จุดความร้อนไทย ทะลุ 3 พันจุดอีกครั้ง อันดับ 1 แม่ฮ่องสอน 547 จุด

แม่ฮ่องสอน
แฟ้มภาพมติชนออนไลน์

ค่าฝุ่น PM 2.5 “เชียงราย” นำลิ่ว จุดความร้อนไทย ทะลุ 3 พันจุด อันดับ 1 แม่ฮ่องสอน 547 จุด

วันที่ 25 มีนาคม 2566 สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ (องค์การมหาชน) หรือ GISTDA เผยข้อมูลจากดาวเทียมซูโอมิ เอ็นพีพี (Suomi NPP) ของวันที่ 24 มีนาคม 2566 ไทยพบจุดความร้อนสูงขึ้นกว่าเดิมมากถึง 3,088 จุด ในขณะที่ สปป.ลาว ยังคงสูงสุดต่อนเนื่อง วานนี้พุ่งถึง 9,748 จุด ตามด้วยสาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมาร์ 6,352 จุด เวียดนาม 879 จุด กัมพูชา 652 จุด และมาเลเซีย 27 จุด

สำหรับจุดความร้อนในประเทศไทย ส่วนใหญ่พบในพื้นป่าอนุรักษ์ 1,286 จุด, พื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติ 1,237 จุด, พื้นที่เกษตร 255 จุด, พื้นที่ชุมชนอื่น ๆ 156 จุด, พื้นที่เขต สปก. 140 จุด, และพื้นที่ริมทางหลวง 14 จุด ในส่วนของจังหวัดที่พบจุดความร้อนมากที่สุด 3 อันดับ คือ #แม่ฮ่องสอน 547 จุด #น่าน 280 จุด และ #เชียงใหม่ 221 จุด

ส่วนค่าฝุ่น PM 2.5 วันนี้ค่อนข้างน่าเป็นห่วงมากเช่นเคย เมื่อตรวจสอบจากแอปพลิเคชั่น “เช็คฝุ่น” แบบรายชั่วโมง เมื่อเวลา 11.00 น.ที่ผ่านมา พื้นที่หลายจังหวัดช่วงตอนบนของประเทศในภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนืออยู่ในระดับมีผลกระทบต่อสุขภาพ โดยเฉพาะ 3 จังหวัดที่มีค่า PM 2.5 สูงสุดคือ #เชียงราย #พะเยา #เชียงใหม่ ควรสวมหน้ากากอนามัยเพื่อป้องกันโรคระบบทางเดินหายใจที่จะตามมา ในขณะที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑลวันนี้ พบค่าคุณภาพอากาศส่วนใหญ่อยู่ในระดับดี

สิ่งหนึ่งที่ต้องเฝ้าระวังที่มักจะมากับเหตุการณ์ไฟป่าและจุดความร้อนคือ PM 2.5 สถานการณ์การจุดความร้อนจากประเทศเพื่อนบ้านอาจส่งผลให้เกิด PM 2.5 ได้ในพื้นที่บริเวณชายแดนเนื่องจากได้รับอิทธิพจากประแสลมที่จะพัดผ่านเข้ามา ปัญหาไฟป่าหมอกควัน ส่งผลกระทบให้กับระบบต่าง ๆ ของประเทศมาโดยตลอด โดยเฉพาะระบบเศรษฐกิจ ระบบสังคม

Advertisment

ดังนั้น ในอนาคตอันใกล้นี้ ประเทศไทยกำลังจะได้ใช้ระบบ THEOS-2 อย่างเต็มรูปแบบ ซึ่ง 1 ในภารกิจสำคัญของระบบนี้ คือการสำรวจ วิเคราะห์ และติดตามสถานการณ์ภัยพิบัติที่เกิดขึ้นหรือคาดว่าจะเกิดขึ้น ได้อย่างทันท่วงทีและแม่นยำ เพื่อการสนับสนุนข้อมูลสำคัญให้กับทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้นำข้อมูลไปใช้วางแผน ป้องกัน บรรเทา และแก้ไขปัญหาได้ตรงจุดมากยิ่งขึ้น

อย่างไรก็ตาม รายละเอียดข้อมูลเฉพาะพื้นที่ท่านสามารถติดตามจากหน่วยงานหลักที่รับผิดชอบโดยตรงได้ GISTDA ยังคงติดตามและรายงานสถานการณ์อย่างต่อเนื่อง เพื่อเป็นข้อมูลให้กับทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้นำไปใช้บริหารจัดการในพื้นที่

ทั้งนี้ ติดตามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ https://fire.gistda.or.th หรือ ติดตามข้อมูลจาก https://fire.gistda.or.th/dashboard.html และควรติดตามสถานการณ์ฝุ่น PM 2.5 ผ่านแอปพลิเคชั่น “#เช็คฝุ่น”

Advertisment