เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ในหลวง-พระราชินี ทรงเปิดงาน “โครงการหลวง 57“ ทอดพระเนตรกุหลาบ “ควีนสุทิดา”
ข่าวในพระราชสำนัก ในหลวง-พระราชินี ทรงเปิดงาน “โครงการหลวง 57“ ทอดพระเนตรกุหลาบ “ควีนสุทิดา”
เปลี่ยนหงส์ไม่ง่าย
Columns เปลี่ยนหงส์ไม่ง่าย
‘ล้ำฤทธิ์’ ปั้น ‘ดิ โอทู แบงค็อก’ สปอร์ต-เวลเนสคอมเพล็กซ์ครบวงจร
Real Estate ‘ล้ำฤทธิ์’ ปั้น ‘ดิ โอทู แบงค็อก’ สปอร์ต-เวลเนสคอมเพล็กซ์ครบวงจร
หาเงินเก่ง กับรักษาเงินเก่ง
Finance หาเงินเก่ง กับรักษาเงินเก่ง
สมเด็จพระนางเจ้า พระบรมพระราชินี เสด็จฯ เปิดงานวันสตรีไทย 69
ข่าวในพระราชสำนัก สมเด็จพระนางเจ้า พระบรมพระราชินี เสด็จฯ เปิดงานวันสตรีไทย 69
ศุภมาส สั่งคุมเข้มแพลตฟอร์มออนไลน์ ดันกฎหมายร่วมเยียวยาผู้บริโภค เล็งเปิดทางฟ้องแบบกลุ่ม
Politics ศุภมาส สั่งคุมเข้มแพลตฟอร์มออนไลน์ ดันกฎหมายร่วมเยียวยาผู้บริโภค เล็งเปิดทางฟ้องแบบกลุ่ม
‘เซ็นทารา’ รุก รร.ลักเซอรี่ เปิด ‘รีเซิร์ฟกระบี่’ ธ.ค.นี้
Business ‘เซ็นทารา’ รุก รร.ลักเซอรี่ เปิด ‘รีเซิร์ฟกระบี่’ ธ.ค.นี้
นายกฯ ลั่นไม่หนุนลดโทษฆาตกรอุกอาจ ขอโทษชาวรัสเซีย ยันภาพรวมไทยยังปลอดภัย
Politics นายกฯ ลั่นไม่หนุนลดโทษฆาตกรอุกอาจ ขอโทษชาวรัสเซีย ยันภาพรวมไทยยังปลอดภัย
คปภ. ประสาน “ซมโปะ ประกันภัย” ใกล้ชิด ดูแลสิทธิผู้รับผลประโยชน์ “ฮลุน โซโล่”
Finance คปภ. ประสาน “ซมโปะ ประกันภัย” ใกล้ชิด ดูแลสิทธิผู้รับผลประโยชน์ “ฮลุน โซโล่”
ตรวจหวยวันนี้ ผลสลากกินแบ่งรัฐบาล งวด 1 ส.ค. 2569
ไฮไลท์ประชาชาติ ตรวจหวยวันนี้ ผลสลากกินแบ่งรัฐบาล งวด 1 ส.ค. 2569
ดูทั้งหมด

หอการค้า ชี้ “ช็อปดีมีคืน” แรงกระตุ้นเศรษฐกิจได้ดีโค้งสุดท้ายของปี’65

12 ต.ค. 2565 | 12:40น.
ธนวรรธน์ พลวิชัย

หอการค้าไทย ประเมินเศรษฐกิจปลายปี 2565 คึกคักจากนักท่องเที่ยว เงินสะพัดทั้งกลางวัน กลางคืน แนะรัฐพิจารณามาตรการกระตุ้นรอบใหม่ “ช็อปดีมีคืน” สร้างโมเมนตัมระบบเศรษฐกิจได้มาก เชื่อดัชนีความสุข การจับจ่ายใช้สอยเริ่มกลับมา ส่งผล GDP โตได้ในกรอบ 3-3.5% หนุนปี 2566 เชื่อมั่นเศรษฐไทยฟื้น ขณะที่ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคเดือน ก.ย. ปรับตัวดีขึ้นต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 4 สูงสุดในรอบ 8 เดือน

