำคัญ ดังนี้
การอุทธรณ์ : หน่วยงานของรัฐจะแจ้งผลผ่านระบบ e-GP หากผู้ประกอบการไม่เห็นด้วย สามารถยื่นอุทธรณ์ต่อหน่วยงานคู่สัญญาได้ภายใน 7 วันทำการ
หากหน่วยงานไม่เห็นด้วยกับคำอุทธรณ์ จะต้องส่งเรื่องให้ผู้มีอำนาจระดับถัดไปพิจารณาเพื่อความโปร่งใส (Check and Balance)
การลบคะแนนอัตโนมัติ : คะแนนความเสียหายจะมีอายุ 2 ปี ย้อนหลัง นับจากวันที่ประกาศผลคะแนน เมื่อครบ 2 ปี กรมบัญชีกลางจะลบคะแนนนั้นออกจากระบบ
กรณีฟ้องศาล : หากเรื่องถึงชั้นศาลและศาลมีคำพิพากษาถึงที่สุดว่าผู้ประกอบการไม่ได้เป็นฝ่ายผิด หน่วยงานรัฐต้องดำเนินการลบคะแนนออกจากระบบทันที