เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ล้อมคอกนอมินี พาณิชย์จับมือกรมที่ดิน ไล่ตรวจต่างชาติใช้นิติบุคคลบังหน้าถือครองอสังหาฯ
Economic ล้อมคอกนอมินี พาณิชย์จับมือกรมที่ดิน ไล่ตรวจต่างชาติใช้นิติบุคคลบังหน้าถือครองอสังหาฯ
เปิดมหกรรมไม้ผล 8 จังหวัดภาคเหนือ เชื่อมสวน–สหกรณ์–ตลาดสู่ความยั่งยืน
เศรษฐกิจภูมิภาค เปิดมหกรรมไม้ผล 8 จังหวัดภาคเหนือ เชื่อมสวน–สหกรณ์–ตลาดสู่ความยั่งยืน
ทรัพย์สินทางปัญญาในพระปรมาภิไธย จาก “จักรยานผู้พิการทางแขน” สู่ต้นแบบนวัตกรรม
Economic ทรัพย์สินทางปัญญาในพระปรมาภิไธย จาก “จักรยานผู้พิการทางแขน” สู่ต้นแบบนวัตกรรม
เข้าพรรษาปล่อยปลา ระวังผิดกฎหมาย! กรมประมงเตือนปล่อย ‘เอเลี่ยนสปีชีส์’ โทษคุก 2 ปี ปรับ 2 ล้าน
Economic เข้าพรรษาปล่อยปลา ระวังผิดกฎหมาย! กรมประมงเตือนปล่อย ‘เอเลี่ยนสปีชีส์’ โทษคุก 2 ปี ปรับ 2 ล้าน
นมไทยต้องไปไกลกว่าเพื่อนบ้าน “วัชระพล” เปิดเกมดัน อ.ส.ค. บุกจีน-อาเซียน
Economic นมไทยต้องไปไกลกว่าเพื่อนบ้าน “วัชระพล” เปิดเกมดัน อ.ส.ค. บุกจีน-อาเซียน
น้ำต้นทุนพอ แต่ห้ามประมาท สทนช.เร่งรื้อสิ่งกีดขวาง รับฝนหนัก-เอลนีโญ 2570
Economic น้ำต้นทุนพอ แต่ห้ามประมาท สทนช.เร่งรื้อสิ่งกีดขวาง รับฝนหนัก-เอลนีโญ 2570
TSD แจงปมข้อมูลส่วนบุคคลรั่วไหล มีผู้ได้รับผลกระทบราว 2 แสนราย ยันไม่เกี่ยวกับแอปฯวิเศษ
Finance TSD แจงปมข้อมูลส่วนบุคคลรั่วไหล มีผู้ได้รับผลกระทบราว 2 แสนราย ยันไม่เกี่ยวกับแอปฯวิเศษ
LPN-เมเจอร์ฮอลลีวูด ดึง”สุกี้-หมูกระทะ”แบรนด์ดัง เปิดสาขา สร้างแม่เหล็กใหม่
Real Estate LPN-เมเจอร์ฮอลลีวูด ดึง”สุกี้-หมูกระทะ”แบรนด์ดัง เปิดสาขา สร้างแม่เหล็กใหม่
ผู้ว่าฯ ภูเก็ตมอบรางวัล “24 แบรนด์ดัง 2026” เชิดชูธุรกิจท้องถิ่นโดดเด่น
เศรษฐกิจภูมิภาค ผู้ว่าฯ ภูเก็ตมอบรางวัล “24 แบรนด์ดัง 2026” เชิดชูธุรกิจท้องถิ่นโดดเด่น
“แพน โฟ”เปิด 4 หลักสูตร MICRO MBA ครบทั้งธุรกิจ การเงิน การตลาด และ AI
HR “แพน โฟ”เปิด 4 หลักสูตร MICRO MBA ครบทั้งธุรกิจ การเงิน การตลาด และ AI
ดูทั้งหมด

ครม.ไฟเขียว ร่างเอกสารตกลงการค้าเสรีอาเซียน 3 ฉบับ ประชุมเดือนกันยายน

30 ส.ค. 2565 | 15:53น.

