เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ในหลวง พระราชินี ทอดพระเนตรคอนเสิร์ต “โอเปรา โกส์ ทู ฮอลลีวูด”
ข่าวในพระราชสำนัก ในหลวง พระราชินี ทอดพระเนตรคอนเสิร์ต “โอเปรา โกส์ ทู ฮอลลีวูด”
บินตรง “คุนหมิง-อุดรฯ” ล่ม ทัวร์เร่งคืนเงินเต็มจำนวนหวั่นกระทบภาพลักษณ์
เศรษฐกิจภูมิภาค บินตรง “คุนหมิง-อุดรฯ” ล่ม ทัวร์เร่งคืนเงินเต็มจำนวนหวั่นกระทบภาพลักษณ์
“โอปอล สุชาตา” เตรียมอำลาตำแหน่ง Miss World 2026
Biz Movement “โอปอล สุชาตา” เตรียมอำลาตำแหน่ง Miss World 2026
“ชัชชาติ” สำรวจ ดาต้าเซ็นเตอร์ พระราม9 หลังชาวบ้าน-ร้านค้าร้องกลิ่นน้ำมันคลุ้ง
News “ชัชชาติ” สำรวจ ดาต้าเซ็นเตอร์ พระราม9 หลังชาวบ้าน-ร้านค้าร้องกลิ่นน้ำมันคลุ้ง
‘เอสซี-เสนา’ ฝ่าวิกฤตกู้ยาก ผนึก ‘แบงก์ใหญ่’ ช่วยคนซื้อบ้าน 
Real Estate ‘เอสซี-เสนา’ ฝ่าวิกฤตกู้ยาก ผนึก ‘แบงก์ใหญ่’ ช่วยคนซื้อบ้าน 
ยศชนัน-ศูนย์กันก่อนท่วม ชู Localize Technology ปั้นน้ำเป็นทุนเศรษฐกิจ
การศึกษา ยศชนัน-ศูนย์กันก่อนท่วม ชู Localize Technology ปั้นน้ำเป็นทุนเศรษฐกิจ
WOODY เจ้าตลาดคอนเทนต์สู่ Well-being Ecosystem
Biz Movement WOODY เจ้าตลาดคอนเทนต์สู่ Well-being Ecosystem
เปิดหลังบ้านความยั่งยืน NCC ‘Carbon Neutral Event’ เรื่องที่ไม่เคยถูกเล่ามาก่อน
SD เปิดหลังบ้านความยั่งยืน NCC ‘Carbon Neutral Event’ เรื่องที่ไม่เคยถูกเล่ามาก่อน
ไทยเบฟร่วม Bangkok Business Summit 2026 ชู SEP สร้างการเติบโตยั่งยืน
SD ไทยเบฟร่วม Bangkok Business Summit 2026 ชู SEP สร้างการเติบโตยั่งยืน
เชียงใหม่-ลำพูน ปลุกอีเวนต์โคมลอย “Moonlight Sky Lantern 2026” ดันห้องพักยี่เป็งเต็ม 100%
เศรษฐกิจภูมิภาค เชียงใหม่-ลำพูน ปลุกอีเวนต์โคมลอย “Moonlight Sky Lantern 2026” ดันห้องพักยี่เป็งเต็ม 100%
ดูทั้งหมด

จีนปรับลดเป้า GDP เหลือ 4.5-5% จุดเปลี่ยนสำคัญ แก้ดีมานด์อ่อนแอ-ผลิตล้น

05 มี.ค. 2569 | 13:16น.