วันที่ 12 ตุลาคม 2565 นายธนวรรธน์ พลวิชัย อธิการบดีมหาวิทยาลัยหอการค้าไทย และประธานที่ปรึกษาศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ เปิดเผยว่า โค้งสุดท้ายของปี 2565 (ไตรมาส 4 หรือ ต.ค.-ธ.ค.) หากรัฐบาลสามารถออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจอีกระลอกได้ ผ่านโครงการช็อปดีมีคืน ซึ่งเป็นการเจาะเฉพาะกลุ่มเป้าหมายที่มีกำลังซื้อ ภายใต้วงเงินการใช้จ่าย 30,000 บาทนั้น

จะเป็นอีกเครื่องมือในการช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจได้เป็นอย่างดี แม้ว่ารัฐจะสูญเสียการจัดเก็บรายได้จากภาษี 7,000-10,000 ล้านบาท แต่ทำให้มีกระแสเงินหมุนเวียนในระบบประมาณ 50,000 ล้านบาท นับว่าเป็นมาตรการที่คุ้มค่า

อย่างไรก็ตาม ไม่เพียงการออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจเพียงอย่างเดียว แต่การที่จะทำให้เศรษฐกิจภายในประเทศ และการจับจ่ายใช้สอยกลับมา อันดับ 1 คือการอุ้มราคาน้ำมันดีเซล ลดค่าครองชีพ เพื่อไม่ให้เป็นภาระทั้งการใช้ชีวิตประจำวันของคนใช้รถประชาชนทั่วไป รวมถึงไม่เพิ่มต้นทุนภาคการผลิตให้กับภาคอุตสาหกรรม ดังนั้นแล้ว ช่วงโค้งสุดท้ายของปีแม้ว่าจะมีปัจจัยบวก ที่จะส่งผลให้แนวโน้มเศรษฐกิจของไทยฟื้นกลับมา แต่การกระตุ้นเศรษฐกิจเฟส 6 ก็ช่วยได้เช่นกัน

“ปี 2566 เศรษฐกิจไทยฟื้นแน่นอน เราเห็นสัญญาณจากภาคการท่องเที่ยว สถิติพบว่าแต่ละวันมีนักท่องเที่ยวเดินทางเข้ามากกว่า 1 แสนคน GDP ก็ยังคงโตได้ในกรอบ 3-3.5% ส่วนเศรษฐกิจโลกยังซึมด้วยปัจจัยลบมีมาก”

อย่างไรก็ตาม จากการสำรวจดัชนีความเชื่อมั่นของผู้บริโภคประจำเดือน ก.ย. 2565 พบว่า ปรับตัวดีขึ้นต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 4 และอยู่ในระดับสูงสุดในรอบ 8 เดือนนับตั้งแต่เดือน ก.พ. 2565 เป็นต้นมา เนื่องจากผู้บริโภครู้สึกว่าเศรษฐกิจเริ่มปรับตัวดีขึ้นหลังจากที่สถานการณ์โควิด-19 ในประเทศคลี่คลายลง

และมีการผ่อนคลายกฎระเบียบต่าง ๆ ให้ธุรกิจเริ่มเปิดดำเนินการได้เป็นปกติ ตลอดจนการผ่อนคลายให้นักท่องเที่ยวต่างชาติเดินทางเข้าประเทศได้สะดวกมากขึ้น ประกอบกับราคาน้ำมันเบนซินปรับตัวลดลงอย่างมากจากช่วงครึ่งปีแรก

แต่ผู้บริโภคยังคงมีความกังวล เกี่ยวกับการที่ราคาน้ำมันขายปลีกในประเทศยังทรงตัวอยู่ในระดับสูง ปัญหาค่าครองชีพที่ปรับตัวสูงขึ้น รวมถึงความกังวลอย่างมากเกี่ยวกับสถานการณ์สงครามระหว่างรัสเซียและยูเครน การปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเพื่อแก้ไขปัญหาเงินเฟ้อของประเทศต่าง ๆ ทั่วโลก ที่อาจเป็นปัจจัยเพิ่มแรงกดดันของการฟื้นตัวของระบบเศรษฐกิจโลก ที่เข้าสู่ภาวะเศรษฐกิจถดถอย