ครม.ไฟเขียว ร่างเอกสารความตกลงการค้าเสรีอาเซียน 3 ฉบับ ประชุมเดือนกันยายน

วันที่ 30 สิงหาคม 2565 ที่ทำเนียบรัฐบาล น.ส.รัชดา ธนาดิเรก รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติเห็นชอบร่างเอกสารการเจรจายกระดับความตกลงการค้าเสรีอาเซียน และอาเซียนกับคู่เจรจา รวม 3 ฉบับ ที่จะมีการจัดประชุมที่เกี่ยวข้องภายในเดือนกันยายน 2565 โดยร่างเอกสารแต่ละฉบับมีสาระสำคัญ ดังนี้

ฉบับแรก ร่างกรอบการเจรจาความตกลงการค้าเสรีของไทย ภายใต้ความตกลงการค้าเสรีอาเซียนและอาเซียนกับคู่เจรจา มีสาระสำคัญเป็นกรอบการเจรจาของไทยที่ใช้สำหรับจัดทำ ทบทวน หรือยกระดับความตกลงต่าง ๆ ภายในอาเซียนและอาเซียนกับคู่เจรจา มีเนื้อหาครอบคลุม 25 หัวข้อ ซึ่งจะใช้แทนกรอบการเจรจาเดิมที่ใช้มาตั้งแต่ปี 2552 ที่มี 15 หัวข้อเดิม และเพิ่มเติมใหม่ 10 หัวข้อ

อาทิ หัวข้อเดิม เช่น 1.การเข้าสู่ตลาดการค้าสินค้า ให้ลดอุปสรรคด้านศุลกากร 2.มาตรการปกป้องและมาตรการเยียวยาด้านการค้า กำหนดมาตรการปกป้องหรือเยียวยาภาคเกษตร 3.การลงทุน ให้ลดมาตรการทางกฎหมาย 4.พาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ การคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล

ส่วนหัวข้อเพิ่มเติม 10 หัวข้อ เช่น 1.กฎว่าด้วยถิ่นกำเนิดสินค้า เช่น ให้มีกฎว่าด้วยถิ่นกำเนิดสินค้า ที่สอดคล้องกับโครงสร้างการผลิตให้มากที่สุด 2.พิธีการศุลกากรและการอำนวยความสะดวกทางการค้า เช่น ส่งเสริมการอำนวยความสะดวกที่สอดคล้องกับหลักการขององค์การการค้าโลก (WTO) 3.การเคลื่อนย้ายบุคคลธรรมดา เช่น อำนวยความสะดวกให้บุคลากรมีฝีมือสามารถเข้าไปทำงานในประเทศภาคีได้

4.วิสาหกิจขนาดกลาง ขนาดย่อม และรายย่อย (MSMEs) เช่น ส่งเสริมการสร้างเครือข่ายธุรกิจของ MSMEs 5.อื่น ๆ เช่น ส่งเสริมความร่วมมือในสาขาอื่น เช่น การต่อต้านคอร์รัปชั่น การส่งเสริมสิทธิของเพศภาวะ กลุ่มเปราะบาง ชุมชนท้องถิ่น และให้สามารถเจรจาในเรื่องอื่นที่เป็นประโยชน์ต่อไทยได้

ฉบับที่สอง ร่างเอกสารข้อเสนอแนวทางการเจรจายกระดับความตกลงการค้าสินค้าของอาเซียน เป็นร่างเอกสารที่กำหนดแนวทางการเจรจายกระดับความตกลงการค้า เพื่อให้ความตกลงมีลักษณะครอบคลุมทั้งรูปแบบการค้าดั้งเดิมและประเด็นใหม่ในปัจจุบัน เกิดการรวมตัวทางเศรษฐกิจระหว่างประเทศสมาชิกมากขึ้น และมีพันธกรณีภายใต้องค์การการค้าโลก (WTO)

