เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
K PLUS อัปเกรดฟีเจอร์ซื้อ-ขายทองคำ 4 ร้านทองชั้นนำ ด้วยสกุลเงิน USD
Finance K PLUS อัปเกรดฟีเจอร์ซื้อ-ขายทองคำ 4 ร้านทองชั้นนำ ด้วยสกุลเงิน USD
บลจ.กรุงศรี มีมุมมองเชิงบวกต่อหุ้นไทย แนะจัดพอร์ตลงทุนครึ่งปีหลัง
Finance บลจ.กรุงศรี มีมุมมองเชิงบวกต่อหุ้นไทย แนะจัดพอร์ตลงทุนครึ่งปีหลัง
ราคาน้ำมันดิบปรับเพิ่ม จากเหตุโจมตีเรือบรรทุกน้ำมันในทะเลแดง
Economic ราคาน้ำมันดิบปรับเพิ่ม จากเหตุโจมตีเรือบรรทุกน้ำมันในทะเลแดง
SET วันนี้ (24 ก.ค.) กรอบ 1,620-1,650 จุด อัพไซด์เริ่มจำกัด บอนด์ยีลด์สหรัฐพุ่งแรง-ดอลลาร์แข็งโป๊ก
Finance SET วันนี้ (24 ก.ค.) กรอบ 1,620-1,650 จุด อัพไซด์เริ่มจำกัด บอนด์ยีลด์สหรัฐพุ่งแรง-ดอลลาร์แข็งโป๊ก
เร่งท่องเที่ยวไทยทุกมิติ วางรากฐานก่อนเปลี่ยนผ่าน
Business เร่งท่องเที่ยวไทยทุกมิติ วางรากฐานก่อนเปลี่ยนผ่าน
สะท้อนตัวตนที่สดใส Marimekko เปิดตัว เต้ย-จรินทร์พรBrand Ambassador คนแรก
Biz Movement สะท้อนตัวตนที่สดใส Marimekko เปิดตัว เต้ย-จรินทร์พรBrand Ambassador คนแรก
Scenic ชวนล่องเรือยอชต์ประสบการณ์อัลตราลักเซอรี่ยุโรป อาร์กติก แอนตาร์กติกา ฯ
Biz Movement Scenic ชวนล่องเรือยอชต์ประสบการณ์อัลตราลักเซอรี่ยุโรป อาร์กติก แอนตาร์กติกา ฯ
เยนอ่อนค่า…เมื่อ ‘สินทรัพย์ปลอดภัย’ กลายเป็นโจทย์ใหญ่เศรษฐกิจญี่ปุ่น
World เยนอ่อนค่า…เมื่อ ‘สินทรัพย์ปลอดภัย’ กลายเป็นโจทย์ใหญ่เศรษฐกิจญี่ปุ่น
รัฐบาล เปิดฟังความเห็น “เออรี่รีไทร์ ข้าราชการ” ชงควรเริ่มอายุ 40 หรือ 50 ปี
Politics รัฐบาล เปิดฟังความเห็น “เออรี่รีไทร์ ข้าราชการ” ชงควรเริ่มอายุ 40 หรือ 50 ปี
ราคาทองวันนี้ (24 ก.ค. 69) ร่วงลง 700 บาท รูปพรรณบาทละ 65,600 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (24 ก.ค. 69) ร่วงลง 700 บาท รูปพรรณบาทละ 65,600 บาท
ดูทั้งหมด

SCGD ตั้งฐานผลิต Smart Toilet ปั้นแบรนด์ COTTO รุกอาเซียน ยุบโรงงานลดต้นทุน 20%

22 ก.ค. 2569 | 15:13น.
นำพล มลิชัย

SCGD เร่งทรานส์ฟอร์มธุรกิจรับเศรษฐกิจชะลอ อนุมัติร่วมทุนผู้ผลิตจีนตั้งโรงงานประกอบสุขภัณฑ์อัจฉริยะ (Smart Toilet) ในไทยภายใต้แบรนด์ COTTO ปักหมุดเป็นฐานส่งออกอาเซียน ควบคู่แผนรวมศูนย์การผลิต ลดโรงงานกระเบื้องจาก 4 แห่ง เหลือ 2 แห่ง ลดต้นทุน 16-20% พร้อมโชว์กำไรจากการดำเนินงานไตรมาส 2/69 ยังเติบโต

