บอร์ด ปตท.ยังเงียบเงินค่าไฟ 6,000 ล้าน โรงแยกก๊าซรายได้ลดกำไรหด

อรรถพล ฤกษ์พิบูลย์
อรรถพล ฤกษ์พิบูลย์

บอร์ด ปตท.ยังไม่มีมติกรณีพิเศษเรื่องเงินช่วยเหลือค่าไฟฟ้า 6,000 ล้าน จากธุรกิจโรงแยกก๊าซ ตามคำขอของ กพช. พร้อมเปิดไส้ในโรงแยก Q3/2565 รายได้-กำไรขั้นต้นลดลงจากต้นทุนเนื้อก๊าซราคาเฉลี่ยผลิตภัณฑ์

วันที่ 16 ธันวาคม 2565 การประชุมคณะกรรมการ ปตท.ครั้งที่ 12/2565 เมื่อวันที่ 15 ธ.ค. โดยที่ประชุมยังไม่มีมติเรื่องเงินช่วยเหลือจำนวน 6,000 ล้านบาทเพื่อลดต้นทุนค่าไฟฟ้าในช่วงเดือน ม.ค.-เม.ย. 2566

โดยเงินช่วยเหลือจำนวนนี้เป็นการ “ขอความร่วมมือ” จากคณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ (กพช.) ให้ ปตท.ช่วยพิจารณาจัดสรรรายได้จากการดำเนินธุรกิจโรงแยกก๊าซธรรมชาติประมาณเดือนละ 1,500 ล้านบาท ระยะเวลา 4 เดือน (รวมเงินช่วยเหลือ 6,000 ล้านบาท) หรือเท่ากับ 1 รอบค่าไฟฟ้า Ft

โดยอัตโนมัติ หรือค่า Ft งวด 1/2566 ที่คณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.) มีมติคิดค่า Ft สำหรับบ้านอยู่อาศัย 93.43 สตางค์/หน่วย ส่วนผู้ใช้ไฟฟ้าประเภทอื่นคิดค่า Ft 190.44 สตางค์/หน่วย

ส่งผลให้ค่าไฟฟ้าเฉลี่ยสำหรับบ้านอยู่อาศัยยังเสียค่าไฟฟ้าที่อัตราเดิมคือ 4.72 บาท/หน่วย แต่ผู้ใช้ไฟฟ้าประเภทอื่น ๆ รวมไปถึงภาคธุรกิจ/บริการ-โรงงานอุตสาหกรรมค่าไฟฟ้าจะถูกปรับขึ้นไปถึงที่อัตรา 5.69 บาท/หน่วย “ซึ่งเป็นอัตราค่าไฟฟ้าที่สูงมาก”

โดยก่อนหน้านี้ กลุ่มผู้ใช้ไฟฟ้านอกเหนือจากประเภทบ้านอยู่อาศัยและรัฐบาลได้ตั้งความหวังไว้ว่า เงินช่วยเหลือจากการดำเนินธุรกิจโรงแยกก๊าซของ ปตท.จำนวน 6,000 ล้านบาทที่จะนำไปใช้เป็น “ส่วนลด” ราคาค่าก๊าซธรรมชาติให้กับการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) และเป็นส่วนลดราคาก๊าซธรรมชาติสำหรับโรงแยกก๊าซจะถูกนำมาใช้เพื่อบรรเทาการปรับขึ้นค่าไฟฟ้าในช่วง 4 เดือนแรกของปี 2566 ได้

อย่างไรก็ตาม ในการประชุมคณะกรรมการ ปตท.ครั้งล่าสุด ตามที่นายอรรถพล ฤกษ์พิบูลย์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ปตท.จำกัด (มหาชน) แจ้งตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) กลับไม่ปรากฏเรื่องเงินช่วยเหลือจำนวน 6,000 ล้านบาทตามที่ กพช.ขอความร่วมมือมา

ทั้งนี้ การขอเงินช่วยเหลือเพื่อลดภาระค่าพลังงานและช่วยเหลือประชาชนเป็นการเร่งด่วนจากสถานการณ์วิกฤต บริษัท ปตท.จะต้องนำเข้าสู่การพิจารณาของคณะกรรมการ ปตท. เพื่อขออนุมัติเป็น “กรณีพิเศษ” เช่นเดียวกับมติบอร์ด ปตท.ในเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา ที่ช่วยสนับสนุนเงินเข้ากองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง จำนวน 3,000 ล้านบาทมาก่อนหน้านี้แล้ว

เป็นที่น่าสังเกตว่าการสนับสนุนเงินช่วยเหลือแก่รัฐบาลกรณีวิกฤตด้านพลังงานทั้งราคาน้ำมันกับค่าไฟฟ้าที่เกิดขึ้นนั้น ปตท.จะถูกขอความร่วมมือให้พิจารณาจัดสรรเงินช่วยเหลือมาจากการดำเนินธุรกิจโรงแยกก๊าซธรรมชาติทั้งสิ้น

โดยผลประกอบการในกลุ่มธุรกิจก๊าซธรรมชาติและโรงแยกก๊าซธรรมชาติในไตรมาส 3/2565 ซึ่งทั้งกลุ่มมีรายได้คิดเป็น 35% ของรายได้ทั้งหมดของกลุ่ม ปตท. ปรากฏ

ผลดำเนินการของโรงแยกก๊าซใน Q3/2565 เปรียบเทียบ Q3/2564 ปรากฏโรงแยกก๊าซมีการใช้ก๊าซลดลงจากการปรับลดกำลังการผลิตตามปริมาณก๊าซในอ่าวไทยที่ลดลง แม้ในส่วนธุรกิจโรงแยกก๊าซจะมีรายได้จากการขายผลิตภัณฑ์เพิ่มขึ้นก็ตาม

แต่ “กำไร” ขั้นต้นของธุรกิจโรงแยกก๊าซกลับลดลงจากต้นทุนค่าเนื้อก๊าซสูงขึ้นตามราคาก๊าซในอ่าวไทยที่เพิ่มขึ้น

นอกจากนี้ จากการเปรียบเทียบผลการดำเนินงาน Q3/2565 กับ Q2/2565 ในส่วนของธุรกิจโรงแยกก๊าซก็พบว่ามีรายได้ลดลงจากราคาขายเฉลี่ยที่ลดลงทุกผลิตภัณฑ์ ตามราคาปิโตรเคมีในตลาดที่ใช้อ้างอิงด้วย

แค่หากเทียบผลการดำเนินงานของธุรกิจโรงแยกก๊าซในข่วง 9 เดือนแรกของปี กับช่วงเดียวกันของปีก่อนจะพบว่าโรงแยกก๊าซมีรายได้และกำไรขั้นต้นเพิ่มขึ้นจากราคาขายเฉลี่ยที่เพิ่มขึ้น