กรมชลฯ ลุยช่วยพื้นที่น้ำท่วมขัง กทม.-ปริมณฑล ตั้งเครื่องสูบน้ำระบบไฮโดรโฟลว์ (hydroflow) เครื่องผลักดันน้ำ ปากคลองรังสิตฯ เพื่อเสริมศักยภาพในการระบายน้ำลงทะเล “ชัชชาติ” สั่งการเร่งระบายน้ำในคลองเปรมประชากร
วันที่ 9 กันยายน 2565 นายประพิศ จันทร์มา อธิบดีกรมชลประทาน เปิดเผยว่า จากสถานการณ์ฝนตกหนักสะสมในช่วงที่ผ่านมา ส่งผลให้เกิดน้ำท่วมขังในหลายพื้นที่ของกรุงเทพมหานครและจังหวัดปทุมธานี กรมชลประทาน ได้ใช้คลองแนวขวางฝั่งตะวันออกของแม่น้ำเจ้าพระยา
อาทิ คลองหกวาสายล่าง เร่งระบายน้ำลงสู่แม่น้ำนครนายก ผ่านสถานีสูบน้ำสมบูรณ์ จังหวัดนครนายก ที่ได้ติดตั้งเครื่องสูบน้ำไว้ 6 เครื่อง สามารถระบายน้ำได้ประมาณวันละ 1.3 ล้าน ลบ.ม. ส่วนที่คลองแสนแสบ (คลองบางขนาก) ระบายน้ำลงสู่แม่น้ำบางปะกง ผ่านประตูระบายน้ำบางขนาก จังหวัดฉะเชิงเทรา ที่ติดตั้งเครื่องสูบน้ำไว้แล้ว 20 เครื่อง
ระบายน้ำรวมกันประมาณวันละ 4.65 ล้าน ลบ.ม. และที่คลองประเวศน์บุรีรมย์ ระบายน้ำลงสู่แม่น้ำบางปะกง ผ่านประตูระบายน้ำกลางคลองประเวศน์ จังหวัดฉะเชิงเทรา ก่อนระบายออกสู่ทะเลอ่าวไทยอย่างเต็มศักยภาพ ช่วยเหลือบรรเทาความเดือดร้อนให้กับประชาชนที่ได้รับผลกระทบอย่างสุดกำลัง

นอกจากนี้ ยังใช้คลองแนวตั้งด้านฝั่งตะวันออกของแม่น้ำเจ้าพระยา ไม่ว่าจะเป็นคลอง 13 และคลองพระองค์ไชยานุชิต แบ่งรับน้ำจากทางตอนบนของกรุงเทพมหานคร ก่อนจะใช้สถานีสูบน้ำ (สน.) ที่ตั้งอยู่ริมคลองชายทะเล อาทิ สน.ชลหารพิจิตร สน.นางหงษ์ สน.เจริญราษฎร์ สน.บางปลา และ สน.สุวรรณภูมิ เป็นต้น เร่งระบายลงสู่ทะเลอ่าวไทย ซึ่งสถานีสูบน้ำและประตูระบายน้ำที่ตั้งอยู่ตามแนวคลองชายทะเล มีศักยภาพระบายน้ำได้รวมกันกว่า 42 ล้าน ลบ.ม.ต่อวัน
กรมชลประทานได้ใช้คลองแนวขวางฝั่งตะวันออกของแม่น้ำเจ้าพระยา อาทิ คลองหกวาสายล่าง เร่งระบายน้ำลงสู่แม่น้ำนครนายก ผ่านสถานีสูบน้ำสมบูรณ์ จังหวัดนครนายก ที่ได้ติดตั้งเครื่องสูบน้ำไว้ 6 เครื่อง สามารถระบายน้ำได้ประมาณวันละ 1.3 ล้าน ลบ.ม. ส่วนที่คลองแสนแสบ (คลองบางขนาก) ระบายน้ำลงสู่แม่น้ำบางปะกง ผ่านประตูระบายน้ำบางขนาก จังหวัดฉะเชิงเทรา ที่ติดตั้งเครื่องสูบน้ำไว้แล้ว 20 เครื่อง ระบายน้ำรวมกันประมาณวันละ 4.65 ล้าน ลบ.ม. และที่คลองประเวศน์บุรีรมย์ ระบายน้ำลงสู่แม่น้ำบางปะกง ผ่านประตูระบายน้ำกลางคลองประเวศน์ จังหวัดฉะเชิงเทรา ก่อนระบายออกสู่ทะเลอ่าวไทย
พร้อมกันนี้ ยังใช้คลองแนวตั้งด้านฝั่งตะวันออกของแม่น้ำเจ้าพระยา ไม่ว่าจะเป็นคลอง 13 และคลองพระองค์ไชยานุชิต แบ่งรับน้ำจากทางตอนบนของกรุงเทพมหานคร ก่อนจะใช้สถานีสูบน้ำ (สน.) ที่ตั้งอยู่ริมคลองชายทะเล อาทิ สน.ชลหารพิจิตร สน.นางหงษ์ สน.เจริญราษฎร์ สน.บางปลา และ สน.สุวรรณภูมิ เป็นต้น เร่งระบายลงสู่ทะเลอ่าวไทย ซึ่งสถานีสูบน้ำและประตูระบายน้ำที่ตั้งอยู่ตามแนวคลองชายทะเล มีศักยภาพระบายน้ำได้รวมกันกว่า 42 ล้าน ลบ.ม.ต่อวัน