นายนำพล มลิชัย ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัทเอสซีจี เดคคอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ SCG Decor (SCGD) เปิดเผยว่า คณะกรรมการบริษัทได้อนุมัติการร่วมทุนกับผู้ผลิตสุขภัณฑ์อัจฉริยะรายใหญ่จากประเทศจีน ซึ่งเป็นฐานการผลิตให้กับแบรนด์ชั้นนำจากสวิตเซอร์แลนด์ เพื่อจัดตั้งโรงงานประกอบ Smart Toilet ในประเทศไทย

คาดว่าจะเริ่มเดินเครื่องผลิตได้ในเดือนเมษายน 2570 โดยโรงงานแห่งนี้จะใช้ประเทศไทยเป็นฐานการผลิตและส่งออกไปยังตลาดอาเซียน รวมถึงตลาดโลก รองรับแนวโน้มความต้องการสุขภัณฑ์อัจฉริยะที่เติบโตอย่างต่อเนื่อง

ทั้งนี้จะควบคู่ไปถึงเรื่องการรวมศูนย์การผลิต (Plant Consolidation) ด้วยงบลงทุน 957 ล้านบาท โดยจะทยอยลดจำนวนโรงงานผลิตกระเบื้องในประเทศไทยจาก 4 แห่ง เหลือ 2 แห่ง ภายในปี 2570 เพื่อเพิ่มอัตราการใช้กำลังการผลิต (Utilization Rate) เป็น 90% ส่งผลให้ต้นทุนการผลิตลดลง 16-20% หรือคิดเป็นการประหยัดค่าใช้จ่ายราว 380 ล้านบาทต่อปี ซึ่งจะช่วยยกระดับความสามารถในการแข่งขันและเพิ่มความสามารถในการทำกำไรในระยะยาว

นอกจากนี้ บริษัทยังเดินหน้าขยายธุรกิจในต่างประเทศ โดยเฉพาะเวียดนาม ซึ่งเป็นฐานการผลิตสำคัญ หลังยอดส่งออกเติบโตถึง 98% จากต้นทุนการผลิตที่แข่งขันได้และการออกแบบสินค้าที่ได้รับการยอมรับในตลาดโลก ส่งผลให้สามารถขยายตลาดไปยังยุโรป สหรัฐอเมริกา และเม็กซิโกได้อย่างต่อเนื่อง

ขณะที่ตลาดฟิลิปปินส์ บริษัทได้ปรับแผนส่งออกสินค้าจากเวียดนามไปยังพื้นที่ตอนกลางและตอนใต้ของประเทศแทนการผลิตในท้องถิ่น ช่วยลดต้นทุนโลจิสติกส์และผลักดันยอดขายผ่านช่องทางดังกล่าวเติบโตถึง 162%

สำหรับผลการดำเนินงานไตรมาส 2 ปี 2569 บริษัทมีกำไรจากการดำเนินงานปกติ 268 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 2% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน และเพิ่มขึ้น 16% จากไตรมาสแรก ขณะที่ครึ่งปีแรกมีกำไรจากการดำเนินงานปกติ 500 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 3% โดยมี Adjusted EBITDA อยู่ที่ 805 ล้านบาทในไตรมาส 2 และ 1,566 ล้านบาทในช่วงครึ่งปีแรก แม้ว่ารายได้รวมไตรมาส 2 จะลดลง 7% เหลือ 5,370 ล้านบาท จากภาวะเศรษฐกิจในประเทศที่ชะลอตัว

แต่บริษัทสามารถรักษาความสามารถในการทำกำไรได้ โดยมีอัตรากำไรขั้นต้น (Gross Profit Margin) เพิ่มขึ้นแตะ 29.8% และอัตรากำไรสุทธิ (Net Profit Margin) อยู่ที่ 4.9% ซึ่งเป็นระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ จากการบริหารต้นทุน การปรับราคาสินค้าให้สอดคล้องกับต้นทุนพลังงาน และการเพิ่มสัดส่วนสินค้ามูลค่าเพิ่มสูงที่ปัจจุบันคิดเป็น 38% ของยอดขายรวม