นอกจากนี้ ได้ปรับปรุงความตกลงหัวข้อเดิมที่มีอยู่ให้ทันสมัย อาทิ 1.มาตรการที่มิใช่ภาษี เช่น จะไม่ใช้การจำกัดปริมาณกับสินค้านำเข้า/ส่งออก 2.พิธีการศุลกากรและการอำนวยความสะดวกทางการค้า เช่น พิธีการศุลกากรที่เกี่ยวข้องกับการค้าแบบไร้กระดาษ

ฉบับที่สาม ร่างเอกสารขอบเขตการทบทวนความตกลงการค้าสินค้าอาเซียน-อินเดีย เป็นการปรับเนื้อหาตามหัวข้อต่าง ๆ ของความตกลงให้ทันสมัยขึ้น รวมทั้งปรับกฎระเบียบให้อำนวยความสะดวกในการประกอบธุรกิจ เช่น 1.การลดและยกเลิกมาตรการทางภาษีศุลกากรและที่มิใช่ภาษี 2.กฎว่าด้วยถิ่นกำเนิดสินค้า 3.พิธีการทางศุลกากรและการอำนวยความสะดวกทางการค้า

4.มาตรการสุขอนามัยและสุขอนามัยพืช 5.อุปสรรคทางเทคนิคต่อการค้า นอกจากนี้ มีหัวข้อหารือใหม่เพิ่มเติม เช่น 1.การเยียวยาทางการค้า ให้เป็นไปตามพันธกรณีภายใต้องค์การการค้าโลก โดยใช้ความตกลงการค้าเสรีอาเซียนกับประเทศอื่น (ASEAN+1) เป็นแนวทางในการเจรจา และ 2.ความร่วมมือทางเศรษฐกิจและวิชาการ

น.ส.รัชดากล่าวว่า กระทรวงพาณิชย์ได้จัดทำแนวทางเตรียมความพร้อมและเยียวยาช่วยเหลือผู้ได้รับผลกระทบจากการยกระดับความตกลงไว้แล้ว อาทิ 1.การเตรียมความพร้อมภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง เช่น สร้างความรู้ความเข้าใจเพื่อปรับตัวและใช้ประโยชน์จากความตกลง ส่งเสริมการสร้างมูลค่าเพิ่มและลดต้นทุนการผลิตที่ไม่จำเป็น พัฒนาด้านการอำนวยความสะดวกทางการค้าและระบบอิเล็กทรอนิกส์ ปรับปรุงกฎระเบียบที่จะอำนวยความสะดวกต่อการประกอบธุรกิจ เป็นต้น

2.พัฒนาระบบเตือนภัยทางการค้า (Trade Monitoring System) เพื่อเฝ้าระวังและเตือนภัยความผิดปกติทางการค้า และให้สามารถใช้มาตรการปกป้องกรณีที่มีการนำเข้าเพิ่มขึ้นอย่างมาก จนเกิดผลกระทบต่ออุตสาหกรรมภายในประเทศได้ทันท่วงที

ทั้งนี้ สืบเนื่องจากที่ประชุมรัฐมนตรีเศรษฐกิจอาเซียนในปี 2561 ได้มีมติให้ทบทวนและยกระดับความตกลงเขตการค้าเสรีของอาเซียนภายในปี 2565 ให้มีความทันสมัยตามรูปแบบการค้าที่เปลี่ยนแปลงไป ได้แก่ ความตกลงการค้าสินค้าอาเซียน และความตกลงเขตการค้าเสรีที่อาเซียนทำกับประเทศคู่เจรจา รวม 5 ฉบับ ประกอบด้วย ความตกลงเขตการค้าเสรีระหว่างอาเซียนกับจีน อินเดีย เกาหลีใต้ ออสเตรเลีย-นิวซีแลนด์ ดังนั้น ทางกระทรวงพาณิชย์จึงได้เตรียมการเจรจาเพื่อยกระดับความตกลงการค้าเสรีอาเซียนและอาเซียนกับคู่เจรจา โดยจัดทำร่างเอกสารจำนวน 3 ฉบับเสนอ ครม.พิจารณาในวันนี้

แท็กที่เกี่ยวข้อง

อาเซียน เศรษฐกิจ