เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
BMHH ชวนรู้จัก “Confirmation Bias” อคติทางความคิด ที่ทำให้เรา “เชื่อในสิ่งที่ตัวเองอยากเชื่อ”
Biz Movement BMHH ชวนรู้จัก “Confirmation Bias” อคติทางความคิด ที่ทำให้เรา “เชื่อในสิ่งที่ตัวเองอยากเชื่อ”
BRANDi ชวนบิ๊กเนม เปิดเวทีคู่ขนาน ‘FUTURE-READY ECONOMY 2026’ ถกอนาคตเศรษฐกิจ
Uncategorized BRANDi ชวนบิ๊กเนม เปิดเวทีคู่ขนาน ‘FUTURE-READY ECONOMY 2026’ ถกอนาคตเศรษฐกิจ
ราคาทองวันนี้ (6 ต.ค. 69) ร่วงลง 400 บาท รูปพรรณขายออก 66,750 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (6 ต.ค. 69) ร่วงลง 400 บาท รูปพรรณขายออก 66,750 บาท
น้อมรำลึกถึงสมเด็จย่า เรียนรู้พื้นที่แห่งพระเมตตา“ไร่แม่ฟ้าหลวง” ในนิทรรศการ“คิดถึงสมเด็จย่า” ครั้งที่ 29
Biz Movement น้อมรำลึกถึงสมเด็จย่า เรียนรู้พื้นที่แห่งพระเมตตา“ไร่แม่ฟ้าหลวง” ในนิทรรศการ“คิดถึงสมเด็จย่า” ครั้งที่ 29
ค่ายรถมอ’ไซค์ “ฮอนด้า-ยามาฮ่า” เร่งช่วยภัยน้ำท่วม ตรวจเช็กสภาพรถ-ค่าแรงฟรี  
Uncategorized ค่ายรถมอ’ไซค์ “ฮอนด้า-ยามาฮ่า” เร่งช่วยภัยน้ำท่วม ตรวจเช็กสภาพรถ-ค่าแรงฟรี  
ไอคอนสยาม จัดเต็ม“J-Licious” พลิกเทศกาลกินเจ สู่เทรนด์เจเฮลตี้ 8-18 ตุลาคมนี้
Business ไอคอนสยาม จัดเต็ม“J-Licious” พลิกเทศกาลกินเจ สู่เทรนด์เจเฮลตี้ 8-18 ตุลาคมนี้
‘จ็อบส์’ ชี้ ‘MacBook จอสัมผัส’ เลวร้ายต่อผู้ใช้อย่างยิ่ง แต่ 16 ปีต่อมา Apple ดันมีแววเปิดตัว
Tech ‘จ็อบส์’ ชี้ ‘MacBook จอสัมผัส’ เลวร้ายต่อผู้ใช้อย่างยิ่ง แต่ 16 ปีต่อมา Apple ดันมีแววเปิดตัว
สำนักงาน กสทช. เมิน ประชุมบอร์ด กสทช. นัดพิเศษ มึน จับตาปมขัดแย้งใหม่ลาม
Tech สำนักงาน กสทช. เมิน ประชุมบอร์ด กสทช. นัดพิเศษ มึน จับตาปมขัดแย้งใหม่ลาม
อานันท์ ปันยารชุน ชี้สังคมไทย “ฟังไม่ค่อยเป็น มองความเห็นต่างเป็นปฏิปักษ์”
Biz Movement อานันท์ ปันยารชุน ชี้สังคมไทย “ฟังไม่ค่อยเป็น มองความเห็นต่างเป็นปฏิปักษ์”
ชลประทานจันทบุรีแจงปมน้ำท่วม  ยันไม่ได้เปิดประตู 100% ฝนหนักทำน้ำล้นสปิลเวย์
เศรษฐกิจภูมิภาค ชลประทานจันทบุรีแจงปมน้ำท่วม  ยันไม่ได้เปิดประตู 100% ฝนหนักทำน้ำล้นสปิลเวย์
ดูทั้งหมด

โรงสีพิจิตรเบี้ยวหนี้สหกรณ์กว่า 1.3 พันล้าน เกษตรฯ เร่งอัดสภาพคล่อง รับข้าวนาปีล็อตใหญ่ปลายปี

06 ต.ค. 2569 | 11:05น.

