เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
‘10 บิ๊กอสังหาฯ’ แข่งเดือด ชิงกำลังซื้อโค้งสุดท้ายไตรมาส 3 
Real Estate ‘10 บิ๊กอสังหาฯ’ แข่งเดือด ชิงกำลังซื้อโค้งสุดท้ายไตรมาส 3 
โตโยต้า ฟาร์มเอ็กซ์โปเอเชีย 2026 เชื่อมเกษตรไทยสู่ตลาดโลก
SD โตโยต้า ฟาร์มเอ็กซ์โปเอเชีย 2026 เชื่อมเกษตรไทยสู่ตลาดโลก
ตลท.จีบ 4 บริษัทใหญ่เข้าหุ้นไทย! LINE MAN Wongnai-CJ MORE-ThaiBev-รีทเซ็นทรัล
Finance ตลท.จีบ 4 บริษัทใหญ่เข้าหุ้นไทย! LINE MAN Wongnai-CJ MORE-ThaiBev-รีทเซ็นทรัล
‘ทีเส็บ’ ยกระดับ Platform เชื่อมเครือข่ายข้อมูลอุตฯ ไมซ์ 
Business ‘ทีเส็บ’ ยกระดับ Platform เชื่อมเครือข่ายข้อมูลอุตฯ ไมซ์ 
พระราชินี ทอดพระเนตรการแสดงเฉลิมพระเกียรติ Alice in Wonderland
ข่าวในพระราชสำนัก พระราชินี ทอดพระเนตรการแสดงเฉลิมพระเกียรติ Alice in Wonderland
เปิดลิสต์รายชื่อ CEO บิ๊กเทคฯ ‘ทรัมป์’ หนีบร่วมโต๊ะดินเนอร์ ‘สี’
Tech เปิดลิสต์รายชื่อ CEO บิ๊กเทคฯ ‘ทรัมป์’ หนีบร่วมโต๊ะดินเนอร์ ‘สี’
BOI รับโจทย์หนุน 7 อุตฯ ดันเงินลงทุนเพิ่ม-ดีดจีดีพีโต 3%
Economic BOI รับโจทย์หนุน 7 อุตฯ ดันเงินลงทุนเพิ่ม-ดีดจีดีพีโต 3%
ทรู ดิจิทัล พาร์ค ส่งแคมเปญ “Hello, Connecting to New Possibilities” คว้าแชมป์ Best Property & Real Estate Influencer Campaign
Uncategorized ทรู ดิจิทัล พาร์ค ส่งแคมเปญ “Hello, Connecting to New Possibilities” คว้าแชมป์ Best Property & Real Estate Influencer Campaign
กทม. แจงยิบ! ทำไมงบ ‘รถขยะ EV’ ยังไม่มี TOR เปิดไทม์ไลน์-ชวนประชาชนร่วมตรวจสอบ
Politics กทม. แจงยิบ! ทำไมงบ ‘รถขยะ EV’ ยังไม่มี TOR เปิดไทม์ไลน์-ชวนประชาชนร่วมตรวจสอบ
ราคาทองวันนี้ (25 ก.ย. 69) ขยับขึ้น 150 บาท รูปพรรณขายออก 68,450 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (25 ก.ย. 69) ขยับขึ้น 150 บาท รูปพรรณขายออก 68,450 บาท
ดูทั้งหมด

สทนช.เตือนฝนหนัก แต่ยังเสี่ยงแล้งบางพื้นที่

24 ก.ย. 2569 | 13:00น.

