เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ศุภจี เร่งสรุปเจรจา ART ไทย–สหรัฐฯ ก่อนมาตรการ 301 หวังภาษีกรอบเดิม 19%
Politics ศุภจี เร่งสรุปเจรจา ART ไทย–สหรัฐฯ ก่อนมาตรการ 301 หวังภาษีกรอบเดิม 19%
อนุทิน ลั่นเสถียรภาพรัฐบาลสูงมาก พรรคร่วม-ขรก.-กองทัพ ทำงานร่วมกันดี
Uncategorized อนุทิน ลั่นเสถียรภาพรัฐบาลสูงมาก พรรคร่วม-ขรก.-กองทัพ ทำงานร่วมกันดี
ซาบีดา เตือน Miss Universe Cambodia หยุดเผยแพร่ข้อมูลไม่ถูกต้อง
Biz Movement ซาบีดา เตือน Miss Universe Cambodia หยุดเผยแพร่ข้อมูลไม่ถูกต้อง
ราคาทองวันนี้ (21 ก.ย. 69) ร่วงลง 250 บาท รูปพรรณบาทละ 69,600 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (21 ก.ย. 69) ร่วงลง 250 บาท รูปพรรณบาทละ 69,600 บาท
Fitch ขยับ Outlook ไทยสู่ Stable หนุนฟันด์โฟลว์ จับตา BBL-SCB-KTB-KBANK
Finance Fitch ขยับ Outlook ไทยสู่ Stable หนุนฟันด์โฟลว์ จับตา BBL-SCB-KTB-KBANK
อนุทิน ย้ำพร้อมมือภาคยานยนต์ญี่ปุ่น เชื่อมั่นยังสนใจลงทุนไทย
Politics อนุทิน ย้ำพร้อมมือภาคยานยนต์ญี่ปุ่น เชื่อมั่นยังสนใจลงทุนไทย
เปิดแถลงการณ์ เครือข่าย นวก.สื่อสารมวลชน กฎหมาย และนโยบายสาธารณะ ต่อ “สุญญากาศ กสทช.”
Tech เปิดแถลงการณ์ เครือข่าย นวก.สื่อสารมวลชน กฎหมาย และนโยบายสาธารณะ ต่อ “สุญญากาศ กสทช.”
เงินบาทสัปดาห์นี้ 33.00-33.60 บาท/ดอลลาร์ เจอแรงกดดันน้ำมันสูง-ดอกเบี้ยโลกขาขึ้น
Finance เงินบาทสัปดาห์นี้ 33.00-33.60 บาท/ดอลลาร์ เจอแรงกดดันน้ำมันสูง-ดอกเบี้ยโลกขาขึ้น
เขื่อนเจ้าพระยา จ่อเพิ่มการระบาย 1,000 – 1,300 ลบ.ม./วินาที หลังน้ำเหนือยังไหลเพิ่ม
Economic เขื่อนเจ้าพระยา จ่อเพิ่มการระบาย 1,000 – 1,300 ลบ.ม./วินาที หลังน้ำเหนือยังไหลเพิ่ม
รถไฟฟ้า MRT สายสีน้ำเงิน กลับมาเปิดให้บริการตามปกติทุกเส้นทางแล้ว
Economic รถไฟฟ้า MRT สายสีน้ำเงิน กลับมาเปิดให้บริการตามปกติทุกเส้นทางแล้ว
ดูทั้งหมด

เศรษฐกิจจีนไม่ฟื้นตามคาด ทูตพาณิชย์เร่งแก้เกมดันส่งออก

09 ก.ค. 2566 | 17:22น.
สกรรจ์ แสนโสภา
สัมภาษณ์พิเศษ

หลายสถาบันการเงินได้ประเมินเศรษฐกิจจีน ปี 2566 หดตัวลงจากที่คาดการณ์ ผลกระทบจากแผนกระตุ้นเศรษฐกิจ ไม่เป็นตามคาด รวมถึงผลกระทบจากปัจจัยภายนอก ทำให้จีนต้องเร่งมือในครึ่งปีหลัง โดยมีการส่งสัญญาณเข้าร่วม ความตกลงแบบครอบคลุมและก้าวหน้าสำหรับหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจภาคพื้นแปซิฟิก (CPTPP)