ในพิธีเปิดการประชุมสภาประชาชนแห่งชาติจีน นายกรัฐมนตรีประกาศปรับลดเป้าหมาย GDP เหลือ 4.5-5% หลังจากคงอยู่ที่อัตรา 5% มา 3 ปี ซึ่งเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญในรอบ 35 ปี ซึ่งสะท้อนถึงการเน้นคุณภาพมากกว่าตัวเลข อีกทั้งทำให้รัฐบาลสามารถทดลองปรับเปลี่ยนไปสู่ภาวะกำลังการผลิตล้นในภาคอุตสาหกรรมได้

นิกเคอิ เอเชีย (Nikkei Asia) รายงานว่า จีนปรับลดเป้าหมายการเติบโตผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) สำหรับปี 2026 ลงเหลือ 4.5%-5% ซึ่งนักวิเคราะห์มองว่าเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญ เนื่องจากรัฐบาลกำลังเผชิญกับดีมานด์ภายในประเทศที่อ่อนแอและสภาพแวดล้อมทางการค้าที่ไม่แน่นอน

หลี่ เฉียง นายกรัฐมนตรีจีน รายงานการทำงานของรัฐบาลในพิธีเปิดการประชุมสภาประชาชนแห่งชาติ (National People’s Congress : NPC) ซึ่งเป็นการประชุมนิติบัญญัติประจำปี ในกรุงปักกิ่ง โดยเป้าหมาย GDP ครั้งนี้ รวมอยู่ในเอกสารนโยบายสำคัญ และนับเป็นเป้าหมายที่ต่ำที่สุด นับตั้งแต่ปี 1991

การเปลี่ยนแปลงจากเป้าหมายการเติบโตจากประมาณ 5% ในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา บ่งชี้ถึงจุดเริ่มต้นช่วงเวลาของการชะลอตัวทางเศรษฐกิจ เพิ่มความท้าทายต่อเป้าหมายระยะยาวของ ประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ผู้นำจีน ซึ่งต้องการเพิ่มขนาดเศรษฐกิจเป็นสองเท่าภายในปี 2035 จากระดับปี 2020

นายกรัฐมนตรีหลี่กล่าวในสุนทรพจน์ว่า แม้รัฐบาลจะยอมรับความสำเร็จ แต่ก็ตระหนักถึงความยากลำบากและความท้าทายที่เผชิญอยู่เช่นกัน การเปลี่ยนแปลงสภาพแวดล้อมภายนอก ส่งผลกระทบต่อระบบพหุภาคีรุนแรงขึ้น  อีกทั้งทำให้การค้าเสรีได้รับผลกระทบอย่างหนัก

ในปี 2025 จีนสามารถบรรลุเป้าหมายการเติบโตเมื่อคำนวณจากราคาคงที่ (Constant Prices) แต่การเติบโตเมื่อวัดจากมูลค่าตัวเงิน (Nominal Terms) อยู่ที่เพียง 3.9% เนื่องจากภาวะเงินฝืด

ความก้าวหน้าอย่างรวดเร็วของอุตสาหกรรมการผลิตในด้านต่าง ๆ อาทิ รถยนต์ไฟฟ้า (อีวี) และเซมิคอนดักเตอร์ ถูกบดบังด้วยการบริโภคที่อ่อนแอ ท่ามกลางภาวะตกต่ำของภาคอสังหาริมทรัพย์ที่ยืดเยื้อ

หลี่ เฉียง นายกรัฐมนตรีจีน ในการประชุมสภาประชาชนแห่งชาติ วันที่ 5 มีนาคม 2026 (REUTERS/Maxim Shemetov)

ความผันผวนทางภูมิรัฐศาสตร์จะทดสอบความแข็งแกร่งภาคการส่งออกของจีน ซึ่งเป็นตัวขับเคลื่อนเศรษฐกิจที่สำคัญในปีที่ผ่านมา โดยขณะนี้สงครามที่เกิดขึ้นในอิหร่าน ซึ่งเป็นหนึ่งในผู้จัดหาน้ำมันรายใหญ่ของจีนเกิดขึ้นเพียงหนึ่งเดือนก่อนที่ทรัมป์จะพบปะสี จิ้นผิง ในกรุงปักกิ่ง วันที่ 31 มีนาคม-2 เมษายน ที่จะถึงนี้ โดยทั้งสองฝ่ายพยายามเสริมสร้างความแข็งแกร่งในข้อตกลงพักรบสงครามการค้าที่ตกลงกันไว้เมื่อเดือนตุลาคม

