ราคาน้ำมันดิบปรับลด หลังอุปสงค์น้ำมันของจีนมีแนวโน้มชะลอตัว ขณะที่อุปทานน้ำมันของรัสเซียได้รับผลกระทบ
วันที่ 13 มิถุนายน 2566 หน่วยวิเคราะห์สถานการณ์ราคาน้ำมัน บมจ.ไทยออยล์ ระบุว่า ปัจจัยที่ส่งผลกระทบ ดังนี้ ราคาน้ำมันดิบปรับลด หลังตัวเลขทางเศรษฐกิจที่สำคัญของจีนเดือน พ.ค.ออกมาต่ำกว่าคาด ส่งผลให้ตลาดกังวลต่อการฟื้นตัวของเศรษฐกิจ ขณะที่ตลาดกังวลต่ออุปทานน้ำมันที่มีแนวโน้มปรับเพิ่มขึ้น หลังปริมาณน้ำมันดิบของรัสเซียซึ่งส่งออกไปยังจีนและอินเดียทำจุดสูงสุดใหม่ในเดือน พ.ค. 66
โดยราคาน้ำมันเวสต์เทกซัสซื้อขายเมื่อ 12 มิ.ย. 2566 อยู่ที่ 67.12 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล ลดลง -3.05 เหรียญสหรัฐ และราคาน้ำมันเบรนต์อยู่ที่ 71.84 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล ลดลง -2.95 เหรียญสหรัฐ
Goldman Sachs ปรับลดคาดการณ์ราคาน้ำมันดิบเบรนต์เดือน ธ.ค. 66 มาอยู่ที่ระดับ 86 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล ลดลงจากเดิมที่ 95 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล เช่นเดียวกับราคาน้ำมันดิบเวสต์เทกซัสที่ปรับลดจากระดับ 89 สู่ 81 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล จากปัจจัยความกังวลต่ออุปทานน้ำมันที่มีแนวโน้มปรับเพิ่มขึ้นจากรัสเซีย อิหร่าน และเวเนซุเอลา
ตลาดจับตาการเปิดเผยตัวเลขอัตราเงินเฟ้อของสหรัฐ (CPI) เดือน พ.ค. ซึ่งจะประกาศในค่ำคืนนี้ โดยตลาดคาดอัตราเงินเฟ้อมีแนวโน้มย่อตัวลงจากครั้งก่อนหน้าที่ระดับ 4.9% มาอยู่ที่ 4.1% สอดคล้องกับการประชุมของธนาคารกลางสหรัฐ (FED) ซึ่งตลาดให้น้ำหนักกว่า 80 % ที่ FED จะคงอัตราดอกเบี้ยที่ระดับ 5.00-5.25%
ราคาน้ำมันเบนซิน
ราคาน้ำมันเบนซินปรับลดลงน้อยกว่าราคาน้ำมันดิบดูไบ หลังได้รับแรงหนุนจากการนำเข้าของเวียดนาม ญี่ปุ่น และอินเดีย ซึ่งมีแนวโน้มปรับเพิ่มขึ้น ท่ามกลางการปิดซ่อมบำรุงของโรงกลั่นในภูมิภาค อย่างไรก็ตาม ตลาดยังได้รับแรงกดดันจากปริมาณการส่งออกของจีนซึ่งคาดว่าจะอยู่ที่ระดับ 0.9-1 ล้านตัน ในเดือน มิ.ย.
ราคาน้ำมันดีเซล
ราคาน้ำมันดีเซลปรับลดตามราคาน้ำมันดิบดูไบ หลังตลาดคาดความต้องการใช้น้ำมันดีเซลของจีนในไตรมาส 3 มีแนวโน้มปรับลดลง หลังดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ภาคการผลิตเดือน เม.ย. และ พ.ค.ต่ำกว่า 50 แสดงถึงเศรษฐกิจที่มีแนวโน้มชะลอตัวลง