“ประชาชาติธุรกิจ” สัมภาษณ์พิเศษ “นายสกรรจ์ แสนโสภา” ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ ณ นครเซี่ยงไฮ้ สาธารณรัฐประชาชนจีน กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ ถึงทิศทางเศรษฐกิจและโอกาสการค้าจีนว่า

สารพัดปัจจัยลบถมเศรษฐกิจจีน

ธนาคารโนมูระ ญี่ปุ่น ประเมินเศรษฐกิจจีนในปี 2566 ลดลงจาก 5.5% เหลือ 5.1% ขณะที่ S&P เป็น Global Rating Agency ได้ปรับลดตัวเลขประมาณการ GDP จีน ลงจาก 5.5% เหลือ 5.2% รวมทั้งหลายหน่วยงานต่างก็ประเมินตัวเลขเศรษฐกิจจีนลดลงไปในทิศทางเดียวกัน

ผลจากการฟื้นตัวของภาคอสังหาริมทรัพย์ที่ยังไม่ดีขึ้น การขยายตัวของภาคค้าปลีกและผลผลิตภาคอุตสาหกรรมที่ต่ำกว่าคาด และตัวเลขว่างงานของกลุ่มแรงงานอายุน้อยที่สูงเป็นประวัติการณ์ คือ 20.8%

นอกจากนี้ ยังมีปัจจัยลบต่อเศรษฐกิจจีน ที่จะส่งผลกระทบภาพรวมในระยะยาวด้วย ทั้งภาวะอุปสงค์จากตลาดต่างประเทศที่ลดลง จากปัญหาเศรษฐกิจและเงินเฟ้อในกลุ่มประเทศพัฒนาแล้ว โดยเฉพาะอย่างยิ่งสหรัฐ และสหภาพยุโรป ปัญหาความยืดเยื้อของวิกฤตรัสเซีย-ยูเครน ซึ่งกระทบต่อราคาพลังงาน ความมั่นคงทางอาหาร ความวิตกกังวลของผู้บริโภค และบรรยากาศการค้า การลงทุน การท่องเที่ยวโดยรวมของโลก

ขณะที่มาตรการของสหรัฐ และพันธมิตรที่ส่งผลต่อขีดความสามารถในการแข่งขันและการพัฒนาเทคโนโลยีขั้นสูง รวมถึงสินค้า/บริการที่เกี่ยวข้องกับเทคโนโลยีขั้นสูงของจีน โดยเฉพาะ Chips Act ของสหรัฐ และสหภาพยุโรป และการที่นโยบายของสหรัฐ และสหภาพยุโรปที่พยายามลดความเชื่อมโยง และการพึ่งพาจีนในฐานะฐานการผลิต (de-coupling/de-risking)

โดยส่งเสริมหรือจูงใจให้ภาคเอกชนกลับมาลงทุนในประเทศ หรือหันไปลงทุนในประเทศอื่น เช่น อินเดีย เวียดนาม เม็กซิโก ทดแทนจีน รวมถึงมาตรการดึงดูดการลงทุนโดยตรง (FDI) และส่งเสริมการค้า-การลงทุนของประเทศเหล่านั้น ซึ่งอาจส่งผลให้จีนมีคู่แข่งมากขึ้น และต้องใช้ความพยายามมากขึ้นในการดึงดูด FDI มากขึ้น รวมถึงอาจต้องออกมาตรการมากระตุ้นเศรษฐกิจเพิ่มเติมด้วย

“ปัจจัยต่าง ๆ เหล่านี้ทำให้ทิศทางนโยบายเศรษฐกิจของจีน อาจส่งสัญญาณไม่ค่อยดี สะท้อนว่า เศรษฐกิจของจีนจะถูกกดดันมากขึ้น ทั้งจากปัจจัยภายในและภายนอกประเทศ”

