ฟิลิปปินส์ มีแนวโน้มนำเข้าข้าวเพิ่มเป็นอันดับ 2 ของโลก เร่งไทยเจาะตลาด

FILE PHOTO: REUTERS/ Athit Perawongmetha

ทูตพาณิชย์ฟิลิปปินส์  เผยตลาดฟิลิปปินส์มีแนวโน้มนำเข้าข้าวเพิ่มเป็นอันดับ 2 ของโลก ประเมินปี 2566-67 คาดความต้องการบริโภคข้าวสูง 16.5 ล้านตัน แนะไทยผลิตข้าวพื้นนุ่มตอบโจทย์ สร้างโอกาสส่งออกข้าวไทย

วันที่ 10 กรกฎาคม 2566 รายงานข่าวจากสำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ ประจำฟิลิปปินส์ (ทูตพาณิชย์ฟิลิปปินส์) ระบุว่า ฟิลิปปินส์เพาะปลูกข้าวเพื่อการบริโภคในประเทศไม่เพียงพอกับความต้องการ เนื่องจากสภาพภูมิศาสตร์ที่พื้นที่ส่วนใหญ่เป็นภูเขาและมีพื้นที่ราบน้อย ต้องเผชิญกับภัยพิบัติทางธรรมชาติบ่อยครั้ง ทั้งแผ่นดินไหว ภูเขาไฟระเบิด และพายุไต้ฝุ่นปีละกว่า 20 ลูก

นอกจากนี้ ฟิลิปปินส์ยังมีอัตราการเติบโตของจำนวนประชากรสูง จึงต้องเพิ่มผลผลิตข้าวทุกปีให้ทันกับความต้องการบริโภคที่เพิ่มขึ้น รวมทั้งโครงสร้างพื้นฐานด้านชลประทานที่ยังไม่มีประสิทธิภาพ และเทคโนโลยีการเกษตร ทำให้ศักยภาพในการผลิตข้าวของฟิลิปปินส์ไม่ดีเท่าที่ควร

ล่าสุดรายงานของกระทรวงเกษตรสหรัฐอเมริกา (USDA) ในปี 2566-2567 ฟิลิปปินส์มีแนวโน้มการบริโภคข้าวสูงถึง 16.5 ล้านตัน แต่สามารถผลิตข้าวได้เพียง 12.5 ล้านตัน ทำให้ต้องพึ่งพาการนำเข้าข้าวจำนวนมากและมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นทุกปี ประกอบกับการเปิดเสรีนำเข้าในปี 2562 ส่งผลให้ฟิลิปปินส์ กลายเป็นประเทศผู้นำเข้ารายใหญ่อันดับ 2 ของโลกรองจากประเทศจีนดังนั้น ฟิลิปปินส์จึงเป็นหนึ่งในตลาดส่งออกข้าวสำคัญของไทย

อย่างไรก็ตาม ข้าวไทยยังคงมีปัจจัยความท้าทายสำคัญในการขยายการส่งออกมายังฟิลิปปินส์ คือ ปัจจัยด้านราคา เนื่องจากชาวฟิลิปปินส์นิยมบริโภคข้าวขาวเป็นหลักซึ่งราคาถูกกว่าข้าวชนิดอื่น ๆ และกลุ่มคนส่วนใหญ่ของประเทศเป็นผู้มีรายได้น้อย ทำให้ราคาเป็นปัจจัยสำคัญในการตัดสินใจซื้อ รวมทั้งพันธุ์ข้าวของไทยยังไม่สอดคล้องกับความต้องการของตลาด โดยปัจจุบันชาวฟิลิปปินส์หันมานิยมรับประทานข้าวขาวพื้นนุ่ม ในขณะที่ข้าวขาวของไทยยังเป็นพื้นแข็งและมีราคาแพงกว่า

ด้านนายบุณย์ธีร์ พานิชประไพ เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า เป็นโอกาสสำหรับการส่งออกข้าวไทยมายังตลาดฟิลิปปินส์เพิ่มมากขึ้น โดยในปี 2565 ไทยส่งออกข้าวมายังฟิลิปปินส์ปริมาณ 185,714 ตัน เพิ่มขึ้น 27% จากปี 2564  และคาดว่าในปีนี้แนวโน้มการส่งออกข้าวไทยมายังฟิลิปปินส์ จะสามารถขยายตัวได้อย่างต่อเนื่อง

อย่างไรก็ดี ที่ผ่านมานายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ได้มอบนโยบายว่าต้องการทำให้ประเทศไทยเป็นผู้นำด้านการผลิต การตลาดของข้าวและผลิตภัณฑ์ข้าวคุณภาพของโลก ใช้ยุทธศาสตร์ “ตลาดนำการผลิต” มุ่งพัฒนา 4 ด้าน ทั้งตลาดในประเทศและตลาดต่างประเทศ การผลิตและการแปรรูป รวมไปถึงการสร้างนวัตกรรมที่ใช้ข้าวเป็นวัตถุดิบ จะเร่งผลิตข้าวที่มีความหลากหลายเพื่อสนองความต้องการตลาดโลก เพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันข้าวไทยในตลาดโลก


“ล่าสุดเร่งเพิ่มพันธุ์ข้าวชนิดใหม่ เพื่อแข่งขันในตลาดข้าวโลกกับประเทศคู่แข่ง ตั้งเป้า 5 ปี เพิ่มพันธุ์ข้าวใหม่อย่างน้อย 12 พันธุ์ เป็นข้าวพื้นแข็ง 4 พันธุ์ ข้าวพื้นนุ่ม 4 พันธุ์ ข้าวหอม 2 พันธุ์ และข้าว โภชนาการสูง 2 พันธุ์ ภายใต้ความร่วมมือของภาครัฐและเอกชน ทุกภาคส่วน ทำให้ขณะนี้เราสามารถปรับปรุงพันธุ์ข้าวได้ข้าวพันธุ์ใหม่เกินเป้าหมายทำข้าวพันธุ์ใหม่ได้แล้ว 21 พันธุ์ จึงได้เร่งผลิตเมล็ดพันธุ์ ทดลองปลูกในแปลงเกษตรกร นำผลผลิตไปเปิดตลาดข้าวโลกต่อไป หวังว่าการส่งออกข้าวไทยจากนี้จะดีขึ้น ไทยจะมีผลิตภัณฑ์จากข้าวที่มีความหลากหลายขายตลาดโลกมากขึ้น”