พลังงานชี้บิ๊กดีลบางจาก ไม่กระเทือนตลาดค้าเสรี

ควบรวม บางจาก-เอสโซ่

ลุ้น กขค.ชี้ขาดควบรวมบางจาก-เอสโซ่ 3 ก.ค. 2566 กรมธุรกิจพลังงานจับตาผลพิจารณา ยังมั่นใจไม่กระเทือน “ตลาดเสรี”

นายวิษณุ วงศ์สินศิริกุล เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการการแข่งขันทางการค้า (สขค.) กล่าวว่า ภายในเดือนมิถุนายน 2566 นี้ คาดว่าคณะอนุกรรมการศึกษาการควบรวมกิจการระหว่าง บริษัท บางจาก คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน)

และบริษัท เอสโซ่ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) จะได้ข้อสรุปผลการศึกษา เพื่อเสนอต่อคณะกรรมการการแข่งขันทางการค้า (กขค.) พิจารณาอนุญาตควบรวม ตามกรอบระยะเวลา 90 วัน มาตรา 51 ตาม พ.ร.บ.การแข่งขันทางการค้า พ.ศ. 2560

“คณะอนุกรรมการ ศึกษาข้อมูลเกี่ยวกับการควบรวมธุรกิจดังกล่าว โดยจะดูทั้ง กำไร ขนาดของตลาด รวมถึง ผลดี-ผลเสียที่จะเกิดขึ้นจากการควบรวม เพื่อสรุปผลศึกษาทั้งหมดส่งให้กับคณะกรรมการ กขค.พิจารณาภายใน 90 วันตามที่กฎหมายกำหนด

หรือในวันที่ 3 กรกฎาคม 2566 นี้ แต่หาก กขค.จะพิจารณาข้อมูลเพิ่มเติมก็สามารถขยายเวลาได้ไม่เกิน 15 วัน นับจากวันที่ 3 กรกฎาคม 2556 ซึ่งระหว่างนี้กลุ่มบางจากและเอสโซ่สามารถดำเนินธุรกรรมการซื้อหุ้นได้”

Advertisment

ทั้งนี้ กรณีนี้เข้าหลักเกณฑ์ต้องขออนุญาตควบรวมกิจการตาม พ.ร.บ.การแข่งขันทางการค้า พ.ศ. 2560 มาตรา 51 ในส่วนที่ต้องขออนุญาตควบรวม เพราะรายได้เกิน 1,000 ล้านบาท และมีการเข้าซื้อหุ้นในสัดส่วน 65.99% ของจำนวนหุ้นทั้งหมดของเอสโซ่ จาก ExxonMobil เกิน 50% ที่กฎหมายกำหนด

สำหรับแนวทางในการพิจารณาของ กขค.เป็นไปได้ 3 แนวทาง เช่น 1.อนุญาตให้ควบรวมกิจการโดยไม่มีเงื่อนไข 2.อนุญาตควบรวมกิจการ โดยมีเงื่อนไข และ 3.ไม่อนุญาตให้มีการควบรวม และหาก กขค.พิจารณาไม่อนุญาตให้ควบรวมกิจการบางจากก็สามารถยื่นอุทธรณ์คำสั่งต่อศาลปกครองได้ หรือหากกรณีที่อนุญาตให้ควบรวมแบบมีเงื่อนไขแต่หากไม่สามารถทำตามเงื่อนไขที่กำหนดก็เท่ากับว่าไม่อนุญาต

นางสาวนันธิกา ทังสุพานิช อธิบดีกรมธุรกิจพลังงานกล่าวว่า ขณะนี้ยังอยู่ในขั้นตอนการควบรวม ทางกรมยังไม่ได้ดำเนินการ หรือกำหนดให้มีมาตรการใดออกมาดูแล เพราะตลาดการค้าน้ำมันเป็นไปตามหลักของตลาดเสรี

นางพัทธ์ธีรา สายประทุมทิพย์ รองอธิบดีกรมธุรกิจพลังงาน กล่าวเพิ่มเติมว่า แม้ทางกรมจะยังไม่ได้ดำเนินการ เพราะต้องรอภาคธุรกิจเจรจาให้ลงตัวก่อน แต่ก็ได้มีการพูดคุยกับทั้ง 2 บริษัทอยู่อย่างต่อเนื่องโดยตลอดถึงเรื่องการควบรวมในครั้งนี้

Advertisment

รายงานข่าวระบุว่า ตลาดค้าปลีกน้ำมันเป็นตลาดเสรีที่มีผู้เล่นมากกว่า 5 ราย หลังจากการควบรวมกิจการจะทำให้จำนวนสถานีบริการ (ปั๊มน้ำมัน) บางจากเดิม 1,340 สาขา บวกเอสโซ่ 700 สาขา เป็น 2,140 สาขา หรือทำให้ส่วนแบ่งตลาดเพิ่มขึ้นจาก 5.4% เป็น 7.7% หากเทียบกับผู้ประกอบการค้าปลีกน้ำมันเบอร์ 1-3 จะมีจำนวนปั๊มน้ำมันรายละ 2,100 แห่งใกล้เคียงกัน

และยอดขายรวมทุกช่องทางคิดเป็น 10.5% ทั้งยังดูแลให้คู่สัญญากิจการ Nonoil เอสโซ่ดีลเลอร์ ให้แปลงมาเป็นคู่สัญญาของบางจากได้ทันที ในส่วนธุรกิจโรงกลั่นควบรวมแล้วมีกำลังการกลั่นเพิ่มขึ้นจาก 120,000 บาร์เรล เป็น 294,000 ล้านบาร์เรล มีการผลิตครบวงจรและจัดหาน้ำมันได้หลากหลายขึ้น