“ภายหลังการเปิดประเทศโดยยกเลิกมาตรการ Zero COVID จนถึงปัจจุบัน ภาคส่วนหลัก ๆ ที่รัฐบาลจีนได้ประกาศว่า engine ขับเคลื่อนการเติบโตของเศรษฐกิจ ได้แก่ อสังหาริมทรัพย์ การบริโภคภายในประเทศ การพัฒนาเทคโนโลยีและนวัตกรรมขั้นสูง และการส่งออก แต่เครื่องยนต์ทำหน้าที่ไม่ได้อย่างมีประสิทธิภาพตามคาดการณ์ไว้ ทำให้รัฐบาลจีนต้องรีบออกมาตรการรองรับหรือแก้ไขปัญหาไว้ตั้งแต่เนิ่น ๆ”

จีนเร่งฟื้นเศรษฐกิจ

ล่าสุดจีน พร้อมเดินหน้าสนับสนุนการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจอย่างยั่งยืน และลดผลกระทบจากปัจจัยภายนอกอย่างต่อเนื่อง โดยการประชุมผู้บริหารสภาแห่งรัฐสาธารณรัฐประชาชนจีน (วันที่ 16 มิถุนายน 2566) ระบุว่า จะให้ความสำคัญต่อการดำเนินการ 4 เรื่อง ได้แก่ 1) การปรับปรุงนโยบายเศรษฐกิจมหภาค เช่น การปรับลดอัตราดอกเบี้ย การมีมาตรการสนับสนุนภาคอสังหาริมทรัพย์

2) ใช้มาตรการกระตุ้นอุปสงค์ในประเทศ เช่น การลดข้อจำกัดในการซื้อที่อยู่อาศัยของประชาชน การลงทุนในโครงสร้างพื้นฐาน การกระตุ้นการบริโภคของผู้มีรายได้ระดับน้อยและปานกลาง

3) การสร้างความแข็งแกร่งให้แก่เศรษฐกิจอย่างเหมาะสมกับสภาพความเป็นจริงของประเทศ และ 4) การป้องกันและแก้ไขปัจจัยเสี่ยงที่สำคัญ เช่น การลดผลกระทบจากการแข่งขันทางเศรษฐกิจกับสหรัฐ โดยหันมาพึ่งพาตนเองในด้านเทคโนโลยี รวมถึง R&D มากขึ้น

“กระทรวงพาณิชย์จีนระบุว่าจะกระตุ้นตลาดและการบริโภคในประเทศโดยการพัฒนารถยนต์ เครื่องใช้ในบ้าน การบริโภคสินค้าแบรนด์คุณภาพ และบริการจัดหาอาหาร รวมถึงจัดกิจกรรมเพื่อผู้บริโภคอย่างต่อเนื่อง ซึ่งได้กำหนดให้ปี 2566 เป็นปีแห่งการฟื้นฟูการบริโภค

อาทิ การบริโภคสีเขียว การบริโภคระหว่างประเทศ เทศกาลช็อปปิ้ง 618 สำหรับเทศกาลแข่งเรือมังกร เทศกาลท่องเที่ยวยามราตรี และเทศกาลการบริโภคดิจิทัล ทั้งยังสร้างสรรค์เครื่องมือส่งเสริมการบริโภคใหม่ ๆ อย่างต่อเนื่อง ขณะที่ด้านการส่งออกครึ่งหลังของปี 2566 จะดีแม้ยังมีแรงกดดัน และเชื่อรัฐบาลจึงต้องช่วยเหลือส่งเสริมภาคการส่งออกต่อเนื่อง”

เดินหน้าร่วม CPTPP

ขณะเดียวกัน จีนเร่งดำเนินการเพื่อเข้าร่วม CPTPP โดยนายหวัง โซ่วเหวิน รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์จีน กล่าวใน APEC China CEO Forum 2023 ว่า จีนอยู่ระหว่างการปฏิรูปและแก้ไขกฎระเบียบ กฎหมาย เพื่อให้เป็นไปตามมาตรฐานระดับสูงของ CPTPP ซึ่งมีประมาณ 2,300 เงื่อนไข