สถานการณ์น้ำไทยเผชิญความเสี่ยง “สองด้าน” สทนช.เผยอ่างเก็บน้ำทั่วประเทศมีน้ำ 72% แต่กระจายไม่เท่ากัน ภาคกลางมีน้ำเพียง 51% ต่ำสุดใน 6 ภาค ขณะที่ช่วง 22-26 ก.ย. ฝนมีแนวโน้มลดลง แต่ยังเสี่ยงฝนหนักถึงหนักมากบางพื้นที่ ด้าน ส.อ.ท.เตือนภาคอุตสาหกรรมอย่าประเมินน้ำจากภาพรวมประเทศ เร่งเช็ก Water Balance และสำรองน้ำรับฤดูแล้ง โดยเฉพาะภาคกลางและ EEC พร้อมรับมืออีกด้านจากน้ำท่วมที่อาจกระทบโรงงาน-โลจิสติกส์-ซัพพลายเชน

รายงานข่าวจากสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) ระบุว่า สถานการณ์น้ำในอ่างเก็บน้ำทั่วประเทศมีปริมาณน้ำรวม 58,250 ล้านลูกบาศก์เมตร หรือ 72% ของความจุเก็บกัก และมีปริมาณน้ำใช้การ 34,130 ล้านลูกบาศก์เมตร หรือ 60% แต่เมื่อพิจารณาเป็นรายภาคพบว่าปริมาณน้ำมีความแตกต่างกันค่อนข้างมาก 

โดยภาคกลางมีปริมาณน้ำ 955 ล้านลูกบาศก์เมตร หรือ 51% ต่ำที่สุดเมื่อเทียบกับทุกภูมิภาค รองลงมาคือภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 7,199 ล้านลูกบาศก์เมตร หรือ 60% ภาคตะวันออก 1,957 ล้านลูกบาศก์เมตร หรือ 62% ภาคเหนือ 18,548 ล้านลูกบาศก์เมตร หรือ 67% ภาคใต้ 5,219 ล้านลูกบาศก์เมตร หรือ 68% ส่วนภาคตะวันตกมีน้ำ 24,372 ล้านลูกบาศก์เมตร หรือ 86%

สำหรับ 4 เขื่อนหลักลุ่มน้ำเจ้าพระยา เขื่อนภูมิพลมีน้ำ 8,110 ล้านลูกบาศก์เมตร หรือ 60% เขื่อนสิริกิติ์ 7,453 ล้านลูกบาศก์เมตร หรือ 78% เขื่อนแควน้อยบำรุงแดน 553 ล้านลูกบาศก์เมตร หรือ 59% และเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ 557 ล้านลูกบาศก์เมตร หรือ 64% 

ขณะที่สถานการณ์ฝน ประเทศไทยยังมีฝนตกหนักบางแห่ง 

อย่างไรก็ดี สทนช.คาดการณ์ว่า ช่วงวันที่ 22-26 กันยายน 2569 ประเทศไทยจะมีฝนลดลง แต่ยังมีฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่ง โดยเฉพาะภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง ภาคกลาง รวมทั้งกรุงเทพฯ และปริมณฑล และภาคตะวันออก เนื่องจากร่องมรสุมจะเลื่อนขึ้นมาพาดผ่านพื้นที่ดังกล่าว

ด้านนายปรีดา วัชรเธียรสกุล รองประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) และประธานสถาบันน้ำ สิ่งแวดล้อม และ Climate Change กล่าวว่า สถานการณ์ขณะนี้สะท้อนว่าภาคอุตสาหกรรมต้องรับมือความเสี่ยงด้านน้ำ 2 ด้านพร้อมกัน คือ ป้องกันผลกระทบจากฝนตกหนักและน้ำท่วมในระยะสั้น ควบคู่กับการประเมินน้ำต้นทุนและวางแผนใช้น้ำสำหรับฤดูแล้ง เพราะการมีฝนตกหนักในบางช่วงไม่ได้หมายความว่าทุกพื้นที่จะมีน้ำเพียงพอ 

ข้อมูลที่ ส.อ.ท.ติดตามก่อนหน้านี้พบว่า ปริมาณฝนสะสมทั่วประเทศระหว่างวันที่ 1 มกราคม-13 กันยายน 2569 อยู่ที่ 1,032.6 มิลลิเมตร ต่ำกว่าค่าปกติ 10% โดยพื้นที่ที่มีฝนสะสมต่ำกว่าค่าปกติมาก ได้แก่ ภาคใต้ฝั่งตะวันออก 28% ภาคกลาง 18% และภาคตะวันออก 13% ทำให้ต้องประเมินความเพียงพอของน้ำต้นทุนก่อนเข้าสู่ฤดูแล้ง

