Skip to content

ตรึงค่าไฟต่ออีก 3.64 บาท รอบเดือน พ.ค.-ส.ค. ลุ้นคืนเงินค่าประกันการใช้ไฟฟ้า มี.ค. นี้

12 มี.ค. 2563 | 16:40น.
ตรึงค่าไฟต่ออีก 3.64 บาท รอบเดือน พ.ค.-ส.ค. ลุ้นคืนเงินค่าประกันการใช้ไฟฟ้า มี.ค. นี้

นายคมกฤช ตันตระวาณิชย์ เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.) ในฐานะโฆษก เปิดเผยว่า คณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.) มีมติให้คงอัตราค่าไฟฟ้าผันแปรอัตโนมัติ (ค่า FT) สำหรับการเรียกเก็บเดือน พ.ค.-ส.ค. 2563 จำนวน -11.60 สตางค์ต่อหน่วย ส่งผลให้ค่าไฟฟ้าเฉลี่ยอยู่ที่ 3.64 บาทต่อหน่วย(ไม่รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม) เพื่อบรรเทาผลกระทบค่าครองชีพประชาชนหลังจากการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ที่ส่งผลกระทบต่อการเติบโตของเศรษฐกิจไทยโดย กกพ. บริหารจัดการโดยใช้วงเงินประมาณ 5,120 ล้านบาท ในการดูแล

“การพิจารณาเอฟทีครั้งนี้จะเป็นส่วนการบริหารจัดการของ กกพ.ตามรอบบิลปกติที่จะต้องมีการพิจารณาเปลี่ยนแปลงค่าเอฟทีทุก 4 เดือนซึ่งหากไม่ดำเนินการใดๆ จะส่งผลให้ค่าเอฟทีปรับขึ้น 8.03 สตางค์ต่อหน่วยหรือเอฟทีมาอยู่ที่ -3.57 สตางค์ต่อหน่วย อย่างไรก็ตามหากพิจารณาในแง่แนวโน้มค่าเอฟทีในงวดต่อไป(ก.ย.-ธ.ค.63 )คาดว่าจะมีโอกาสปรับลดเพราะทิศทางราคาน้ำมันและก๊าซฯลดลง แต่จะต้องติดตามปัจจัยค่าเงินบาทเป็นสำคัญ”

สำหรับการปรับลดค่าไฟฟ้าตามมติคณะรัฐมนตรี(ครม.)เมื่อ 10 มี.ค. 2563 ที่จะให้ค่าเอฟทีลดลงอีก 3% หรือราว 10-11 สตางค์ต่อหน่วยนั้นจะมีการหารือร่วมกับการไฟฟ้านครหลวง(กฟน.)และการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค(กฟภ.) เพื่อพิจารณาในเร็วๆ นี้ว่าจะใช้วงเงินในการนำมาบริหารจัดการได้มากน้อยเพียงใดซึ่งหากลดในอัตราดังกล่าวคาดว่าจะใช้เงินอีกไม่ต่ำกว่า 6,000 ล้านบาทโดยการลดเอฟทีครั้งนี้จะมีผลในรอบบิลเดือนเม.ย.-มิ.ย.

สำหรับความคืบหน้าการคืนเงินประกันการใช้ไฟฟ้าตามมติ ครม.ว่า วันที่ 13 มี.ค.นี้ กกพ.จะหารือร่วมกับ กฟน.และ กฟภ. อีกครั้งถึงรายละเอียดในทางปฏิบัติเพื่อคืนเงินค่าประกันการใช้ไฟฟ้าให้กับประชาชนผู้ใช้ไฟประเภท 1 คือผู้ใช้ไฟรายย่อย และผู้ใช้ไฟประเภท2 กิจการขนาดเล็ก รวม 21.5 ล้านรายคิดเป็นวงเงินประมาณ 30,000 ล้านบาทซึ่งรูปแบบการคืนเงินเบื้องต้นทั้งการหักลบในบิลค่าไฟ การคืนเงินสดหน้าเคาท์เตอร์ ผ่านแอพลิเคชั่น เป็นต้น