แต่จีนก็เต็มใจและมีความสามารถที่จะเข้าร่วม CPTPP โดยย้ำว่าการเข้าร่วม CPTPP จะสร้างประโยชน์ให้แก่สมาชิก CPTPP ทุกประเทศ อำนวยความสะดวกต่อการค้าเสรีและการลงทุนในภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก

ขณะเดียวกัน จีนจะเดินหน้าเปิดประเทศระดับสูงและเพิ่มความพยายามในการดึงดูด FDI ต่อไป โดยใช้จุดเด่นคือ โอกาสในตลาดขนาดใหญ่ที่มีประชากร 1,400 ล้านคน สภาพแวดล้อมทางธุรกิจที่โปร่งใส ห่วงโซ่อุปทานที่ปลอดภัย มีเสถียรภาพ และมีประสิทธิภาพ รวมถึงบริการด้านการลงทุนที่สะดวกมากขึ้น

โอกาสส่งออกของไทย

ในช่วง 5 เดือน (มกราคม-พฤษภาคม) ปี 2566 การค้าระหว่างไทยและจีน มีมูลค่า 54,056.4 ล้านเหรียญสหรัฐ ลดลง 0.9% โดยจีนส่งออกไปไทยมูลค่า 33,003.9 ล้านเหรียญสหรัฐ เพิ่มขึ้น 6.9% และจีนนำเข้าจากไทยมูลค่า 21,052.5 ล้านเหรียญสหรัฐ ลดลง 11.0% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน

สำหรับสินค้าไทยที่ส่งออกไปจีนหดตัว ได้แก่ ผลไม้สด แช่เย็น แช่แข็งและแห้ง ผลิตภัณฑ์มันสำปะหลัง และเม็ดพลาสติก เป็นต้น สินค้าส่งออกสำคัญที่ขยายตัว ได้แก่ ไก่สดแช่เย็นแช่แข็ง ไม้และผลิตภัณฑ์ไม้ และเคมีภัณฑ์ เป็นต้น

ประเทศที่จีนนำเข้าสูงสุด ได้แก่ ไต้หวัน ออสเตรเลีย สหรัฐ ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ รัสเซีย เยอรมนี บราซิล มาเลเซีย และอินโดนีเซีย

“ภาครัฐและผู้ประกอบการไทยอาจจำเป็นต้องประเมินความเสี่ยง เตรียมการหรือรองรับผลกระทบจากสภาวะเศรษฐกิจและตลาดของจีนที่สำคัญ โดยส่งเสริมให้ผู้ประกอบการสามารถเข้าถึงตลาดใหม่ ๆ เพิ่มเติมอย่างต่อเนื่อง

โดยเฉพาะอย่างยิ่งการดำเนินการตามแผนผลักดันการส่งออกที่กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ ดำเนินการในครึ่งปีหลังของปี 2566 สนับสนุนให้ผู้ประกอบการที่มีศักยภาพมีโอกาสเชื่อมโยงหรือสร้าง exposure ในตลาดจีน หรือในกลุ่มคู่ค้าชาวจีนมากขึ้น ผ่านการเข้าร่วมงานแสดงสินค้าที่มีคุณภาพ และ e-Commerce

โดยเฉพาะ SMEs ต้องให้ความสำคัญเกี่ยวกับแนวทางการพิจารณาเลือกคู่ค้าจากจีนที่เหมาะสมและมีศักยภาพอย่างแท้จริง การทำสัญญาการค้า และการเลือกใช้ช่องทางชำระเงินที่ปลอดภัยและการตรวจสอบสินค้าที่มั่นใจได้ด้วย”

ในส่วนภาครัฐ สิ่งสำคัญยังคงต้องติดตามจับตาผลจากมาตรการส่งเสริมกระตุ้นเศรษฐกิจ โดยเฉพาะมาตรการอุดหนุนต่าง ๆ ซึ่งอาจส่งผลให้เกิดการทุ่มตลาดสินค้า และการใช้มาตรการที่เป็นอุปสรรคต่อการค้า เพื่อปกป้องผู้ประกอบการและขยายการส่งออกในปีนี้ ให้เป็นไปตามเป้าหมายเพิ่มขึ้น 1%

แท็กที่เกี่ยวข้อง

CPTPP เศรษฐกิจจีน