ทั้งนี้ แม้ตัวเลขน้ำในอ่างภาพรวมประเทศจะอยู่ในระดับสูง แต่ไม่ควรใช้ค่าเฉลี่ยระดับประเทศเป็นตัวชี้วัดความมั่นคงด้านน้ำเพียงอย่างเดียว เนื่องจากสถานการณ์ของแต่ละพื้นที่แตกต่างกัน โดยเฉพาะภาคกลางและภาคตะวันออก ซึ่งเป็นฐานเศรษฐกิจและอุตสาหกรรมสำคัญ

สำหรับภาคตะวันออก อย่างไรก็ดี ต้องติดตามทั้งปริมาณน้ำต้นทุนและสมดุลระหว่างน้ำที่มีอยู่กับความต้องการใช้น้ำ หรือ Water Balance โดยเฉพาะพื้นที่เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) เพื่อประเมินความเพียงพอของน้ำสำหรับภาคการผลิตในช่วงฤดูแล้ง

ขณะเดียวกันความเสี่ยงระยะสั้นจากฝนตกหนักและน้ำท่วมยังต้องเฝ้าระวัง เนื่องจากหากน้ำเข้าสู่พื้นที่อุตสาหกรรมอาจกระทบระบบไฟฟ้า เครื่องจักร การจัดเก็บวัตถุดิบ สารเคมีและสินค้า รวมถึงเส้นทางขนส่งและห่วงโซ่อุปทาน ส.อ.ท.จึงแนะนำโรงงานในพื้นที่เสี่ยงตรวจสอบระบบระบายน้ำ แนวป้องกันน้ำท่วม ป้องกันเครื่องจักรและระบบไฟฟ้า รวมถึงทบทวนแผนฉุกเฉินและแผนความต่อเนื่องทางธุรกิจ (BCP)

ส่วนสถานการณ์ลุ่มน้ำเจ้าพระยา คาดว่าจะทำให้ปริมาณน้ำเหนือเขื่อนเจ้าพระยาอยู่ที่ประมาณ 1,550-1,650 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที 

กรมชลประทานจะรับน้ำเข้าระบบชลประทานทั้ง 2 ฝั่งในอัตรา 400-450 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที และจำเป็นต้องบริหารน้ำผ่านเขื่อนเจ้าพระยาเพิ่มเป็น 1,000-1,300 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ซึ่งจะส่งผลต่อพื้นที่ลุ่มต่ำนอกคันกั้นน้ำใน จ.พระนครศรีอยุธยา แต่จะไม่ส่งผลกระทบต่อพื้นที่ชุมชนภายในคันกั้นน้ำ

ขณะที่เขื่อนเจ้าพระยาระบายน้ำ 990 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที 

นอจากนี้ ส.อ.ท.แนะนำให้สถานประกอบการเปลี่ยนจากการรอรับมือปัญหา มาเป็นการวางแผนน้ำล่วงหน้า โดยประเมินความต้องการใช้น้ำเทียบกับน้ำต้นทุน ตรวจสอบทั้งแหล่งน้ำหลักและแหล่งน้ำสำรอง พร้อมจัดทำแผนบริหารน้ำ 3 ระดับ ได้แก่ ภาวะปกติ ภาวะเฝ้าระวัง และภาวะขาดแคลนน้ำ รวมถึงลดการสูญเสียน้ำ เพิ่มประสิทธิภาพการใช้ และนำน้ำกลับมาใช้ใหม่ 

พร้อมกันนี้ สถาบันน้ำ สิ่งแวดล้อม และ Climate Change ของ ส.อ.ท.อยู่ระหว่างพัฒนาระบบ Water Information & Early Warning เชื่อมโยงข้อมูล เพื่อจัดทำ Industrial Water Risk Map รวมถึงขยายเครือข่าย Water War Room เชื่อมข้อมูลภาครัฐและเอกชน เพื่อประเมินความเสี่ยงและวางแผนบริหารน้ำตามสถานการณ์แต่ละพื้นที่

แท็กที่เกี่ยวข้อง

สทนช. แล้ง