มะพร้าวกะทิน้ำหอมพันธุ์แท้ ลงทุนไม่ถึงหมื่น แต่ขายได้เป็นแสน

มะพร้าวกะทิน้ำหอมพันธุ์แท้ สินค้าหายากสร้างรายได้แบบก้าวกระโดดให้กับเกษตรกร ต้นทุนไม่ถึงหมื่น แต่สามารถสร้างรายได้ไร่ละแสนบาท

วันที่ 15 เมษายน 2566 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ปัจจุบันมะพร้าวกะทิเป็นที่ต้องการของตลาดมีแนวโน้มการขยายตัวของตลาดมะพร้าวกะทิสูงขึ้นทุกปี เนื่องจากมะพร้าวกะทิเป็นมะพร้าวที่หายาก ส่งผลให้มีราคาสูงกว่ามะพร้าวธรรมดาหลายเท่าตัว  ราคาที่เกษตรกรขายส่งหน้าสวนประมาณ 60-100 บาทต่อผลขึ้นอยู่กับน้ำหนักของผล

โดยข้อมูลจากสำนักควบคุมพืช และวัสดุทางการเกษตร ระบุว่า เนื้อกะทิมีลักษณะเนื้อหนา ฟู อ่อนนุ่ม รสชาติ หวานมัน อร่อย มีคุณค่าทางโภชนาการ ไขมันต่ำ ไฟเบอร์สูง และมีกรดลอริกสูงถึง 46%

หายาก ขายแพง

อย่างไรก็ตาม โดยปกติในธรรมชาติไม่มีต้นมะพร้าวกะทิพันธุ์แท้ เพราะผลที่เป็นมะพร้าวกะทิไม่สามารถงอกได้โดยธรรมชาติ สถิติมะพร้าว 1,000 ลูกจะพบมะพร้าวกะทิเพียง 1-3 ลูก ทำให้ผลผลิตมะพร้าวกะทิไม่เพียงพอกับความต้องการของตลาด

วิจัยขยายพันธุ์

ซึ่งการขยายพันธุ์ต้องใช้คัพภะ (ต้นอ่อนของพืช) ที่เพิ่งเริ่มพัฒนาตามธรรมชาติที่ถุงรังไข่ มาเพาะเลี้ยงด้วยอาหารสังเคราะห์ เพื่อให้เกิดเป็นต้นพืชโดยตรงหรือไม่เกิน 0.3 เปอร์เซ็นต์  หากสามารถทำให้มะพร้าวทุกผลเป็นมะพร้าวกะทิจะช่วยเพิ่มรายได้ให้เกษตรแบบก้าวกระโดดและสร้างความยั่งยืนในอาชีพ

ศูนย์วิจัยพืชสวนชุมพร กรมวิชาการเกษตร ได้พัฒนาพันธุ์มะพร้าวกะทิโดยมี นายสมชาย วัฒนโยธิน ข้าราชการบำนาญ กรมวิชาการเกษตรเป็นผู้ริเริ่มการปรับปรุงพันธุ์มะพร้าวกะทิ วิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีการขยายพันธุ์มะพร้าวกะทิด้วยวิธีการเพาะเลี้ยงคัพภะ  และเป็นผู้วางรากฐานในการผลิตพันธุ์มะพร้าวลูกผสมกะทิ และมีนางปริญดา หรูนหีม เป็นผู้วิจัยหลักในการปรับปรุงพันธุ์มะพร้าวกะทิพันธุ์แท้ร่วมกับนักวิจัยและทีมงานศูนย์วิจัยพืชสวนชุมพรได้วิจัยปรับปรุงพันธุ์และพัฒนาพันธุ์มะพร้าวกะทิพันธุ์แท้

โดยงานวิจัยนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อให้ได้พันธุ์ที่ให้ผลผลิตสูงไม่ต่ำกว่า 80 ผล/ต้น/ปี ขนาดผลไม่ต่ำกว่า 1,500 กรัม/ผล  และมีผลผลิตที่เป็นมะพร้าวกะทิทุกผล โดยปลูกทดสอบมะพร้าวน้ำหอมกะทิพันธุ์แท้ (NHK-C2) ซึ่งเป็นสายพันธุ์ที่ได้จากการเพาะเลี้ยงคัพภะของมะพร้าวพันธุ์ลูกผสมกะทิ พันธุ์ชุมพร 84-2 (น้ำหอม X กะทิ) (NHK) ผลผลิตเป็นมะพร้าวกะทิ ไม่ต่ำกว่า 20 เปอร์เซ็นต์ และการเพาะเลี้ยงคัพภะของมะพร้าวน้ำหอมกะทิพันธุ์แท้ (NHK-C1) จากต้นที่มีลักษณะที่ดีทางการเกษตร ผลผลิตสูงเป็นมะพร้าวกะทิทุกผล

จากนั้นได้ดำเนินปลูกทดสอบมะพร้าวน้ำหอมกะทิพันธุ์แท้ (NHK-C2) จำนวน 121 ต้น ระหว่างปี 2556–2565 ที่สวนผลิตพันธุ์มะพร้าวลูกผสมคันธุลี อ.ท่าชนะ จ.สุราษฎร์ธานี

จากผลการวิจัยปรับปรุงพันธุ์ทำให้ได้มะพร้าวน้ำหอมกะทิพันธุ์แท้ที่ให้ผลผลิตเร็ว ในช่วงอายุ 8-9 ปี พบว่าให้ผลผลิตเฉลี่ย 105 ผล/ต้น/ปี หรือ 2,310 ผล/ไร่/ปี  ผลมีขนาดกลางถึงใหญ่  มีน้ำหนักเฉลี่ย 2,032 กรัม/ผล น้ำหนักเนื้อ 670 กรัม และความหนาเนื้อ 23.8 มิลลิเมตร ค่าความหวานของน้ำมะพร้าว 6.2 องศาบริกซ์

โดยผลผลิตทุกผลเป็นมะพร้าวกะทิ ลักษณะเนื้อ สามารถแบ่งได้ 3 ลักษณะ คือ เนื้อนิ่มไม่ฟู น้ำใส เนื้อฟูปานกลาง น้ำข้นปานกลาง และเนื้อฟูเต็มกะลา น้ำข้นเหนียว

มะพร้าวน้ำหอมกะทิพันธุ์แท้ (NHK-C2)

ต้นทุนไม่ถึงหมื่น แต่ขายได้เป็นแสน

จากการวิเคราะห์ต้นทุนการผลิตต่อไร่  ผลตอบแทนสุทธิ  เฉลี่ย 4 ปี พบว่า ต้นทุนการผลิตต่อไร่ของมะพร้าวน้ำหอมกะทิพันธุ์แท้  คือ 9,393 บาทต่อไร่ ผลตอบแทนสุทธิ 155,607 บาทต่อไร่  ซึ่งมากกว่ามะพร้าวกะทิลูกผสมพันธุ์ชุมพร 84-2 ที่มีผลตอบแทนสุทธิ 41,419 บาทต่อไร่

ในขณะที่มะพร้าวแกงที่มีผลตอบแทนสุทธิ  8,362 บาทต่อไร่ กล่าวคือ มะพร้าวน้ำหอมกะทิพันธุ์แท้มีผลตอบแทนสุทธิสูงกว่า มะพร้าวลูกผสมกะทิ พันธุ์ชุมพร 84-2 ถึง 276 เปอร์เซ็นต์ และสูงกว่ามะพร้าวแกงถึง 1,761 เปอร์เซ็นต์ เนื่องจากราคาจำหน่ายมะพร้าวแกง 9 บาท ส่วนราคาจำหน่ายมะพร้าวมะพร้าวกะทิ 80 บาท  ดังนั้นการปลูกมะพร้าวกะทิจึงเป็นการสร้างรายได้แบบก้าวกระโดดให้กับเกษตรกรชาวสวนมะพร้าว

สำหรับเกษตรกรหรือผู้ที่สนใจสามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม ได้ที่นางปริญดา หรูนหีม นักวิชาการเกษตรชำนาญการพิเศษ ทำหน้าที่ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยและพัฒนาเมล็ดพันธุ์พืชสุราษฎร์ธานี  กรมวิชาการเกษตร โทรศัพท์  081-1882217