เยว่ ซู นักเศรษฐศาสตร์หลักประจำภูมิภาคจีนของ Economist Intelligence Unit (EIU) กล่าวว่า เป้าหมายการเติบโตใหม่นี้ค่อนข้างสมจริง โดยเป็นการเปลี่ยนแปลงจากแนวคิด ‘เน้นตัวเลข’ ไปสู่แนวคิด ‘เน้นคุณภาพ’ โดยรัฐบาลจีนมองว่า อัตราการเติบโตสูงไม่ได้เป็นสิ่งที่ดีเสมอไป เพราะอาจกระตุ้นให้เจ้าหน้าที่ท้องถิ่นกล่าวเกินจริงเกี่ยวกับการเติบโต ผ่านโครงการที่ไร้ประโยชน์และการบิดเบือนข้อมูล

จาง จื่อเว่ย ประธานและหัวหน้าคณะนักเศรษฐศาสตร์ประจำ Pinpoint Asset Management กล่าวว่า แม้การขาดดุลทางการคลังจะยังคงอยู่ที่ 4% ในปีนี้ แต่ยังมีช่องว่างสำหรับการสนับสนุนนโยบายเชิงรุกมากขึ้น หากความตึงเครียดในตะวันออกกลางนำไปสู่กิจกรรมทางเศรษฐกิจภายในประเทศที่อ่อนแอลง

หวัง อี้ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศของจีนกล่าวว่า ปักกิ่งจะส่งทูตพิเศษไปยังตะวันออกกลางเพื่อไกล่เกลี่ยความขัดแย้ง ซึ่งขัดขวางการขนส่งทางเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซ เส้นทางน้ำที่สำคัญสำหรับการส่งออกพลังงานไปยังเอเชีย

 

รอยเตอร์ (Reuters) รายงานว่า ขณะเดียวกัน จีนยังประกาศแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมระยะ 5 ปี ฉบับที่ 15 ซึ่งรัฐบาลให้คำมั่นจะลงทุนด้านนวัตกรรมและยกระดับอุตสาหกรรม รวมไปถึงการเพิ่มการบริโภคภาคครัวเรือนในสัดส่วนที่น่าสนใจ

การผสมผสานระหว่างเป้าหมาย GDP ที่ต่ำลงและการใช้จ่ายที่สูงขึ้นในด้านการวิจัยและอุตสาหกรรมเชิงกลยุทธ์ เน้นย้ำถึงการเดิมพันของรัฐบาลว่า การยกระดับในภาคเทคโนโลยีจะเป็นตัวขับเคลื่อนการพัฒนาในระยะต่อไป แม้จะมีแรงกดดันเชิงโครงสร้างที่เพิ่มขึ้นก็ตาม

แผนพัฒนา 5 ปี มีเป้าหมายเพิ่มมูลค่าเพิ่มของอุตสาหกรรมเศรษฐกิจดิจิทัลหลักให้เป็น 12.5% ​​ของ GDP และดำเนินนโยบายใหม่สำหรับตลาดข้อมูลระดับชาติแบบบูรณาการ ตลอดจนจัดตั้งระบบป้องกันความเสี่ยงด้านความปลอดภัยของเอไอ

เป้าหมายเหล่านี้สะท้อนวิสัยทัศน์ของสี จิ้นผิง ในการพัฒนา แรงขับเคลื่อนใหม่ที่ได้ผลจริง’ เพื่อหลุดพ้นจากกับดักรายได้ปานกลาง รับมือกับภาวะประชากรลดลง และเสริมสร้างความมั่นคงของชาติด้วยการปกป้องจีนจากการควบคุมการส่งออกของสหรัฐ

โดยนักเศรษฐศาสตร์กล่าวว่า การตั้งเป้าหมาย GDP ที่ต่ำจะทำให้รัฐบาลสามารถทดลองปรับเปลี่ยน ภาวะกำลังการผลิตล้นในภาคอุตสาหกรรม ซึ่งนำไปสู่การปิดโรงงานและสูญเสียการจ้างงาน อย่างไรก็ดี สิ่งนี้ไม่ได้หมายถึงการละทิ้งการเติบโตที่เน้นการผลิตเป็นหลัก