กระทรวงเกษตรฯ เร่งแก้ปัญหาโรงสีเอกชน 3 แห่งในพิจิตรค้างชำระค่าข้าวและหนี้สหกรณ์การเกษตร-กลุ่มเกษตรกร 12 แห่ง มูลค่าความเสียหายรวมกว่า 1,300 ล้านบาท หวั่นกระทบสภาพคล่องและการรับซื้อข้าวนาปีล็อตใหญ่ช่วงปลายปี ล่าสุดกรมส่งเสริมสหกรณ์ตั้งทีมติดตาม เตรียมใช้กองทุนพัฒนาสหกรณ์ช่วยเสริมสภาพคล่อง ยืนยันรับซื้อข้าวเปลือกจากสมาชิกยังเดินหน้าตามปกติ พร้อมยุติซื้อขายกับโรงสีคู่กรณีและหาโรงสีรายใหม่ในพื้นที่ใกล้เคียง

นายนิรันดร์ มูลธิดา อธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์ เปิดเผยว่า จากกรณีโรงสีเอกชนรายใหญ่ 3 แห่งในจังหวัดพิจิตร พื้นที่อำเภอทับคล้อ สามง่าม และโพทะเล ค้างชำระค่าข้าวเปลือกและหนี้แก่สหกรณ์การเกษตรและกลุ่มเกษตรกรรวม 12 แห่ง มูลค่าความเสียหายกว่า 1,300 ล้านบาท นางสาวปิยะรัฐชย์ ติยะไพรัช รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้สั่งการให้กรมส่งเสริมสหกรณ์เร่งเข้าไปดูแล เนื่องจากกังวลว่าปัญหาจะกระทบสภาพคล่องของสหกรณ์และเกษตรกรสมาชิก

ความเสียหายที่เกิดขึ้นมาจาก 3 ส่วนหลัก ได้แก่ โรงสีผิดนัดชำระหนี้สหกรณ์ สินค้าขาดบัญชีจากการฝากเก็บข้าวเปลือก หรือ “สต๊อกลม” และกรณีที่ยังอยู่ระหว่างดำเนินคดีกับโรงสี

นายนิรันดร์กล่าวว่า ความเสียหายรวมเดิมอยู่ที่กว่า 1,300 ล้านบาท โดยมีการเรียกคืนมาแล้วจำนวนหนึ่ง ขณะที่ปัจจุบันยังมีสหกรณ์การเกษตรและกลุ่มเกษตรกร 6 แห่งอยู่ระหว่างดำเนินคดี คิดเป็นวงเงินรวม 1,283.50 ล้านบาท

“ท่านรัฐมนตรีช่วยฯ มีความเป็นห่วงเกษตรกรที่อาจได้รับผลกระทบจากปัญหาที่เกิดขึ้น จึงได้สั่งการให้กรมส่งเสริมสหกรณ์เข้าไปดูแลแก้ปัญหาอย่างใกล้ชิด ความเสียหายจริง ๆ 1,300 กว่าล้าน เราเรียกคืนมาแล้วจำนวนหนึ่ง และได้ฟ้องร้องดำเนินคดีทางแพ่ง โดยศาลได้มีคำพิพากษาให้บริษัทชำระหนี้ตามคำฟ้องให้กับสหกรณ์และกลุ่มเกษตรกรแล้ว”

ปัจจุบันอยู่ระหว่างขั้นตอนสืบทรัพย์และบังคับคดี โดยให้รายงานความคืบหน้ามายังสำนักงานสหกรณ์จังหวัดพิจิตรเป็นระยะ

