ดัชนีผลผลิตอุตสาหกรรม ก.ย. 65 พุ่ง 3.36% ขานรับเศรษฐกิจฟื้นตัว

ผลิตรถยนต์

สศอ. ยอดสั่งซื้อรถยนต์พุ่ง ดันดัชนีผลผลิตอุตสาหกรรม (MPI) ก.ย. 2565 ขยายตัว 3.36% ส่งผลให้ 9 เดือนแรก MPI ขยายตัว 2.83% ส่วนการส่งออกสินค้าอุตสาหกรรมขยายตัวแตะ 7.92 ต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 22

วันที่ 31 ตุลาคม 2565 นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม เปิดเผยว่า สถานการณ์การผลิตภาคอุตสาหกรรมยังคงขยายตัวต่อเนื่อง โดยดัชนีผลผลิตอุตสาหกรรม (MPI) เดือน ก.ย. 2565 อยู่ที่ 97.90 ขยายตัว 3.36% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน จากการขยายตัวของกิจกรรมทางเศรษฐกิจในประเทศและการส่งออก สะท้อนได้จากการผลิตผลิตภัณฑ์ที่ได้จากการกลั่นปิโตรเลียม ขยายตัวต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 10 ติดต่อกัน

สุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ
สุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ

รวมถึงการผลิตสินค้าที่เกี่ยวเนื่องกับการท่องเที่ยวขยายตัวได้ดี อาทิ เบียร์ เสื้อผ้า กระเป๋า รองเท้า และเครื่องประดับ ประกอบกับสถานการณ์เงินเฟ้อมีทิศทางชะลอตัวลงต่อเนื่อง จากดัชนีราคาผู้ผลิต (PPI) หมวดสินค้าอุตสาหกรรมในเดือน ก.ย. ที่ขยายตัว 7.9% ปรับลดลงเมื่อเทียบกับเดือน ส.ค. ที่ขยายตัว 8.7% ซึ่งเป็นตัวเลขที่ต่ำที่สุดของปี 2565

               

นอกจากนี้ มูลค่าการส่งออกสินค้าอุตสาหกรรม (ไม่รวมทองคำ) เดือน ก.ย. 2565 อยู่ที่ 19,710.60 ล้านเหรียญสหรัฐ ขยายตัว 7.92% เมื่อเทียบกับช่วงปีก่อน เป็นการขยายตัวต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 22 ทั้งนี้ กระทรวงอุตสาหกรรม ได้มีมาตรการป้องกัน ช่วยเหลือ ฟื้นฟู สำหรับผู้ประกอบการอุตสาหกรรมที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วม รวมทั้งได้กำชับและมอบหมายให้ทุกหน่วยงานลงพื้นที่ มอบถุงยังชีพให้ประชาชนที่เดือดร้อนและได้รับผลกระทบในพื้นที่ประสบภัยเป็นการเร่งด่วน

นางวรวรรณ ชิตอรุณ รองปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม รักษาราชการแทนผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจอุตสาหกรรม (สศอ.) กล่าวว่า ดัชนีผลผลิตอุตสาหกรรม (MPI) เดือน ก.ย. 2565 ขยายตัว 3.36% และไตรมาส 3 ปี 2565 ขยายตัว 8.06% ส่งผลให้ 9 เดือนแรก ปี 2565 ขยายตัว 2.83% โดยอุตสาหกรรมหลักที่ส่งผลบวก ได้แก่ ยานยนต์ จากรถบรรทุกปิกอัพ รถยนต์นั่งขนาดกลาง และรถยนต์นั่งขนาดเล็ก ที่มีคำสั่งซื้อเพิ่มขึ้นและสามารถผลิตได้ต่อเนื่อง

น้ำมันปิโตรเลียม ขยายตัวจากการเดินทางท่องเที่ยวทั้งในประเทศและต่างประเทศ หลังเปิดประเทศเต็มรูปแบบ และชิ้นส่วนและแผ่นวงจรอิเล็กทรอนิกส์ ขยายตัวตามการเติบโตของตลาดโลก ทั้งนี้ จากการใช้เครื่องมือระบบเตือนภัยด้านเศรษฐกิจอุตสาหกรรมไทย (The Early Warning System Industry Economics : EWS-IE) พบว่าคาดการณ์ดัชนี MPI เดือน ต.ค. 2565 ยังคงขยายตัวต่อเนื่อง และทั้งปี 2565 คาดการณ์ขยายตัวอยู่ที่ 1.5-2.5% มาจากแนวโน้มเศรษฐกิจในประเทศมีทิศทางที่ดีขึ้น การฟื้นตัวของภาคการท่องเที่ยวและการบริโภคในประเทศ รวมถึงมาตรการช่วยเหลือของภาครัฐ

Advertisement
วรวรรณ ชิตอรุณ
วรวรรณ ชิตอรุณ

นอกจากนี้สถานการณ์การส่งออกจะยังคงขยายตัวได้ต่อเนื่อง โดยเฉพาะตลาดอาเซียน และตะวันออกกลาง เช่น ประเทศกลุ่ม CLMV (กัมพูชา ลาว เมียนมา และเวียดนาม) และออสเตรเลีย อย่างไรก็ตาม ในช่วงที่เหลือของปีนี้ยังมีปัจจัยเสี่ยงที่ควรเฝ้าระวังและติดตาม

ได้แก่ ค่าเงินบาทที่เคลื่อนไหวในทิศทางอ่อนค่าลง ตามการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายของธนาคารกลางสหรัฐ (Fed) วิกฤตพลังงาน จากความผันผวนของราคาน้ำมัน ทำให้ต้นทุนการผลิตของภาคอุตสาหกรรมไทยเพิ่มขึ้น และทิศทางเศรษฐกิจโลกชะลอตัว จากภาวะเศรษฐกิจโลกที่ชะลอตัวในหลาย ๆ ประเทศทั่วโลก รวมถึงการเกิดภาวะถดถอยทางเศรษฐกิจของตลาดส่งออกที่สำคัญของไทย ได้แก่ สหรัฐ สหภาพยุโรป จีน และญี่ปุ่น

อย่างไรก็ดี อุตสาหกรรมภาคการผลิตในภาพรวมไม่ได้รับผลกระทบมากนัก จากสถานการณ์น้ำท่วม เนื่องจากผู้ประกอบการเตรียมพร้อมรับมือ และมีมาตรการป้องกันจากประสบการณ์น้ำท่วมที่เกิดขึ้นในปี 2554 ขณะเดียวกัน สศอ. ได้มอบสิ่งของอุปโภค บริโภค และของใช้ที่จำเป็น เพื่อนำไปช่วยเหลือผู้ประสบภัย

รวมถึงร่วมปล่อยขบวนคาราวานช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย ภายใต้โครงการ “อุตสาหกรรมรวมใจ ช่วยพี่น้องชาวไทย” ของกระทรวงอุตสาหกรรม นอกจากนี้ ยังได้จัดทำข้อเสนอแนะแนวทางมาตรการป้องกัน เยียวยา และฟื้นฟูผู้ประกอบการภาคอุตสาหกรรมที่ได้รับผลกระทบ เพื่อให้ความช่วยเหลืออย่างเร่งด่วนต่อไป

Advertisement