ล่าสุดได้เร่งเข้าไปติดตั้งเครื่องสูบน้ำเสริมจำนวน 9 เครื่อง พร้อมเดินเครื่องเร่งระบายน้ำในคลองรังสิตฯ ส่งผลให้ปัจจุบันระดับน้ำในคลองรังสิตฯลดลงอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้การระบายน้ำมีประสิทธิภาพมากที่สุด ได้สั่งการให้นำเครื่องสูบน้ำระบบไฮโดรโฟลว์ (hydroflow) จำนวน 2 เครื่อง และเครื่องผลักดันน้ำ จำนวน 6 เครื่อง เข้าไปติดตั้งเพิ่มเติมทางฝั่งขวาของสถานีสูบน้ำกึ่งถาวรปากคลองรังสิตฯ เพื่อเสริมศักยภาพในการระบายน้ำได้มากยิ่งขึ้น บรรเทาความเดือดร้อนให้ประชาชนในพื้นที่จังหวัดปทุมธานีให้มากที่สุด จนกว่าจะสิ้นสุดฤดูฝน
อธิบดีกรมชลประทานยังยืนยันว่า กรมชลประทานมีเครื่องจักร เครื่องมือ และเครื่องสูบน้ำ ที่พร้อมจะเข้าไปสนับสนุนทุกหน่วยงาน ทุกพื้นที่ที่ได้รับการร้องขอ เพื่อร่วมกันเข้าไปช่วยเหลือและบรรเทาความเดือดร้อนให้กับประชาชน จนกว่าสถานการณ์จะเข้าสู่ภาวะปกติ

ชัชชาติ สั่งการเร่งระบายน้ำในคลองเปรมฯ
วันที่ 9 กันยายน 2565 นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เปิดเผยภายหลังลงพื้นที่ตรวจสถานการณ์น้ำในคลองเปรมประชากรว่า จุดน้ำท่วมหนักของกรุงเทพมหานคร ซึ่งมี 3 จุด ประกอบด้วย เขตดอนเมือง เขตบางเขน และเขตลาดกระบัง
ขณะนี้น้ำในคลองเปรมประชากรเต็ม เนื่องจากฝนตกปริมาณมากแล้วระบายไม่ทัน ซึ่งคลองเปรมประชากรระบายน้ำเป็นสองส่วน คือระบายลงคลองบางซื่อทางด้านล่าง และลงคลองรังสิตทางด้านบน
ซึ่งด้านบนระบายได้ไม่มาก ประมาณ 10 ลบ.ม./วินาที ส่วนด้านล่างได้ติดตั้งเครื่องผลักดันน้ำเพื่อเร่งระบายน้ำ จะเห็นได้ว่าคลองเปรมฯ มีข้อจำกัดเยอะ ส่วนใหญ่ยังไม่มีเขื่อน ทำให้ไม่สามารถขุดลอกได้ ระดับความลึกของคลองอยู่ที่ประมาณ -2 เมตร ทำให้รับน้ำได้ไม่มาก และยังมีบ้านรุกล้ำริมคลองประมาณ 2,000 ครัวเรือน ที่ยังไม่ได้รับการแก้ไข ซึ่งคงเป็นเรื่องที่ต้องดูแลในระยะยาวต่อไป
นายชัชชาติกล่าวเพิ่มเติมว่า ในเบื้องต้นมี 2 ส่วนที่ต้องดูแล
1.เร่งระบายน้ำให้เร็วที่สุดทั้งสองฝั่ง ทั้งฝั่งเหนือและฝั่งใต้
2.ต้องเข้าสู่หมวดการช่วยเหลือและการบรรเทาสาธารณภัย คือสำนักงานเขตและส่วนกลางต้องเข้ามาช่วยเหลือและดูแลประชาชนที่ได้รับผลกระทบ เรื่องอาหาร น้ำดื่ม เครื่องใช้จำเป็น ห้องน้ำ รวมทั้งผู้ป่วยติดเตียง
“ปัญหาคลองเปรมประชากร คลองลาดพร้าว เป็นปัญหาระยะยาวที่ต้องแก้ไข ทั้งเรื่องทำเขื่อน การขุดลอกคลอง และเพิ่มกำลังสูบปลายทาง เพื่อให้มีประสิทธิภาพในการระบายน้ำมากขึ้น” นายชัชชาติกล่าว