“การคืนเงินเบื้องต้นจะมีการทยอยคืนโดยจะพิจารณาให้กลุ่มแรกที่ชื่อผู้วางเงินประกันตรงกับชื่อผู้ใช้ไฟและไม่มีหนี้ค่าจ่ายเป็นสำคัญ ซึ่งการจ่ายเงินประกันจะไม่เท่ากันขึ้นอยู่กับจำนวนแอมป์เช่น 5 แอมป์จะจ่าย 300 บาท มีจำนวน 8 แสนราย 15 แอมป์ 2 ล้านราย และกิจการขนาดเล็ก 5 แสนราย โดยส่วนที่มากสุดจะอยู่ 15 แอมป์”

สำหรับอีกกลุ่มที่จะได้รับการพิจารณาถัดมา จะเป็นกลุ่มที่ยังมีปัญหาในเรื่องคุณสมบัติ เช่น ผู้ขอมิเตอร์ไฟฟ้า เสียชีวิตแล้ว ซึ่งจะมีการพิจารณาอีกครั้งว่า จะดำเนินการอย่างไร เช่น ให้ทายาท นำเอกสารใบมรณะ และหลักฐานการเกี่ยวข้องมาขอรับเงินคืน , ผู้ซื้อบ้านต่อ หรือบ้านมือ 2 ที่ไม่ได้แจ้งเปลี่ยนชื่อเจ้าของมิเตอร์ ซึ่งกลุ่มนี้มีแนวโน้มต้องไปขอทำหนังสือยินยอมจากเจ้าของมิเตอร์คนเก่า หากไม่ยินยอม เจ้าของมิเตอร์รายแรก จะได้เป็นผู้รับคืนเงินไป ซึ่งจะมีการพิจารณารายละเอียดอีกครั้ง เพื่อป้องกันการฟ้องร้อง

นายประเทศ ศรีชมภู รองเลขาธิการ สกพ. กล่าวว่า เดิมที กกพ. มีแผนอยู่แล้วที่จะคืนเงินประกันการใช้ไฟในเดือน มิ.ย. แต่เพื่อเร่งดูแลเศรษฐกิจจึงจะเริ่มดำเนินการให้ได้ภายใน มี.ค. นี้และจะรวมถึงกรณีที่ผู้ที่จะยื่นเป็นผู้ใช้ไฟรายใหม่ที่เป็นผู้ใช้ไฟรายย่อยและกิจการขนาดเล็กจะไม่ต้องจ่ายเงินประกนการใช้ไฟอีกต่อไปโดยจะเหลือการจ่ายเพียงค่าตรวจสอบอุปกรณ์การใช้ไฟเพื่อความปลอดภัยซึ่งปัจจุบันผู้ใช้ไฟรายย่อยจะเก็บอยู่ 100-700 บาทขึ้นอยู่กับขนาดแอมป์ ส่วนกิจการขนาดเล็กเก็บอยู่ 1,500 บาท

“เดิมนั้นการยื่นขอใช้ไฟรายใหม่จะต้องวางเงิน 4 ส่วนได้แก่ เงินประกันการใช้ไฟ เงินค่าตรวจสอบอุปกรณ์ ค่าธรรมเนียมต่อไฟ ค่าส่วนเฉลี่ยการใช้พลังงานไฟฟ้า ซึ่งในส่วนส่วนหลังนี้กฟภ.ได้เลิกไปเมื่อ 1 ม.ค. 63 หลังจากที่ กฟน. ได้เลิกไปก่อนแล้วแต่ต่อไปจะเหลือส่วนเดียวคือเงินค่าตรวจสอบอุปกรณ์เท่านั้นสำหรับผู้ใช้ไฟรายย่อยและกิจการขนาดเล็กซึ่งก็จะต้องมาหารือกับ 2 การไฟฟ้าว่าจะทำอย่างไรไม่ให้เกิดปัญหาในระยะยาวและต้องรอให้กกพ.ประกาศก่อนซึ่งคาดว่าจะมีผลให้พร้อมๆกับการคืนเงินประกันการใช้ไฟมี.ค.หรือเม.ย.เป็นอย่างช้า”