นายนิรันดร์กล่าวว่า กรมส่งเสริมสหกรณ์ได้มีหนังสือด่วนถึงรักษาการสหกรณ์จังหวัดพิจิตร ให้รวบรวมปัญหาและหาแนวทางช่วยเหลือเบื้องต้น เนื่องจากใกล้เข้าสู่ฤดูกาลเก็บเกี่ยวข้าวนาปี และสหกรณ์จำเป็นต้องเตรียมความพร้อมรับซื้อข้าวล็อตใหญ่จากสมาชิก

ล่าสุดเมื่อวันที่ 5 ตุลาคม 2569 สำนักงานสหกรณ์จังหวัดพิจิตรได้เรียกประชุมสหกรณ์การเกษตรและกลุ่มเกษตรกรที่ได้รับผลกระทบทั้ง 12 แห่ง เพื่อหาแนวทางแก้ปัญหาร่วมกัน และตั้งคณะทำงานติดตามสถานการณ์

ด้านนายกฤษฎ์ จารุชาติ ผู้อำนวยการกลุ่มจัดตั้งและส่งเสริมสหกรณ์ รักษาการสหกรณ์จังหวัดพิจิตร กล่าวว่า ข้อสรุปเบื้องต้นคือ สหกรณ์ทั้ง 12 แห่งยังสามารถรับซื้อข้าวเปลือกจากสมาชิกได้ตามปกติในฤดูเก็บเกี่ยวข้าวนาปี ซึ่งจะเริ่มตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน 2569 เป็นต้นไป

ขณะเดียวกัน ได้เตรียมเงินทุนบางส่วนเพื่อแก้ปัญหาสภาพคล่อง โดยหากสหกรณ์แห่งใดขาดสภาพคล่องจริง สามารถใช้กองทุนพัฒนาสหกรณ์เข้าช่วยเหลือในเบื้องต้น

“ตอนนี้สหกรณ์ทุกแห่งยังรับซื้อข้าวเปลือกตามปกติ เขตตะพานหินก็ยังรับซื้อ สามง่ามก็ยังรับซื้อ และเตรียมพร้อมสำหรับข้าวนาปีล็อตใหญ่ที่จะเข้ามาช่วงปลายปี”

นายกฤษฎ์กล่าวว่า จากนี้สหกรณ์จะยุติการซื้อขายข้าวเปลือกกับโรงสีคู่กรณีทันที และจะหาโรงสีรายใหม่ที่อยู่ไม่ไกลจากแหล่งผลิต หรือในจังหวัดใกล้เคียง เช่น นครสวรรค์ พิษณุโลก และสุโขทัย โดยให้แต่ละสหกรณ์เป็นผู้ดำเนินการจัดหาเอง

สำหรับคดีที่อยู่ระหว่างดำเนินการ ขณะนี้ฝ่ายนิติกรอยู่ระหว่างสรุปรายละเอียด โดยมีสหกรณ์และกลุ่มเกษตรกร 6 แห่งที่ดำเนินคดีกับเจ้าของโรงสีคู่กรณี ได้แก่ สหกรณ์การเกษตรบางมูลนาก จำกัด ความเสียหาย 459.85 ล้านบาท

สหกรณ์การเกษตรวังทรายพูน จำกัด ความเสียหาย 368.95 ล้านบาท สหกรณ์การเกษตรปฏิรูปที่ดินสามง่ามหนึ่ง จำกัด 63.01 ล้านบาท สหกรณ์การเกษตรสามง่าม จำกัด 329.81 ล้านบาท สหกรณ์การเกษตรบ้านกำแพงดิน จำกัด 40.86 ล้านบาท และกลุ่มเกษตรกรทำนาเนินปอ 21.01 ล้านบาท

รวมมูลค่าความเสียหายของทั้ง 6 แห่ง 1,283.50 ล้านบาท โดยกรมส่งเสริมสหกรณ์จะติดตามทั้งกระบวนการบังคับคดีและสถานะสภาพคล่องของสหกรณ์อย่างต่อเนื่อง เพื่อไม่ให้กระทบต่อการรับซื้อข้าวนาปีของเกษตรกรสมาชิกในช่วงปลายปี.