สำหรับดัชนีความเชื่อมั่นเกี่ยวกับเศรษฐกิจโดยรวม ดัชนีความเชื่อมั่นเกี่ยวกับโอกาสหางานทำโดยรวม และดัชนีความเชื่อมั่นเกี่ยวกับรายได้ในอนาคตอยู่ที่ระดับ 38.6 41.9 และ 53.3 ตามลำดับ ปรับตัวดีขึ้นทุกรายการเมื่อเทียบกับดัชนีในเดือน ส.ค. ที่อยู่ในระดับ 37.8 40.9 และ 52.3 ตามลำดับ แสดงว่าผู้บริโภคเริ่มมีความเชื่อมั่นว่าเศรษฐกิจไทยกำลังฟื้นตัวขึ้น

อย่างไรก็ตาม ดัชนียังอยู่ในระดับต่ำกว่าปกติ (ที่ระดับ 100) แสดงว่าผู้บริโภคยังไม่มีความมั่นใจเกี่ยวกับสถานการณ์ทางเศรษฐกิจ โอกาสในการหางานทำ และรายได้ในอนาคต เพราะมีความกังวลเกี่ยวกับราคาน้ำมันและค่าครองชีพที่ปรับตัวสูงขึ้น

ยังคงกังวลในสถานการณ์โควิด-19 ในประเทศไทยและทั่วโลก ที่ยังคงมีอยู่แม้ว่าจะคลายตัวลงก็ตาม ซึ่งจะส่งผลกระทบให้เศรษฐกิจไทยและการจ้างงานมีโอกาสฟื้นตัวได้ช้าในอนาคต และจะทำให้รายได้ในอนาคตของผู้บริโภคมีความไม่แน่นอนสูง

ส่วนการปรับตัวดีขึ้นของดัชนีความเชื่อมั่นของผู้บริโภค (Consumer Confidence Index : CCI) ที่ปรับตัวดีขึ้นจากระดับ 43.7 เป็น 44.6 นั้น เป็นการปรับตัวดีขึ้นต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 4 และอยู่ในระดับสูงสุดในรอบ 8 เดือนนับตั้งแต่เดือน ก.พ. 2565 เป็นต้นมา

ความเชื่อมั่นของผู้บริโภคในปัจจุบันปรับตัวดีขึ้น จากระดับ 28.7 เป็น 29.6 ซึ่งเป็นการปรับตัวดีขึ้นต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 5 และอยู่ในระดับสูงสุดในรอบ 9 เดือนนับตั้งแต่เดือน ม.ค. 2565 เป็นต้นมา ขณะที่ดัชนีความเชื่อมั่นในอนาคตปรับตัวดีขึ้นต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 4

และอยู่ในระดับสูงสุดในรอบ 8 เดือนนับตั้งแต่เดือน ก.พ. 2565 เป็นต้นมา โดยปรับตัวดีขึ้นจากระดับ 50.8 มาอยู่ที่ระดับ 51.7 ถือว่าเป็นจุดเริ่มต้นที่ดีที่แสดงให้เห็นว่าผู้บริโภคเริ่มกลับมาเชื่อมั่นว่าเศรษฐกิจเริ่มกลับมาฟื้นตัวขึ้น

อย่างไรก็ตาม หากความเชื่อมั่นยังคงฟื้นตัวอย่างต่อเนื่อง คาดว่าเศรษฐกิจไทยจะเริ่มฟื้นตัวชัดเจนมากขึ้นในไตรมาสที่ 4/2565 นี้แน่นอน

“ช่วงปลายปีคนน่าจะมีความสุขมากขึ้น เพราะฝนหมด ราคาพืชผักถือว่าราคาดี ราคาน้ำมันยังไม่ปรับขึ้นกว่านี้เพราะรัฐยังอุ้มอยู่ การจับจ่ายใช้สอยของประชาชนกำลังกลับมา และธุรกิจกลางคืนกลับมาคึกคักเพราะนักท่องเที่ยวเข้ามา เศรษฐกิจมันหมุนมีโมเมนตัมเงินมันจะสะพัดทั้งกลางวันและกลางคืน”