สภาองค์กรของผู้บริโภค และสหภาพแรงงาน กฟผ. บุกกระทรวงพลังงาน ยื่นหนังสือถึง “สุพัฒนพงษ์” ต้องเบรกขึ้นค่า FT งวดเดือน ม.ค.-เม.ย. 2566 พร้อมยุติการซื้อไฟฟ้าจากเอกชน สนับสนุนโซลาร์เซลล์ จะกลับมาทวงคำตอบและมาตรการช่วยเหลือประชาชนอีกครั้งหลังปีใหม่
วันที่ 22 ธันวาคม 2565 เมื่อเวลา 10.00 น. นางรสนา โตสิตระกูล อนุกรรมการด้านบริการสาธารณะ พลังงาน และสิ่งแวดล้อม สภาองค์กรของผู้บริโภค และสหภาพแรงงานรัฐวิสาหกิจการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย รวมถึงหน่วยงานและองค์กรต่าง ๆ รวม 133 หน่วยงานทั่วประเทศ ได้รวมตัวกัน ณ บริเวณด้านหน้ากระทรวงพลังงาน เพื่อยื่นหนังสือต่อ นายสุพัฒนพงษ์ พันธ์มีเชาว์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ให้เร่งแก้ปัญหาค่าไฟฟ้าแพง ซึ่งมีนายสมบูรณ์ หน่อแก้ว รองปลัดกระทรวงพลังงาน เป็นตัวแทนรับหนังสือข้อเรียกร้องดังกล่าว

นางรสนากล่าวว่า แม้ว่าตามมติคณะรัฐมนตรี (ครม.) ที่ผ่านมา จะเห็นชอบให้คงอัตราค่าไฟฟ้าผันแปร (Ft) ของงวดเดือน ม.ค.-เม.ย. 2566 สำหรับผู้ใช้ไฟฟ้าประเภทบ้านอยู่อาศัย หรือเรียกเก็บในอัตราเดิมคือ 4.72 บาท/หน่วย
แต่สำหรับกิจการขนาดเล็ก กิจการขนาดกลาง กิจการขนาดใหญ่ โรงแรม โรงงานอุตสาหกรรม สถานประกอบการ ร้านค้า สถานบันเทิง ค้าบริการต่าง ๆ จะถูกปรับขึ้น 5.69 บาท/หน่วย ซึ่งแน่นอนว่ายังไงประชาชนก็ยังได้รับผลกระทบ
เนื่องจากค่าไฟที่ขึ้นจะทำให้ต้นทุนสูงขึ้น เป็นที่มาของการปรับขึ้นราคาสินค้าตามมา ดังนั้นแล้วทุกคนจึงได้รับผลกระทบจากการปรับขึ้นค่าไฟครั้งนี้อยู่ดี
“ค่าไฟที่แพงมันมาจากทั้งส่วนที่ทำสัญญาซื้อไฟจากเอกชน รัฐยังคงซื้อไฟจากโรงไฟฟ้าเอกชนที่มีสัดส่วนสูงถึง 70% และรัฐเองก็ผลิตแค่ 30% ในอนาคตสัดส่วนตรงนี้มันก็จะลดลงเรื่อย ๆ ถ้ารัฐยังซื้อเพิ่มอยู่แบบนี้ ฉะนั้นเราจึงขอให้ยุติตรงนี้ หากรัฐไม่หาทางแก้และทำตามข้อเรียกร้อง เราจะกลับมาทวงคำตอบหลังปีใหม่อีกครั้ง”
สำหรับข้อเรียกร้องหลัก ๆ คือรัฐต้องตรึงค่า Ft ให้กับทุกภาคส่วนทั้งครัวเรือน อุตสาหกรรม เกษตรกรรม, รัฐต้องหยุดการอนุมัติโรงไฟฟ้าใหม่ รัฐต้องบริหารจัดการค่าก๊าซธรรมชาติ, ทบทวนการทำสัญญาซื้อขายไฟฟ้าที่เอื้อเอกชน, เร่งสนับสนุนส่งเสริมให้ประชาชนผลิตไฟฟ้าใช้เอง รวมถึงการสนับสนุนให้มีการติดตั้งโซลาร์เซลล์
ทั้งนี้ ในส่วนของตัวแทนของกระทรวงพลังงานผู้รับหนังสือดังกล่าว รับปากที่จะนำข้อเรียกร้องที่ยื่นในวันนี้ให้กับนายสุพัฒนพงษ์รับทราบต่อไป
